
โชว์ 3 นวัตกรรม เครื่องจักรต้นแบบยกระดับเกษตร-สมุนไพรไทย
มทร.ล้านนา จับมือเอ็มเท็ค - สวทช. เปิดตัว 3 นวัตกรรมสุดเจ๋ง เครื่องจักรต้นแบบยกระดับเกษตรและสมุนไพรไทย จากงานวิจัย
KEY
POINTS
- มทร.ล้านนา ร่วมกับเอ็มเทคและ สวทช. พัฒนา 3 นวัตกรรมเครื่องจักรต้นแบบเพื่อยกระดับเกษตรกรรมและสมุนไพรไทย
- เครื่องจักรทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ เครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหย, เครื่องเพิ่มมูลค่าและยืดอายุผลผลิตทางการเกษตร, และเครื่องสกัดสมุนไพรประหยัดพลังงาน
- นวัตกรรมดังกล่าวช่วยลดเวลาและต้นทุนการสกัดสารสำคัญในสมุนไพรโดยยังคงคุณภาพสูง และสามารถลดสารเคมีตกค้างในผักผลไม้ได้มากกว่า 80%
- ผลงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมยา เวชสำอาง และอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG
การผนึกกำลังของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรต้นแบบยกระดับเกษตรและสมุนไพรไทย กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก
3 นวัตกรรมเครื่องจักรต้นแบบ
รศ.วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว ทำให้เกิดความสำเร็จในการพัฒนา 3 นวัตกรรมเครื่องจักรต้นแบบ ของนักวิจัย มทร.ล้านนา ประกอบด้วย
1. เครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหยด้วยเทคโนโลยีสนามไฟฟ้าพัลส์ (PEF) ร่วมกับไมโครเวฟและความร้อน ผลงานของ ดร.ชัชวาลย์ กันทะลา นักวิจัย มทร.ล้านนา และคณะ
2. เครื่องต้นแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตรด้วยเทคนิคพลาสมาร่วมกับไมโครและนาโนบับเบิ้ล ผลิตน้ำพลาสมา ผลงานของ นายสาธิต รุ่งสว่าง ดร.ศุภเกียรติ สุภสินธ์ นักวิจัย มทร.ล้าน และคณะ
3. เครื่องสกัดสมุนไพรประหยัดพลังงานด้วยเทคนิคพลังงานร่วมของสนามไฟฟ้าพัลส์ อัลตราโซนิกและระบบระเหยสารภายใต้แรงดันต่ำ ผลงานของ นายจักรรินทร์ ถิ่นนคร ดร.ศุภเกียรติ สุภสินธ์ นักวิจัย มทร.ล้านนา และคณะ
ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เศรษฐกิจ BCG
เครื่องจักรต้นแบบทั้งหมดนี้ถือเป็นผลงานภายใต้โครงการสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ทั้ง 3 ผลงานเป็นงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เศรษฐกิจ BCG อย่างแท้จริง
โดย ดร.ชัชวาลย์ กล่าวว่า งานวิจัยเครื่องดังกล่าวจะช่วยลดเวลาในการสกัดน้ำมันหอมระเหย ซึ่งได้ทดลองสกัดน้ำมันหอมระเหยจากไพล โดยใช้ไพลจำนวน 5 กิโลกรัม ใช้เวลาสกัดประมาณ 5 ชั่วโมง จะได้น้ำมันหอมระเหยราว 35 ซีซี และในการสกัด 1 รอบ จะเสียค่าไฟเพียง 137 บาท
อีกทั้งยังคงประสิทธิภาพสูงสุดของสารสำคัญในไพล เช่น Curcuminoids และ Terpenes ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ ได้อย่างเด่นชัด ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ได้ เนื่องจากน้ำมันที่สกัดออกมาเป็นสารสกัดเกรดเภสัชกรรมและเวชสำอาง
ลดปริมาณสารเคมีตกค้างในผลผลิต
ขณะที่ ดร.ศุภเกียรติ กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณสารเคมีตกค้างในผลผลิตได้ โดยได้ทดลองกับผักคะน้าที่ขึ้นชื่อว่ามีสารตกค้างมากที่สุด นำไปแช่ในน้ำพลาสมา 20 นาที พบว่าลดสารพิษในผักลงได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นเมื่อเทียบกับการแช่ด้วยน้ำธรรมดา ซึ่งเครื่องนี้จะทำให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกผัก ผลไม้ไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ลดการตีกลับของสินค้าที่มีเชื้อจุลินทรีย์ และสารเคมีตกค้างเกินกำหนด และยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตได้
ดร.ศุภเกียรติ สุภสินธ์ หนึ่งในทีมนักวิจัยเครื่องสกัดสมุนไพรประหยัดพลังงานด้วยเทคนิคพลังงานร่วมของสนามไฟฟ้าพัลส์ อัลตราโซนิกและระบบระเหยสารภายใต้แรงดันต่ำ กล่าวว่า เครื่องสกัดนี้สามารถสกัดสารในพืช โดยใช้คลื่นอัลตร้าโซนิก ผลักสารออกฤทธิ์ที่ไวต่อความร้อนที่เป็นสารสำคัญในพืชออกโดยยังคงคุณภาพไว้
ซึ่งได้ทดลองสกัดสาร Capsaicin ที่อยู่ในพริก เพื่อผลิตเป็นสเปรย์พ่นป้องกันหนู ช้าง กระรอก เข้ามาทำความเสียหายกับผลผลิตทางการเกษตรซึ่งได้ผลที่ดี และเครื่องนี้ยังสามารถต่อยอดผลิตสารสกัดคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้







