thansettakij
thansettakij
'ทศ จิราธิวัฒน์' ตั้ง 4 แม่ทัพ ขับเคลื่อนธุรกิจห้างหรู 2.4 แสนล้านในยุโรป

'ทศ จิราธิวัฒน์' ตั้ง 4 แม่ทัพ ขับเคลื่อนธุรกิจห้างหรู 2.4 แสนล้านในยุโรป

21 เม.ย. 69 | 05:55 น.
อัปเดตล่าสุด :21 เม.ย. 69 | 06:02 น.

ทศ จิราธิวัฒน์ ประกาศแต่งตั้ง 4 แม่ทัพขยายธุรกิจยุโรป 2.4 แสนล้าน เดินหน้ายกระดับห้างหรู เสริมแกร่งธุรกิจในทุกมิติ ยั่งยืน

KEY

POINTS

  • กลุ่มเซ็นทรัลประกาศแต่งตั้งทีมผู้บริหารระดับสูง 4 คน เพื่อขับเคลื่อนและสร้างความเป็นเอกภาพให้กับธุรกิจห้างสรรพสินค้าหรูในยุโรป
  • ทีมผู้บริหารใหม่ประกอบด้วย นายปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี (CEO ยุโรป), นายจูเซ็ปเป ดามาโต (CCO ยุโรป), นายชาติ จิราธิวัฒน์ (CSO ยุโรป) และนายอังเดร เมเดอร์ (CEO กลุ่มเซลฟริดเจส)
  • มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ยกระดับความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในยุโรปและเอเชีย

หลังเข้าซื้อกิจการและพลิกโฉมห้างหรูในยุโรปเมื่อ 14 ปีก่อน พร้อมทำยอดขายได้กว่า 2.4 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา ล่าสุดในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 "กลุ่มเซ็นทรัล" ออกมาประกาศแผนแนวรบ ในการพัฒนาและต่อยอดคุณค่าให้กับธุรกิจในยุโรป ผ่านเครือข่ายห้างหรูระดับไอคอนิก ให้เป็นแหล่งรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดย “ทศ จิราธิวัฒน์” ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

“ก้าวต่อไปคือการเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านทีมผู้บริหาร โครงสร้างธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในยุโรปและเอเชีย”

นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ผู้บริหารธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการของไทย ครอบคลุมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป กล่าว

ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานในยุโรปเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กลุ่มเซ็นทรัลได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย

ปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป

นายปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี (Pierluigi Cocchini) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป (Chief Executive Officer – Europe) รับผิดชอบการกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ และกำกับการดำเนินงานในภาพรวมของเครือข่ายธุรกิจในยุโรป เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค  พร้อมไปกับการสร้างวัฒนธรรมการนำองค์กรที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว โดยยังคงอัตลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน

จูเซ็ปเป ดามาโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์ กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป

นายจูเซ็ปเป ดามาโต (Giuseppe D’Amato) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์ กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป (Chief Commercial Officer - Europe) รับผิดชอบการกำหนดและขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ในยุโรป ครอบคลุมการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ การจัดซื้อสินค้า การบริหารหมวดหมู่สินค้า การตลาด และการพัฒนา Retail Media เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนในทุกตลาด

ชาติ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์ กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป

นายชาติ จิราธิวัฒน์ (Chart Chirathivat) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์ กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป (Chief Strategy Officer - Europe) รับผิดชอบการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ระดับโลก เพื่อยกระดับบทบาทของกลุ่มเซ็นทรัลในฐานะพันธมิตรหลักของแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเครือข่ายในยุโรปและเอเชียในระดับผู้บริหารให้เป็นไปอย่างสอดประสานและมีเอกภาพ

อังเดร เมเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซลฟริดเจสและกลุ่มเซลฟริดเจส

นายอังเดร เมเดอร์ (André Maeder) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซลฟริดเจสและกลุ่มเซลฟริดเจส (CEO Of Selfridges And Group CEO Of Selfridges Group) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและ PIF กองทุนความมั่งคั่งแห่งซาอุดีอาระเบีย

โดยกลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ครอบคลุม 4 แบนเนอร์ใน 3 ประเทศ ได้แก่ เซลฟริดเจส ในสหราชอาณาจักร ดี แบนคอร์ฟ ในเนเธอร์แลนด์ และบราวน์ โทมัส และอาร์นอตส์ ในไอร์แลนด์ โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ นวัตกรรม และความเป็นผู้นำด้าน Retail Media ในภาพรวมของกลุ่มเซลฟริดเจส

ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีเครือข่ายห้างสรรพสินค้าหรูภายใต้การบริหารรวม 40 สาขา ใน 34 เมืองหลัก ครอบคลุม 7 ประเทศ ผ่านแบนเนอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุโรป ได้แก่

  • รีนาเชนเต  ประเทศอิตาลี (ปี 2554)
  • อิลลุม ประเทศเดนมาร์ก (ปี 2556)
  • กลุ่มคาเดเว ประกอบด้วย คาเดเว โอเบอร์โพลลิงเกอร์ และอัลสแตร์เฮ้าส์ ประเทศเยอรมนี (ปี 2558)
  • โกลบุส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ปี 2563)
  • กลุ่มเซลฟริดเจส ประเทศสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และไอร์แลนด์ (ปี 2565)

ซึ่งล้วนมีสาขาตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางเมือง และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของแต่ละประเทศ

'ทศ จิราธิวัฒน์' ตั้ง 4 แม่ทัพ ขับเคลื่อนธุรกิจห้างหรู 2.4 แสนล้านในยุโรป

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญล่าสุด คือการเปิดตัวห้างโกลบุส สาขาบาเซิล มาร์กพลาทซ์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 หลังใช้เวลากว่า 3 ปีในการบูรณะอาคารมรดกทางวัฒนธรรมอายุ 119 ปี ใจกลางเมืองบาเซิล ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งระดับโลก ที่ผสานเสน่ห์และอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ล่าสุดในเดือนเมษายน 2569 ห้างเซลฟริดเจสได้เปิดตัว “40 Duke” ณ ชั้นบนสุดของสาขาถนนออกซ์ฟอร์ด กรุงลอนดอน พื้นที่ไฮบริดสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานประสบการณ์ Personal Shopping ศิลปวัฒนธรรม และโซนสังสรรค์เข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,300 ตารางเมตร

ประกอบด้วย ห้องบริการส่วนตัว 24 ห้อง คลับเลาจน์ ห้อง Private Dining และลานรับประทานอาหารกลางแจ้ง รังสรรค์เพื่อสมาชิกระดับสูงสุดของโปรแกรม Selfridges Unlocked (VVSP-Very Very Selfridges People) ยกระดับการช้อปปิ้งสู่โลกแห่งไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบ

ควบคู่ไปกับการพัฒนาและยกระดับพื้นที่ค้าปลีก กลุ่มเซ็นทรัลยังเดินหน้ารุกธุรกิจ “Retail Media” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ด้วยการต่อยอดศักยภาพที่ตั้งของห้างที่เป็นแลนด์มาร์กของแต่ละเมือง และฐานข้อมูลลูกค้าชั้นเลิศ ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มสื่อทรงพลัง ที่ตอบโจทย์ทั้งการขายและการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน โดยคาดว่าตลาด Retail Media ในยุโรปจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท (2.5 หมื่นล้านยูโร) ภายในปี 2569

ความสำเร็จของกลุ่มเซ็นทรัลในยุโรป

  • รีนาเชนเต ที่ประกาศยกระดับสู่การเป็น “Media Company” อย่างเต็มตัว ด้วยการเนรมิตรทุกสาขาในอิตาลีให้สามารถทำ Brand Takeover ได้อย่างเต็มรูปแบบ
  • เซลฟริดเจส ได้เปลี่ยนแฟล็กชิปสโตร์บนถนนออกซ์ฟอร์ดให้เป็นพื้นที่สำหรับ Immersive Brand Experiences ตลอดทั้งปี
  • ดี แบนคอร์ฟ ได้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มหลักด้าน Brand Activation ในเนเธอร์แลนด์ ที่สร้างแคมเปญในระดับหลายสิบล้านวิว สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มเซ็นทรัลในการเป็นสื่อทรงพลังที่เหล่าแบรนด์พันธมิตรไม่อาจมองข้าม

“การต่อยอดคุณค่าและพลิกโฉมธุรกิจหรูในยุโรป คือรากฐานที่ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลยืนหยัดและพร้อมก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ทรงคุณค่า เครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และทีมผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การเป็นมาตรฐานใหม่ของลักชูรี่รีเทลในเวทีโลก”