
E-Commerce โตก้าวกระโดด ‘แม็คกรุ๊ป’ กวาดรายได้ทะลุ 4,400 ล้าน
“แม็คกรุ๊ป” เผยผลประกอบการปีบัญชี 2569 รายได้แตะ 4,402 ล้านบาท เติบโต 6% แม้เผชิญแรงกดดันเศรษฐกิจ ชูยอดขายออนไลน์พุ่งก้าวกระโดด 61.8%
KEY
POINTS
- แม็คกรุ๊ปมีรายได้รวม 4,402 ล้านบาทในปีบัญชี 2569 เติบโตขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า
- การเติบโตหลักมาจากช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) ที่มียอดขายพุ่งสูงถึง 1,152 ล้านบาท หรือเติบโต 61.8%
- ยอดขายออนไลน์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากช่องทางนี้เพิ่มขึ้นเป็น 26% ของรายได้รวม
- ขณะที่ยอดขายออนไลน์เติบโตสูง ยอดขายจากหน้าร้านและห้างสรรพสินค้ากลับปรับตัวลดลง
- แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 701 ล้านบาท ลดลง 7.8% จากปีก่อน
“แม็คกรุ๊ป” รายงานผลการดำเนินงานปีบัญชี 2569 สร้างการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนจากสถานการณ์สงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค โดยทำกำไรสุทธิ 701 ล้านบาท และรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยเงินสดในมือกว่า 1.9 พันล้านบาท
รายได้ 4,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%
นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้บริหารสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานประจำปีบัญชี 2569 (วันที่ 1 ก.ค. 2568-30 มิ.ย. 2569) บริษัทสามารถรักษาทิศทางการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจระดับโลก
เป็นผลมาจากสถานการณ์สงคราม ปัจจัยทางการเมือง และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาพรวม โดยในรอบปีบัญชี 2569 แม็คกรุ๊ปสามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้ารวมอยู่ที่ 4,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีบัญชีปีก่อนหน้าที่มีรายได้จากการขายรวม 4,152 ล้านบาท
E-Commerce โกยยอดขายทะลุพันล้านโต 61.8%
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น เกิดจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ (E-Commerce) ซึ่งสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายรวม 1,152 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 61.8% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 26% ของรายได้จากการขายรวม ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 17% ในปีบัญชีปีก่อน
การเติบโตดังกล่าวนับเป็นผลสำเร็จจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้รุกการจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนการรักษาตำแหน่งผู้นำด้านยอดขายบนแพลตฟอร์ม TikTok อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การจำหน่ายผ่านช่องทางออฟไลน์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยช่องทางร้านค้าปลีกของบริษัท (Free-standing Shop) มีรายได้จากการขาย 2,474 ล้านบาท ลดลง 192 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.2% และช่องทางห้างสรรพสินค้ามีรายได้จากการขาย 684 ล้านบาท ลดลง 21 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3% เมื่อเทียบกับปีบัญชีปีก่อน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาสภาพความสามารถในการทำกำไรและอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ในระดับสูง โดยมีกำไรขั้นต้นรวม 2,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55 ล้านบาท หรือเติบโต 5.8% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 63.8% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า
การรักษาระดับกำไรขั้นต้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการบริหารจัดการช่องทางการจำหน่ายและกิจกรรมส่งเสริมการขายให้มีความเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ส่งผลให้ในภาพรวมปีบัญชี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 701 ล้านบาท ลดลง 7.8% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 760 ล้านบาท
สร้างโอกาสขยายธุรกิจผ่าน M&A
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม็คกรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมกันมากกว่า 1,983 ล้านบาท สภาพคล่องดังกล่าวทำให้บริษัทมีความพร้อมในการรองรับการดำเนินธุรกิจตามปกติ และสามารถแสวงหาโอกาสในการสร้างการเติบโตใหม่ๆ ในอนาคต
ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาการขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ การมองหาโอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ตลอดจนการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ จากผลการดำเนินงานที่สามารถสร้างกำไรสุทธิได้อย่างสม่ำเสมอในทุกไตรมาสตลอดทั้งปี ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังเพิ่มเติมในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีแรกที่ได้จ่ายไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.52 บาท
จะทำให้ทั้งปีบัญชี 2569 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมในอัตราหุ้นละ 0.88 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลเกือบ 100% ของกำไรสุทธิ หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 7.59% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 4 พ.ย. 2569
ปรับฐานลูกค้าสู่ Gen Y และ Gen Z
สำหรับทิศทางและแผนธุรกิจในปีบัญชี 2570 แม็คกรุ๊ปตั้งเป้าหมายที่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การรุกตลาดออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบเพื่อกระตุ้นยอดขายและขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งสอดรับกับนโยบายการปรับฐานลูกค้าจากเดิมที่เป็นกลุ่ม Gen X และ Gen Y ไปสู่การเน้นกลุ่ม Gen Y และ Gen Z มากยิ่งขึ้น
โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่ม Gen Y และ Gen Z ให้ได้ถึง 80% ภายในระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 68% ควบคู่ไปกับการนำ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อพัฒนากิจกรรมทางการตลาดและการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิกของบริษัทได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.9 ล้านราย จากเดิม 1.3 ล้านรายในปีที่ผ่านมา
ในส่วนของช่องทางการขายออฟไลน์ บริษัทจะมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยอาศัยความแข็งแกร่งของธุรกิจที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 50 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งเครือข่ายจุดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โรงงานผลิตที่มีความเชี่ยวชาญ และศูนย์กระจายสินค้าของตนเอง
พร้อมกันนี้ยังคงเดินหน้าปรับปรุงจุดจำหน่ายเดิมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการจุดจำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานต่ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร โดย ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2569 บริษัทมีจุดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 567 จุดทั่วประเทศ







