svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

ยอดขายพื้นที่ EEC พุ่ง จับตาบิ๊กธุรกิจโลกไหลเข้า เล็งปี 66 ไม่ตํ่า 2.5 พันไร่

25 พฤศจิกายน 2565

วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) คนที่ 12 ตามติของคณะกรรมการหรือบอร์ด กนอ. ที่มีเสียงเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2564

ปัจจุบันรับตำแหน่งมาแล้วกว่า 1 ปี กับบทบาทสำคัญในการดูแลพื้นที่รองรับการลงทุนของประเทศ ซึ่ง ณ เวลานั้น วีริศ ประกาศสานต่อเมกะโปรเจ็กต์ที่ กนอ.ขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ประกอบด้วย

 

1. โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค 2. โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่สาม 3. การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และ 4. การพัฒนานิคมฯ และท่าเรืออุตสาหกรรมเข้าสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (สมาร์ท อีโค) แต่จะมีการปรับรูปแบบให้สอด คล้องกับสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และสร้างความยั่งยืนให้กับ กนอ.

 

ล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “วีริศ อัมระปาล” ถึงผลการทำงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ

 

ยอดขาย/เช่าพื้นที่พุ่ง 65.1%

นายวีริศ กล่าวว่า ในปีงบ ประมาณ 2565 (ก.ย. 2564 - ต.ค. 2565) กนอ.มียอดขาย / เช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จำนวน 2,016.24 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 65.1% เป็นไปตามที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดย กนอ.ได้ปรับเป้ายอดขาย / เช่าที่ดินในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา หลังไทยเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้มีนักลงทุนต่างชาติเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันผลจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน จากที่ภาครัฐของไทยได้ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานหลักในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนตัดสินใจจอง / ซื้อ / เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งนิคมฯ ที่ กนอ.ร่วมดำเนินงานกับเอกชน  และนิคมฯ ที่ กนอ.ดำเนินการเอง โดยมียอดการขาย / เช่านิคมฯในพื้นที่อีอีซี แล้วจำนวน 1,716.99 ไร่ และนอกพื้นที่อีอีซี จำนวน 299.25 ไร่ มีการแจ้งเริ่มประกอบกิจการ และใบขออนุญาตส่วนขยาย 407 ราย เกิดการจ้างงาน 39,643 คน มูลค่าการลงทุนรวม 137,677.75 ล้านบาท

 

“เวลานี้การลงทุนจากต่างชาติเริ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่อีอีซี ที่คาดว่าเป็นผลจากโครงการวีซ่าระยะยาว (LTR Visa) ที่เปิดใช้ อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติมีศักย ภาพสูงด้านทักษะและความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีสมัยใหม่และผู้มีความมั่งคั่งเข้ามาลงทุนใน 12 อุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลกำลังผลักดัน กนอ.เองก็ได้คาดการณ์ไว้เช่นกันว่า ปีนี้จะมีเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากยอดขาย/เช่าที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 65.1%”

 

ผลการดำเนินการของ กนอ.

 

เป้าปี 66 ยอดขาย/เช่า 2,500 ไร่

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากหลายปัจจัยแล้ว ทำให้ในปี 2566 กนอ.ตั้งเป้ายอดขาย/เช่าพื้นที่ไว้ที่ 2,500 ไร่ โดยคาดการณ์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและปัจจัยบวกจากทิศทางการเคลื่อนย้ายการลงทุนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ การแพร่ระบาดของโควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน และล่าสุดการปฏิรูปการเมืองในจีน ทำให้หลายอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่จัดระบบการผลิตครั้งใหญ่ ซึ่งไทยมีความได้เปรียบหลายส่วน ส่งผลให้บริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกหลายบริษัทเล็งที่จะเข้ามาลงทุนในไทย

ปัจจุบัน กนอ.มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ประมาณ 182,273 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่กนอ.ดำเนินการเอง ประมาณ 37,724 ไร่ และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน ประมาณ 144,549 ไร่ มีพื้นที่ขายและให้เช่า ประมาณ 119,307 ไร่ เป็นพื้นที่ขาย/ให้เช่าแล้ว ประมาณ 94,043 ไร่ และมีพื้นที่คงเหลือสำหรับขาย/ให้เช่าอีกประมาณ 25,264 ไร่ มีมูลค่าการลงทุนสะสมประมาณ 5.59 ล้านล้านบาท มีโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 4,864 โรง และมีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น ประมาณ 926,262 คน

 

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. กิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม 22.6% 2. อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่ง 11.06% 3. อุตสาหกรรมเหล็ก และผลิตภัณฑ์โลหะ 9.33% 4. อุตสาหกรรมยาง พลาสติก และหนังเทียม 8.85% และ 5. อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ 8.36% 

 

“นักลงทุนจากญี่ปุ่นยังคงเป็นอันดับ 1 ที่สนใจลงทุนมากถึง 31.25% รองลงมา คือ นักลงทุนจากจีน 18.75% และนักลงทุนจากอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ อินเดีย และมาเลเซีย 6.25%” 

 

ขณะที่ภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.ดำเนินการเอง และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 67 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ใน 16 จังหวัด เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.ดำเนินการเอง 15 แห่ง และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน 52 แห่ง