คลังชงครม.พรุ่งนี้ ขยายเวลาลดภาษีน้ำมันดีเซล

16 มกราคม 2566

คลังจ่อชงครม. พรุ่งนี้ ขยายเวลาลดภาษีน้ำมันดีเซล 3-5 บาท นาน 2-3 เดือน ลดภาระค่าครองชีพประชาชน ฝั่ง “สรรพสามิต” สูญรายได้เฉียด 2 หมื่นล้าน ชี้รวมรอบที่ผ่านมา สูญแล้วกว่า 1.2 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ม.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้ขยายเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน และภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังมาตรการเดิมจะสิ้นสุดลงวันที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นการต่ออายุมาตรการเป็นรอบที่ 6

 

โดยเบื้องต้นคาดว่าจะลดภาษีให้อีกลิตรละ 3-5 บาท เป็นเวลา 2-3 เดือน เริ่มตั้งแต่ 21 ม.ค.เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้คลังสูญเสียรายได้การจัดเก็บงบประมาณอีกไม่เกิน 20,000 ล้านบาท

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การพิจารณาการขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท ที่จะสิ้นสุดวันที่ 20 ม.ค.นี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และยังตอบไม่ได้ว่าจะต่ออายุแค่ไหน หรือลดภาษีลิตรละกี่บาท เพราะต้องดูสถานการณ์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกจะลดลง แต่จะต้องมองราคาดีเซลที่อ้างอิงราคาจากตลาดสิงคโปร์เป็นส่วนประกอบด้วย 

 

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า  การขยายเวลาปรับลดภาษีดีเซลครั้งนี้ จะมีปัจจัยต้องพิจารณารายละเอียดว่าจะปรับลดลงเท่าไร โดยจะปรับลดเหมือนกับครั้งแรก คือ ลิตรละ 3 บาท เป็นเวลา 3 เดือน หรือจะลิตรละ 5 บาท เป็นเวลา 2 เดือน  เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ราคาพลังงานได้เริ่มผ่อนคลายลง

 

ขณะเดียวกัน ตอนนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีทางเลือกในการบริหารสภาพคล่องได้มากขึ้น หลังกระทรวงการคลังเข้าไปค้ำประกันในการกู้ยืมเงินแก่กองทุนน้ำมันฯ มากถึง 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้กองทุนฯ สามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินต่างๆ ให้เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องดูแลประชาชนได้ อีกทั้งปัจจุบันกองทุนฯ ยังสามารถจัดเก็บรายได้ชดเชยเข้ากองทุนฯได้บ้างแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่กระทรวงการคลังจะลดภาษีให้ลิตรละ 5 บาท นาน 2 เดือน มีโอกาสมากกว่า เพราะราคาน้ำมันดีเซลที่ไทยใช้ อ้างอิงจากประเทศสิงคโปร์ยังทรงตัวในระดับสูง จึงต้องดูว่ารัฐบาลจะมีการพิจารณาอย่างไร ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมสูงสุด

 

ทั้งนี้ หาก ครม.เห็นชอบให้กรมสรรพสามิต ต่ออายุมาตรการลดภาษีดีเซล จะถือเป็นการต่ออายุครั้งที่ 6 และทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ภาษีรวมไปมากกว่า 1.1-1.2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ขอกรมสรรพสามิตที่ต้องติดลบไปจำนวนมาก

 

โดยยอดจัดเก็บรายได้เมื่อปีงบประมาณ 65  กรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บภาษีรวมทั้งปีได้ 5.31 แสนล้านบาท น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 93,535 ล้านบาท หรือ 15%