
BOI ชวนทุนใหญ่เกาหลีลงทุนไทย 100 ราย เน้นอุตสาหกรรมใหม่ 3rd Wave
BOI ชวนทุนใหญ่เกาหลีใต้ 100 ราย ลงทุน ธุรกิจ 'คลื่นลูกที่ 3' กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง PCB รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ดิจิทัล–AI และเทคโนโลยีชีวภาพ
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 ภายในงาน IGNITE Thailand–Korea Business Forum Bangkok 2025 เปิดเวทีชี้ช่องทางเพิ่มความร่วมมือไทย-เกาหลีใต้ โดยนาย นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการลงทุนของเกาหลีใต้ในประเทศไทย โดยระบุว่า เกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งใน นักลงทุนเป้าหมายรายสำคัญของไทยมายาวนานกว่า 40 ปี โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง Samsung, LG และ POSCO เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง และยังใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก
"หากมองเป็นภาพรวม เกาหลีใต้มีลักษณะการลงทุนเป็นคลื่น โดย คลื่นลูกที่ 1 คือการเข้ามาของบริษัทยักษ์ใหญ่ ขณะที่ คลื่นลูกที่ 2 คือการทยอยเข้ามาของผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนจากเกาหลีซึ่งส่วนใหญ่เป็น SME ที่มีคุณภาพสูง"
นฤตม์ระบุว่า วันนี้ไทยกำลังเห็นสัญญาณสำคัญของ “คลื่นลูกที่ 3 จากเกาหลี” ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่
- อุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
- การผลิต แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB)
- อุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า (EV) — ขณะนี้มีผู้ได้รับส่งเสริมแล้ว 1 รา
- อุตสาหกรรม แบตเตอรี่
- กลุ่ม ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- อุตสาหกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ
ทั้งนี้ บริษัทเกาหลีรายใหญ่หลายรายที่มีศักยภาพในเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังอยู่ระหว่างพูดคุยเพื่อพิจารณาเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม โดยนอกจาก Samsung และ LG ยังมีกลุ่มใหญ่อย่าง SK Group ที่ทำธุรกิจ ชิปขั้นสูง–แบตเตอรี่–พลังงานสะอาด และ CJ Group ที่ทำธุรกิจ อาหาร–โลจิสติกส์–คอนเทนต์–ส่วนผสมอาหารแบบไบโอ อยู่ในรายชื่อที่บีโอไอตั้งเป้าดึงเข้ามาในอนาคตอันใกล้
นฤตม์กล่าวว่า กลุ่มดิจิทัล–AI เป็นสาขาที่เกาหลีมีความเชี่ยวชาญสูง และสามารถ เติมเต็ม (complement) เป้าหมายการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งต้องการเทคโนโลยีสมัยใหม่มาสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่
การที่มี คณะนักธุรกิจจากเกาหลีใต้กว่า 100 คนเดินทางมาเยือนไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ลงทุนจะเห็นศักยภาพประเทศไทยด้วยตนเอง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการภาครัฐ และความพร้อมของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่กำลังเปิดพื้นที่รองรับการลงทุนใหม่
เขาย้ำถึง จุดแข็งของประเทศไทย ที่ช่วยดึงดูดการลงทุนจากเกาหลี ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ทั้งท่าเรือ สนามบิน และนิคมอุตสาหกรรม
- นิคมอุตสาหกรรมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่ได้มาตรฐาน
- บุคลากรคุณภาพสูง ทั้งวิศวกร ช่างเทคนิค พร้อมพัฒนาไปสู่ทักษะใหม่
- ซัพพลายเชนครบวงจร โดยเฉพาะยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
- มาตรการส่งเสริมการลงทุนชัดเจนต่อเนื่อง จากภาครัฐ
- ประเทศไทยเป็นประเทศที่ “น่าอยู่” และเหมาะแก่การอยู่อาศัยของชาวต่างชาติ
นฤตม์ระบุว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ไทยมีความพร้อมในการรองรับการลงทุนจากเกาหลีใต้ โดยเฉพาะการผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ร่วมกัน
OECD–ภาษีขั้นต่ำโลก 15%: ไทยปรับเกณฑ์รับมือแล้ว
เมื่อถูกถามถึงประเด็นภาษีขั้นต่ำโลก (Global Minimum Tax) ตามเกณฑ์ OECD 15% สำหรับบริษัทข้ามชาติ นฤตม์ยืนยันว่าไทยได้ 'เตรียมความพร้อมล่วงหน้าแล้ว' และมีการหารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง พร้อมออกมาตรการรองรับ เช่น
บีโอไอเสนอ Option สิทธิประโยชน์ใหม่ ให้นักลงทุนเลือกรับ 'ลดหย่อนภาษี' แทนการยกเว้นแบบเดิม โดยยืดระยะเวลาสิทธิให้นานขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อช่วยลดภาระภาษี
การพัฒนา เครื่องมือใหม่ด้านเครดิตภาษีและเงิน Grant เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีขั้นต่ำโลก
ทำไมเกาหลีเป็นเพียงนักลงทุนอันดับ 9?
ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศเกาหลีใต้น่าจะเป็นนักลงทุนรายใหญ่กว่านี้ แต่กลับอยู่เพียง อันดับ 9 นฤตม์อธิบายว่า เกาหลีใต้ไม่ใช่นักลงทุนที่เข้ามาแบบระเบิดครั้งเดียวแล้วหายไป แต่มีรูปแบบการลงทุนเป็น “ระรอก” โดย คลื่นลูกใหญ่ จะเข้ามาในช่วงเวลาต่างกันตามความพร้อมของอุตสาหกรรม
เขายกตัวอย่างว่า เพียง 2 ปีก่อน Samsung เพิ่งลงทุนเพิ่มกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ และยังใช้ประเทศไทยเป็นฐานส่งออกสำคัญ
วันนี้ โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้าน Geopolitics ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตและจัดระเบียบซัพพลายเชนใหม่ ซึ่งเป็น “โอกาสทอง” ที่ไทยจะดึงเกาหลีให้เข้ามาเป็น คลื่นลูกที่ 3 พร้อมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ไทยต้องการสร้างในอนาคต
นฤตม์ทิ้งท้ายว่า ไทยมีโอกาสสูงที่จะดึงดูดการลงทุนจากเกาหลีใต้ในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล หากสามารถรักษาความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะบุคลากร และมาตรการภาครัฐที่ชัดเจนต่อเนื่อง




