
สำนักงาน กสทช. หนุนหลักสูตร LAW SHIFT 2026 ยกระดับผู้นำรับมือโลกดิจิทัล
สำนักงาน กสทช. ปิดหลักสูตร LAW SHIFT 2026 มุ่งเสริมแกร่งองค์ความรู้กฎหมายสื่อสารโทรคมนาคม ผสานภาคทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมรับฟังข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 ประเด็นสำคัญรองรับเทคโนโลยีอนาคต
KEY
POINTS
- สำนักงาน กสทช. จัดอบรมหลักสูตร “LAW SHIFT 2026” เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับองค์ความรู้ด้านกฎหมายให้แก่ผู้บริหารภาครัฐและเอกชน
- หลักสูตรมุ่งสร้างกรอบความคิดทางกฎหมายให้แก่ผู้นำ เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลและสร้างความมั่นคงปลอดภัย
- ผู้เข้าอบรมได้เสนอแนะนโยบาย 5 ประเด็นสำคัญเพื่อแก้ปัญหาในยุคดิจิทัล เช่น การกำกับดูแลโดรน, ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ, บริการ OTT, Data Center และอาชญากรรมไซเบอร์
- มีการบรรยายพิเศษเน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกอนาคต
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและภูมิทัศน์สื่อสารโทรคมนาคม ทำให้การปรับเปลี่ยนมุมมองทางกฎหมายเป็นเรื่องจำเป็น สำนักงาน กสทช. จึงได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้บริหารภาครัฐและเอกชน มุ่งสร้างกรอบความคิดทางกฎหมายที่เท่าทันบริบทโลกยุคใหม่และสร้างความมั่นคงปลอดภัยดิจิทัลอย่างยั่งยืน
เปิดหลักสูตร ยกระดับผู้นำรับมือโลกดิจิทัล
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จัดพิธีปิดหลักสูตรการพัฒนาทักษะในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “LAW SHIFT 2026: Shaping Legal Mindsets for a Fast-Changing World” โดยเป็นแนวคิดริเริ่มและนโยบายของ พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. ด้านกฎหมาย ซึ่งรับหน้าที่เป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาผู้สำเร็จการฝึกอบรม
วัตถุประสงค์หลักของหลักสูตรมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพ ยกระดับองค์ความรู้ และเสริมสร้างมุมมองทางกฎหมายให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลแก่บุคลากรระดับผู้บริหาร โดยมีผู้บริหารระดับต้นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสำนักงาน กสทช. เข้าร่วมฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 40 ท่าน และผ่านเกณฑ์การฝึกอบรมครบถ้วนตามเป้าหมายที่วางไว้ทุกประการ
รูปแบบการฝึกอบรมในหลักสูตร LAW SHIFT 2026 ถูกออกแบบให้มีความเข้มข้นตลอดระยะเวลาการศึกษา โดยผสมผสานระหว่างภาควิชาการและการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ผ่านกระบวนการที่หลากหลาย โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศกว่า 18 ท่าน อาทิ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช, ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด, ศ.(พิเศษ) วิชา มหาคุณ และ ดร.จิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์
กิจกรรม Workshop พร้อมการศึกษาดูงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเสนอผลงานวิชาการกลุ่ม (Group Project Assignment) ผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายโดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 ประเด็นสำคัญ
โครงงานวิชาการในหลักสูตรมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงปลอดภัยในยุคดิจิทัล โดยสรุปออกมาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติ 5 หัวข้อหลัก ได้แก่:
- Drone: การจัดทำนโยบายการกำกับดูแลเพื่อรองรับและส่งเสริมระบบการขนส่งทางอากาศรูปแบบใหม่ให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
- Disaster Alert: โครงการปฏิรูปกฎหมายและกลไกการกำกับดูแลระบบโทรคมนาคม เพื่อรองรับการแจ้งเตือนภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ
- Over-the-Top (OTT): ข้อเสนอปรับปรุงกฎหมายการกำกับดูแลผู้ให้บริการ OTT ในประเทศไทย โดยเน้นการคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมจัดตั้ง Thailand’s Kids OTT Regulatory Sandbox เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงของประชาชน
- Data Center: การปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลและหลักเกณฑ์การประกอบกิจการโทรคมนาคม สำหรับบริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.
- Cyber Crime: การสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมของผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยศึกษากรณีการลดขั้นตอนการแสวงหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลการใช้งาน เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ข้อเสนอแนะจากผู้แทนทุกภาคส่วนในหลักสูตรนี้ สำนักงาน กสทช. จะนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาพัฒนา ปรับปรุง และบูรณาการกฎหมายหรือหลักเกณฑ์การกำกับดูแลให้มีความเป็นสากลและเท่าทันเทคโนโลยี
ชู AI เปลี่ยนผ่านสู่โลกอนาคต
นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Leading Through Disruption: ผู้นำกับการเปลี่ยนผ่านสู่โลกอนาคต” โดยนายโอม ศิวะดิตถ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานนโยบายเทคโนโลยี บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่นำเสนอแนวโน้มการพัฒนา AI และผลกระทบ: การเปลี่ยนแปลงที่มีต่อการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการองค์กร และรูปแบบการทำงานในอนาคต
แนวคิด Frontier Transformation: การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การประยุกต์ใช้ AI ในการทำงาน: ครอบคลุมการมอบหมายงาน การทำงานร่วมกัน การค้นหาข้อมูล และการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ เพื่อใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพของบุคลากรและองค์กร
รวมถึงยุทธศาสตร์การปรับตัว: การเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายองค์กรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การปรับกระบวนการทำงาน และการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม






