thansettakij
thansettakij
Tim Cook อำลา CEO Apple ปิดฉากผลงานดันมูลค่าบริษัท 4 ล้านล้านดอลลาร์

Tim Cook อำลา CEO Apple ปิดฉากผลงานดันมูลค่าบริษัท 4 ล้านล้านดอลลาร์

31 ส.ค. 69 | 12:27 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ส.ค. 69 | 13:01 น.

Tim Cook อำลาตำแหน่ง CEO Apple หลังบริหารบริษัทตั้งแต่ปี 2011 ดันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจาก 350,000 ล้านดอลลาร์ สู่กว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้น Apple พุ่งกว่า 2,000% ตลอดช่วงที่ดำรงตำแหน่ง

KEY

POINTS

  • ทิม คุก ประกาศลงจากตำแหน่งซีอีโอ โดยมี จอห์น เทอร์นัส เข้ารับตำแหน่งแทน และทิม คุก จะยังคงทำงานในตำแหน่งประธานบริหาร
  • ภายใต้การบริหารของทิม คุก มูลค่าบริษัท Apple เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลจาก 3.5 แสนล้านดอลลาร์ ส

จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ จะเข้ารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ ท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ Apple ทั้งการเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI การเปิดตัว Siri รุ่นใหม่ที่ใช้โมเดล Gemini ของ Google รวมถึงการเตรียมเปิดตัว iPhone แบบพับได้ แว่นตาอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์ที่เน้น AI ในอนาคต 

วันนี้ 31 สิงหาคม 2569  ทิม คุก (Tim Cook) กำลังก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Apple และส่งต่อบทบาทดังกล่าวให้กับ John Ternus รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์

บริษัทระบุในแถลงการณ์ว่า เขาจะยังคงทำงานกับ Apple ในตำแหน่งประธานบริหาร และจะ “ช่วยเหลือในบางด้านของบริษัท รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งซีอีโอ Cook ดูแลการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายรายการ รวมถึง Apple Watch, AirPods และล่าสุด MacBook Neo นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มรายได้ของธุรกิจ Services ของ Apple ให้สูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบริษัท รองจาก iPhone

สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) จ้างเขาเข้าทำงานกับ Apple ในปี 1998 และเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองประธานบริหารฝ่ายการขายทั่วโลกในปี 2002 ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หรือ COO ในปี 2005 ต่อมาทิม คุก เข้ารับตำแหน่งซีอีโอแทนสตีฟ จอบส์ ในปี 2011

ในช่วงเวลาดังกล่าว ทิม คุก ได้นำความเชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานมาใช้เพื่อขยายธุรกิจของ Apple อย่างมาก มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 350,000 ล้านดอลลาร์เป็นมากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึง 1,000%

รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า จาก 108,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2011 เป็น 416,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025

โดยเฉพาะรายได้จาก iPhone ที่พุ่งขึ้นอย่างมากภายใต้การบริหารของ Cook จาก 47,100 ล้านดอลลาร์เป็น 209,600 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ Apple Watch และ AirPods ของบริษัทเป็นสมาร์ตวอตช์และหูฟังที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก

ที่สำคัญเขาได้ผลักดันให้บริษัทเปลี่ยนจากการใช้ชิปของ Intel เพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ Mac มาเป็นชิปซิลิคอนที่ Apple ออกแบบเอง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปของบริษัท ทำให้สามารถมอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นอย่างมาก ขณะที่ระบบของคู่แข่งเพิ่งเริ่มไล่ตามได้ในขณะนี้

หุ้น Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง

ทั้งหมดนี้มีส่วนทำให้หุ้น Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนับตั้งแต่ทิม คุก เข้ารับตำแหน่ง จากเดือนสิงหาคม 2011 ถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา หุ้น Apple เพิ่มขึ้นมากกว่า 2,000% สูงกว่าการเพิ่มขึ้นมากกว่า 500% ของดัชนี S&P 500 อย่างมาก

ทั้งนี้ จอห์น เทอร์นัส จะเข้ารับตำแหน่งในช่วงเวลาที่ Apple กำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ บริษัทกำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI หลังจากตามหลังคู่แข่งอย่าง Microsoft และ Google

ขณะนี้คาดว่า Apple จะเปิดตัว Siri รุ่นปรับปรุงใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล AI Gemini ของ Google ในการประชุม WWDC ที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ มีรายงานว่า Apple กำลังเตรียมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ iPhone จนถึงขณะนี้ นั่นคือ iPhone แบบพับได้ ซึ่งคาดว่าบริษัทจะเปิดตัวไม่นานหลังจาก Cook ก้าวลงจากตำแหน่งในเดือนกันยายน

จอห์น เทอร์นัส ยังจะเป็นผู้เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะที่มีข่าวลือว่า Apple กำลังพัฒนา รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เน้น AI ในอนาคต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อแข่งขันกับอุปกรณ์ที่เน้น AI เป็นหลักของ OpenAI ซึ่งมีแผนจะเปิดตัว โดยทั้งหมดนี้จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 กันยายน