
พาณิชย์เปิด ‘Thailand Local SDGs Plus Expo 2026’ ดันสินค้าไทยโตยั่งยืน
พาณิชย์เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านงาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 ดึงพลังภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนการค้าครบวงจร มุ่งสร้างโอกาสการค้าใหม่
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์จัดงาน "Thailand Local SDGs Plus Expo 2026" เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการจาก 76 จังหวัดให้พัฒนาสินค้าตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
- รวบรวมผู้ประกอบการกว่า 200 ราย จัดแสดงสินค้ารักษ์โลกกว่า 1,000 รายการ ครอบคลุม 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
- มีกิจกรรมให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและนวัตกรรม ควบคู่กับการจัดเสวนาเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืน
กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดงาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 ณ Hall 7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี
เศรษฐกิจภูมิภาคสู่วาระยั่งยืน
การจัดงาน Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 สะท้อนถึงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจการค้าภายใต้วิสัยทัศน์ "MOC+" หรือ "ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทยให้เข้มแข็ง เป็นธรรม และเติบโตอย่างยั่งยืน" ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับทิศทางการการค้ายุคใหม่ โดยยึดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติเป็นหลัก
การดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับบริบททางการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้บริโภคยุคปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงเฉพาะปัจจัยด้านราคาหรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจไปสู่แนวคิดความยั่งยืน จึงเป็นการเปลี่ยนความท้าทายทางการค้าให้กลายเป็นเครื่องมือแข่งขันในระดับสากล พร้อมทั้งเป็นการสร้างฐานรากทางเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่ง
ยกระดับจากพื้นที่จำหน่ายสินค้าสู่แพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางธุรกิจ
โครงสร้างการจัดงานในครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่การจำหน่ายสินค้าแบบดั้งเดิม แต่ถูกยกระดับให้เป็นแพลตฟอร์มในการสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างครบวงจร ผ่านกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งมุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตระดับท้องถิ่นเข้ากับเครือข่ายกลุ่มห้างสรรพสินค้า ธุรกิจโรงแรม และภาคีคู่ค้าจากต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเจรจาทางการค้าไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีบริการ Design & Innovation Clinic เพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการปรับโฉมแบรนด์สินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไฮไลท์สำคัญในวันเปิดงานคือ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างภาคเอกชน
โดยมีผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการจากหลากหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี เชียงราย ขอนแก่น และมหาสารคาม อันเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
นวัตกรรมสินค้ารักษ์โลก
งานดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยต่อยอดมาจากแนวคิด BCG ในช่วงปี 2566 โดยในครั้งนี้ได้รวบรวมผู้ประกอบการที่มีศักยภาพกว่า 200 ราย พร้อมนำเสนอสินค้ารักษ์โลกมากกว่า 1,000 รายการ จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กลุ่มอาหารแปรรูปและ Future Food กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กลุ่มแฟชั่นและเครื่องหนังที่ใช้วัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือทิ้ง กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกายย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านจากขยะแปรรูป และกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามออร์แกนิค
องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งคือ นิทรรศการพิเศษ "ภูมิปัญญาไทยสู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน" ซึ่งถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ผ้าไทยและงานหัตถกรรมไทยให้มีความร่วมสมัย และได้รับการยอมรับในระดับสากล นิทรรศการนี้ช่วยแสดงให้เห็นถึงการนำอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สร้างความตระหนักรู้สู่เศรษฐกิจฐานราก
นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจ งานนี้ยังมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนผ่านกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ตลอดการจัดงาน เช่น เวทีเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ "ความยั่งยืนเริ่มจากชีวิตประจำวัน" "ความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาส" และ "รายได้จากความยั่งยืน" ควบคู่ไปกับกิจกรรมเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างประโยชน์ เพื่อส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน
การรวบรวมข้อมูลสินค้า SDGs เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ และการขยายช่องทางการตลาดผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายภาคเอกชน จึงถือเป็นกลไกสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยผลักดันให้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง และส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยเกิดการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว







