thansettakij
thansettakij
'วัน เอเชีย' ปั้นมิวสิค เฟสติวัล ปลุกท่องเที่ยวเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

'วัน เอเชีย' ปั้นมิวสิค เฟสติวัล ปลุกท่องเที่ยวเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

16 พ.ค. 69 | 02:55 น.
อัปเดตล่าสุด :16 พ.ค. 69 | 02:58 น.

'วัน เอเชีย' ดัน Siam Songkran Music Festival ปั้น Ecosystem ปั๊มเงินกระจายสู่โรงแรม-ร้านอาหาร รับเทรนด์ท่องเที่ยวสงกรานต์ปี 69 สะพัด 3 หมื่นล้าน

KEY

POINTS

  • บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จัดงาน "Siam Songkran Music Festival" เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นเมืองแห่งคอนเสิร์ตและจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว
  • เทศกาลสยามสงกรานต์เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสงกรานต์ (Songkran Economy) ที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวรวมกว่า 30,000 ล้านบาท
  • ชูจุดเด่นด้านวัฒนธรรมสงกรานต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials
  • บริษัทตั้งเป้าเพิ่มการลงทุนเกือบ 2,000 ล้านบาทในปีหน้า เพื่อขยายพื้นที่จัดงานและยกระดับเทศกาลดนตรีของไทยสู่มาตรฐานสากล

นายรชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมมิวสิกเฟสติวัลของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตครั้งสำคัญ จนประเทศไทยเริ่มถูกมองเป็น “เมืองแห่งคอนเสิร์ต” หลังจำนวนงานอีเวนต์และเทศกาลดนตรีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าแบรนด์เนม ไปสู่การใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ และความสุขให้ตัวเองมากขึ้น

นายรชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด

กระแส Experience Economy และ Festival Economy กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจใหม่ของโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ และการมีส่วนร่วมทางสังคม มากกว่าการบริโภคแบบเดิม ส่งผลให้ Music Festival ไม่ใช่เพียงงานบันเทิง แต่กลายเป็น “Experience Destination” ที่เชื่อมโยงดนตรี การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ และ Social Content เข้าด้วยกัน

ไทยได้เปรียบทั้งโครงสร้างพื้นฐาน-วัฒนธรรม

ไทยมีจุดแข็งสำคัญหลายด้านที่ทำให้ต่างชาติเลือกเดินทางเข้ามาร่วมเทศกาลดนตรี ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม โรงแรมระดับ 5 ดาวที่มีราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเมืองหลักในเอเชีย รวมถึงระบบ Hospitality ของไทยที่ยังเป็นจุดแข็งระดับโลก

นอกจากนี้พลังของคนไทยและวัฒนธรรมไทยยังเป็นจุดขายสำคัญ โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ที่ถือเป็น Culture DNA ของประเทศ ทำให้ไทยมีความแตกต่างจากเทศกาลแนว Splash Festival ในประเทศอื่น เพราะไทยมีรากวัฒนธรรมและบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์จริง

“ต่างชาติไม่ได้มองไทยแค่เรื่องเที่ยว แต่เริ่มมองว่าไทยคือ Destination ที่ต้องมาในช่วงเทศกาล เพราะมีทั้งวัฒนธรรม ดนตรี ไลฟ์สไตล์ และพลังของเมืองอยู่รวมกัน” 

Siam Songkran ดันเม็ดเงินสะพัดหลายพันล้าน

สำหรับ Siam Songkran Music Festival 2569 ปีล่าสุด บริษัทระบุว่าสามารถจำหน่ายบัตรได้มากกว่า 92,000 ใบ ภายใน 4 วัน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในงานกว่า 300 ล้านบาท

บริษัทมองว่า เฟสติวัลที่แข็งแรงไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เข้าร่วม แต่ต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ ecosystem โดยรอบ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ธุรกิจในพื้นที่ และระยะเวลาการพักของนักท่องเที่ยว โดย Siam Songkran ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Songkran Economy ที่ปี 2569 คาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมกว่า 30,350 ล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกว่า 500,000 คนในช่วงเทศกาล

รูป เวทีสยามสงกรานต์ 2569

ตั้งเป้ารายได้โต 2 เท่า ลงทุนแตะ 2 พันล้าน

ในด้านแผนธุรกิจบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีถัดไปเติบโต 2 เท่า จากปีปัจจุบัน หลังจากผ่านมาใช้งบลงทุนกว่า 250 ล้านบาท และสร้างรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท

ส่วนปีหน้าบริษัทเตรียมเพิ่มขนาดการลงทุนรวมทุกโปรเจกต์เป็นเกือบ 2,000 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก เพื่อยกระดับธุรกิจมิวสิกเฟสติวัลของไทยสู่มาตรฐานสากล โดยบริษัทมีแผนขยายพื้นที่จัดงานที่ Bravo BKK ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้นในอนาคต หลังเจรจากับเจ้าของพื้นที่แล้วเรียบร้อย

นอกจากนี้บริษัทเดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจภายในงาน เพื่อเพิ่มรายได้ต่อผู้เข้าร่วม โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ผ่านการปรับปรุงระบบบาร์ให้รวดเร็วขึ้น และออกแบบเมนูให้เข้าถึงง่ายขึ้น

ผลจากการปรับระบบดังกล่าว ทำให้ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพิ่มจาก 300 บาท เป็น 1,500-3,000 บาท ในปีล่าสุดสะท้อนว่าผู้บริโภคยอมจ่ายมากขึ้นหากได้รับประสบการณ์ที่ดีและบริการที่มีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการยกระดับมาตรฐานการจัดงานของไทยให้เทียบระดับสากล ผ่านการทำงานร่วมกับ Global Partner และเรียนรู้แนวทางจากเฟสติวัลระดับโลก ทั้งระบบความปลอดภัย การบริหารผู้เข้าร่วมงาน และ Crowd Management

นายรชต กล่าวว่า การที่ Tomorrowland สนใจเข้ามาพัฒนาโปรเจกต์ในประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าโลกเริ่มมองเห็นศักยภาพของไทย ทั้งด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว Hospitality และความสามารถในการรองรับงานขนาดใหญ่ มองว่าการมี Global Brand เข้ามาในตลาด ไม่ได้ทำให้ผู้เล่นไทยแข่งขันลำบากขึ้น แต่กลับช่วยขยายตลาดเฟสติวัลโดยรวม และทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจประเทศไทยมากขึ้น

รูป เวทีสยามสงกรานต์ 2569

เจาะ Gen Z-รักษาฐานต่างชาติ

ด้านกลยุทธ์การตลาดบริษัทเตรียมแยกการสื่อสารตามกลุ่มลูกค้า โดยเน้นเจาะกลุ่มวัย 20-25 ปี ผ่านการทำงานร่วมกับคลับและพาร์ทเนอร์ด้านไลฟ์สไตล์ เพื่อดึงลูกค้าใหม่เข้าสู่งาน

ขณะเดียวกัน ยังรักษาฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่ม High-end จากจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

นายรชต กล่าวว่า ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพประสบการณ์มากขึ้น เห็นได้จากการเติบโตของโซน Premium และ VIP ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเฟสติวัลไทยกำลังเข้าสู่ช่วง Mature Market มากขึ้น

รูป เวทีสยามสงกรานต์ 2569

คุมความเสี่ยง-เน้นประสบการณ์ลูกค้า

แม้อุตสาหกรรมเฟสติวัลจะเติบโตสูง แต่บริษัทยอมรับว่าธุรกิจนี้ยังมีความเสี่ยง ทั้งจากสภาพอากาศ การยกเลิกของศิลปิน และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

บริษัทจึงปรับแนวทางบริหารจากเดิมที่เน้นขายบัตรให้ได้มากที่สุด มาเป็นการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม เพื่อรักษาคุณภาพประสบการณ์ ลดปัญหาความแออัด และสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว

พร้อมกันนี้ ยังนำระบบ Event Wallet ผ่านแอปพลิเคชัน Cashier มาใช้บริหารการเติมเงินและคืนเงินภายใน 30 วัน แม้ต้องยอมเสียรายได้จากระบบจองตั๋วบางส่วน เพื่อสร้างความโปร่งใสและ Brand Loyalty ในระยะยาว

เป้าหมายของ One Asia Ventures ไม่ใช่เพียงการเป็นผู้จัดงานดนตรี แต่ต้องการผลักดัน “Festival Economy” ของไทย จากอีเวนต์สู่โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างรายได้ด้านท่องเที่ยว การลงทุน และ Soft Power ให้ประเทศในระยะยาว

ประสานรัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

บริษัทยังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับ EEC และกระทรวงคมนาคม เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอีเวนต์ระดับโลกในอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาถนนในพื้นที่ชลบุรีหลายเส้นทาง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและรองรับโปรเจกต์ขนาดใหญ่

นายรชต กล่าวว่า หากประเทศไทยสามารถพัฒนา infrastructure ด้านเทศกาลได้ครบวงจร ทั้งสถานที่จัดงาน ระบบขนส่ง ความปลอดภัย และการเชื่อมโยงด้านท่องเที่ยว ไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน Global Festival Destinations ของโลก เช่นเดียวกับ Tomorrowland ในเบลเยียม Coachella ในสหรัฐฯ และ Fuji Rock Festival ในญี่ปุ่น