เปิดลิสต์ 10 สินค้าญี่ปุ่นในไทย 'ปลาซาร์ดีน' นำโด่ง หอยเซลล์-วากิว แรง

21 ม.ค. 2569 | 09:20 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 09:27 น.

เปิดโผ 10 อันดับสินค้าฮอตจากญี่ปุ่นมาไทยปี 68 "ปลา-หอยเชลล์-วากิว" ครองตลาดหลักรวมมูลค่าเฉียดหมื่นล้านเยน ด้านเจโทรชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เทรนด์โฮมคาเฟ่ส่งผลชา-กาแฟนำเข้าพุ่งทะลุ 5 พันล้านเยน

KEY

POINTS

  • เจโทรเผยข้อมูลปี 2568 พบว่า "ปลาอิวาชิ" (ปลาซาร์ดีน) กลายเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 สะท้อนการเจาะตลาดแมสในไทยได้สำเร็จ
  • สินค้ากลุ่มประมงและเนื้อสัตว์ยังคงได้รับความนิยมสูง โดยมี ปลาคัตสึโอะ/มากุโระ, หอยเชลล์ และเนื้อวัว ติดอยู่ใน 5 อันดับแรก
  • กลุ่มเครื่องดื่มอย่างชาเขียวและกาแฟสำเร็จรูปมียอดนำเข้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมานิยมชงดื่มเองที่บ้านด้วยสินค้าคุณภาพ

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร (JETRO) กรุงเทพฯ เปิดเผยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 20 มกราคม 2569 ถึงภาพรวมการส่งออกสินค้ากลุ่มเกษตร ป่าไม้ ประมง และผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยตลอดปี 2568 พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการขยับสัดส่วนจากสินค้าฟุ่มเฟือยมาสู่สินค้าในกลุ่มโปรตีนคุณภาพที่เข้าถึงง่ายขึ้น

จากรายงานระบุว่า "ปลาอิวาชิ" (ปลาซาร์ดีน) กลายเป็นสินค้าอันดับ 1 ที่มีการนำเข้าสูงสุด โดยมีมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านเยน หรือประมาณ 1,610 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของฝั่งญี่ปุ่นที่รุกตลาด Mass ในไทยได้สำเร็จ โดยชูจุดเด่นเรื่องคุณค่าทางโภชนาการในราคาที่สอดคล้องกับค่าครองชีพปัจจุบัน

 

ในขณะที่สินค้ากลุ่มประมงดั้งเดิมอย่าง ปลาคัตสึโอะและมากุโระ ยังคงรักษาระดับความนิยมในอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 5,300 ล้านเยน (ประมาณ 1,219 ล้านบาท) และ หอยเชลล์ ในอันดับ 3 ที่มูลค่า 4,900 ล้านเยน (ประมาณ 1,127 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการขยายตัวของเชนร้านอาหารญี่ปุ่นและบริการจัดส่งเดลิเวอรี

ประเด็นที่น่าสนใจในปี 2568 คือการขยับขึ้นมาของกลุ่มเครื่องดื่มและเครื่องปรุงรส โดย ชาเขียว และ กาแฟสำเร็จรูป มียอดรวมกันกว่า 5,100 ล้านเยน (ประมาณ 1,173 ล้านบาท) "ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนไทยเปลี่ยนไปสู่การชงดื่มเองที่บ้านมากขึ้น โดยยอมจ่ายพรีเมียมเพื่อซื้อคุณภาพและรสชาติที่เป็นมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ๆ"

สรุป 10 อันดับมูลค่าสินค้าส่งออกญี่ปุ่น-ไทย ปี 2568 

  1. ปลาอิวาชิ (ปลาซาร์ดีน) 7.0 พันล้านเยน (1,610 ล้านบาท)
  2. ปลาคัตสึโอะ/มากุโระ 5.3 พันล้านเยน (1,219 ล้านบาท)
  3. หอยเชลล์ 4.9 พันล้านเยน (1,127 ล้านบาท)
  4. เนื้อวัว 3.9 พันล้านเยน ( 897 ล้านบาท)
  5. ปลาซาบะ 3.8 พันล้านเยน ( 874 ล้านบาท)
  6. หนังหมู 2.7 พันล้านเยน ( 621 ล้านบาท)
  7. ชาเขียว 2.6 พันล้านเยน ( 598 ล้านบาท)
  8. กาแฟสำเร็จรูป 2.5 พันล้านเยน ( 575 ล้านบาท)
  9. ซอสและเครื่องปรุงรส 2.4 พันล้านเยน ( 552 ล้านบาท)
  10. คาเวียร์และอื่นๆ 1.5 พันล้านเยน (345 ล้านบาท)

ทิศทางในปี 2569 คาดการณ์ว่าการค้าในกลุ่มอาหารระหว่างญี่ปุ่นและไทยจะยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า "Ready-to-Cook" และเครื่องปรุงรส เนื่องจากฐานผู้บริโภคชาวไทยมีความคุ้นเคยกับรสชาติญี่ปุ่นในระดับสูง อีกทั้งการที่สินค้าอย่าง หนังหมู และ ซอสต่างๆ ติดอันดับ Top 10 เป็นการยืนยันว่าภาคอุตสาหกรรมการผลิตอาหารในไทยยังคงพึ่งพาวัตถุดิบคุณภาพสูงจากญี่ปุ่นเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรจับตาความผันผวนของค่าเงินเยน ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายปลีกและกำลังซื้อในระยะถัดไป