
เจาะเส้นทาง "นมแท่ง-ไก่ย่าง" จากขนมวัยเด็ก สู่ธุรกิจยอดขายพันล้าน
เจาะอาณาจักร "ไพบูลย์ โปรดักส์" เจ้าของแบรนด์นมแท่ง-ไก่ย่าง ขนมคู่คนไทยกว่า 30 ปี เติบโตจากขนมซองละบาทสู่ธุรกิจพันล้าน
KEY
POINTS
- บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด คือผู้ผลิตขนม "นมแท่ง" ที่เริ่มต้นธุรกิจในปี 2537 ด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท
- ธุรกิจเติบโตจนสามารถสร้างรายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท โดยมียอดขายสูงสุด 1,128.9 ล้านบาทในปี 2566
- บริษัทได้ขยายสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสินค้าหลัก 6 กลุ่ม เช่น ข้าวโพดอบกรอบ บิสกิต และเวเฟอร์ เพื่อรองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ
- ในช่วง 2 ปีล่าสุด บริษัทเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้และกำไรปรับตัวลดลง
หากพูดถึงขนมที่อยู่คู่ร้านโชห่วยและวัยเด็กของคนไทยมานานหลายสิบปี "นมแท่ง" และ "ไก่ย่าง" คือสองชื่อที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ราคาจับต้องได้ และการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้ขนมทั้งสองแบรนด์กลายเป็นความทรงจำของผู้บริโภคหลายยุคหลายสมัย
เบื้องหลังขนมในตำนานเหล่านี้ คือ บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวสัญชาติไทยที่เติบโตมากว่า 30 ปี จากโรงงานขนาดเล็กสู่ผู้ผลิตสินค้าอาหารว่างรายสำคัญของประเทศ ที่ปัจจุบันมีรายได้เกือบ 1,000 ล้านบาท
เริ่มต้นจากทุน 1 ล้านบาท สู่โรงงานขนมขนาดใหญ่
บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2537 โดยคุณไพบูลย์ พัฒนวาณิชกิจกุล และคุณขวัญจิตร ยั่งยืน ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตข้าวโพดอบกรอบ
ผลิตภัณฑ์แรกที่สร้างชื่อเสียงให้บริษัท คือ "นมแท่ง" ข้าวโพดอบกรอบที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทข้าวเกรียบกุ้ง ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคไม่แพ้กัน
ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ในตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร และมีพนักงานมากกว่า 300 คน
ขยายไลน์ผลิตต่อเนื่อง รับตลาดขนมที่เปลี่ยนแปลง
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี บริษัทเดินหน้าลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2542 ได้เพิ่มไลน์ผลิตข้าวเกรียบกุ้งชนิดเส้น ก่อนขยายสู่เวเฟอร์สติ๊กในปี 2545 และเวเฟอร์เพลทในปี 2555
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นในปี 2554 เมื่อบริษัทจัดตั้ง บริษัท เคพีฟู้ดส์ จำกัด บนพื้นที่ 11 ไร่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
หลังจากนั้นบริษัทได้ขยายพอร์ตสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งขนมปังกรอบและบิสกิตในปี 2561 รวมถึงขนมบะหมี่ทอดกรอบและข้าวเกรียบโฟร์เลเยอร์ในปี 2562
ปัจจุบัน ไพบูลย์ โปรดักส์ ผลิตสินค้าหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ ข้าวโพดอบกรอบ ขนมขบเคี้ยว บิสกิต เวเฟอร์ คุกกี้ และเวเฟอร์สติ๊ก ครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
รายได้เคยทะลุ 1,100 ล้าน ก่อนเผชิญแรงกดดันกำลังซื้อ
ข้อมูลผลประกอบการของบริษัทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของธุรกิจขนมขบเคี้ยวไทยที่ต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรง ต้นทุนการผลิตที่ผันผวน และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว
ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,004.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 61.2 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 952.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 59.3 ล้านบาท
ขณะที่ปี 2566 ถือเป็นปีที่มีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดในรอบ 5 ปี โดยมีรายได้รวม 1,128.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 63.4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นบริษัทเริ่มเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้ปี 2567 รายได้รวมลดลงเหลือ 976.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงเหลือ 34.9 ล้านบาท
ส่วนปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 899 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 30.9 ล้านบาท นับเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 ซึ่งเป็นปีที่ทำรายได้สูงสุด พบว่ารายได้ลดลงกว่า 229 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ขณะที่กำไรสุทธิลดลงมากกว่า 32 ล้านบาท หรือเกือบ 51%
คุณภาพและมาตรฐาน คือหัวใจสำคัญ
แม้ต้องเผชิญความท้าทายทางธุรกิจ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าและรักษามาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์และควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน
ปัจจุบันบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานสำคัญ ได้แก่ GMP, HACCP และ HALAL ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
ภายใต้นโยบาย "เรามุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ และเน้นความสะอาดปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภค"
จากขนมในตำนาน สู่โจทย์ใหม่ของธุรกิจอาหารว่างไทย
จากจุดเริ่มต้นของข้าวโพดอบกรอบ "นมแท่ง" เมื่อกว่า 30 ปีก่อน วันนี้ ไพบูลย์ โปรดักส์ เติบโตสู่ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวครบวงจรที่มีรายได้ระดับเกือบพันล้านบาทต่อปี
แม้แบรนด์ในเครือยังคงเป็นที่จดจำของผู้บริโภค แต่ตัวเลขผลประกอบการที่ชะลอตัวในช่วง 2 ปีหลัง สะท้อนให้เห็นว่าโจทย์สำคัญของบริษัทจากนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาความเป็นขนมในความทรงจำของคนไทย แต่คือการปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดขนมขบเคี้ยวทั้งในและต่างประเทศ
แหล่งข้อมูล
- ประวัติความเป็นมา https://www.paiboonpro.com/th/
- งบการเงิน https://datawarehouse.dbd.go.th/






