
CMO ชี้เมกะโปรเจ็กต์ดันตลาดอีเว้นท์ครึ่งปีหลังคึกคัก
ซีเอ็มโอ คาดเมกะโปรเจ็กต์ทั้งงานประชุมระดับโลก expo แฟนมีท ปลุกตลาดอีเว้นท์ครึ่งปีหลังคึกคัก มั่นใจรายได้ฟื้น หลังไตรมาส 1 กำไรลดฮวบ
KEY
POINTS
- ตลาดอีเว้นท์ในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มคึกคัก โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากเมกะโปรเจกต์หลายโครงการที่จะเข้ามาจัดในประเทศไทย
- CMO เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 (งบเฉพาะกิจการ) เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารงาน
- นอกจากเมกะโปรเจกต์แล้ว ภาคเอกชนยังทุ่มงบประมาณจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการซื้อ ซึ่งเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด
- บริษัทมุ่งเน้นการเป็น Total Experience Solutions โดยชูมาตรฐานด้านความยั่งยืน และเตรียมขยายฐานรายได้สู่ตลาดต่างประเทศ
นายมงคล ศีลธรรมพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผู้ดำเนินธุรกิจสร้างสรรค์บริหารจัดการงานอีเวนต์ นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ งานประชุมสัมมนา คอนเสิร์ต และเฟสติวัล เปิดเผยว่า
ผลประกอบการไตรมาส1/2569 บริษัทมีรายได้จากให้บริการ จากงบเฉพาะกิจการอยู่ที่ 244.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.87 ล้านบาท หรือคิดเป็น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 164.24 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 16.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.12 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.58 ล้านบาท
Mega Project แห่จัดในไทย
โดยผลงานไตรมาส1/69 ในส่วนของงบเฉพาะกิจการ มีการเติบโตโดดเด่น ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารงาน และจัดการภายในของบริษัทแม่ที่มีความคล่องตัวสูง โดยบริษัทยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจครีเอทีฟอีเวนต์ ได้อย่างเหนียวแน่น คว้างานทั้งจากลูกค้าเดิมและขยายฐานสู่ลูกค้าใหม่ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
เช่น สถาบันการเงิน ยานยนต์ และเทคโนโลยี รวมไปถึงกลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ นอกจากนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1.72 เท่า จาก 1.79 เท่า เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนแนวโน้มการบริหารโครงสร้างเงินทุนและระดับหนี้สินที่มีความเหมาะสมและมีวินัยทางการเงินมากขึ้น
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมอีเวนต์ รวมไปถึงคอนเสิร์ต และมิวสิค เฟสติวัล ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังสดใส บริษัทเอกชนทุ่มงบประมาณเร่งจัดกิจกรรมกระตุ้นการซื้อ รวมไปถึงมี Mega Project อีกหลายโครงการที่มาจัดที่ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอีเวนต์ให้มีความคึกคัก
เดินหน้า Total Experience Solutions
ทั้งนี้ในครึ่งปีหลัง บริษัทมุ่งเน้นการเป็น Total Experience Solutions ที่ไม่ได้ให้แค่บริการอีเวนต์ แต่รวมถึงการสร้างความต่างด้วยมาตรฐานด้านความยั่งยืน (Sustainability Compliance) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคว้างานจากองค์กรชั้นนำระดับโลก นอกจากนี้เรายังเตรียมขยายฐานรายได้สู่ตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตอีกด้วย
ขณะเดียวกัน อีเวนต์ในประเทศ มีสัญญาณการเติบโตดีต่อเนื่องจากภาวะตลาดที่ยังมีการเติบโต บริษัทยังคงมีงานรันต่อเนื่องทั้งระบบ ทั้งในกลุ่มงานอีเวนต์ และกลุ่มซัพพลายอุปกรณ์ระบบภาพแสงเสียง โดยมีงานที่น่าสนใจ อาทิงาน World Bank Gala Dinner,งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Luxury Brand, งานดูแลจัดทำพาวิลเลียนในงาน Money Expo 2026, งาน SET in the City 2026 ตลอดจนงานในกลุ่ม Entertainment จัดกิจกรรมแฟนมีทติ้งศิลปิน เป็นต้น
Q1 รายได้ 411 ล้าน ลดลง 5.4%
นายมงคล กล่าวว่า บริษัทจะดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ทางการตลาด ควบคู่ไปกับการบริหารกลยุทธ์ทางการเงิน เพื่อเป้าหมายที่จะรักษาความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอีเวนต์ชั้นนำ พร้อมเดินหน้าขยายกลุ่มธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงพัฒนาบริการด้านเทคโนโลยีสำหรับงานอีเวนต์และมาร์เก็ตติ้งให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
ในส่วนผลประกอบการทั้งเครือไตรมาส1/69 จากงบรวมกิจการ บริษัทมีรายได้จากการให้บริการจำนวน 411.94 ล้านบาท ลดลง 23.70 ล้านบาท หรือ 5.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้จากการให้บริการจำนวน 435.64 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 20.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.1% ลดลง 33.25 ล้านบาท หรือ 61.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน






