
ผ่า TOR ประมูลข้าว 10 ปี ตรวจตาเปล่า งัดเกณฑ์ข้าวถุงขายในประเทศ
องค์การคลังสินค้า ประกาศ TOR ประมูลข้าว 10 ปี ระบุให้ผู้ยื่นประมูลตรวจคุณภาพข้าวด้วยตาเปล่า ไม่ห้ามขายในประเทศ ใช้มาตรฐานเดียวกับข้าวถุงตามปกติ
ในที่สุด TOR เปิดประมูลข้าว 10ปี ก็ได้มีการประกาศเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) ประกาศ TOR เรื่อง การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2567 เปิดประมูลข้าวข้าวหอมมะลิจาก คลังกิตติชัย หลัง 2 (ข้าวหอมมะลิ 100%) จำนวน 11,656 ตัน (112,711 กระสอบ) และคลัง บจก.พูนผลเทรดดิ้ง หลัง 4 (ข้าวหอมมะลิ 100%) จำนวน 3,356 ตัน (32,879 กระสอบ) ด้วยการยื่นชองประมูล แบบเหมาคลังตามสภาพของข้าวที่เก็บรักษาที่มีอยู่จริง
โดยมีไทม์ไลน์ ประมูลข้าว 10ปีดังนี้
- 31 พ.ค. - 7 มิ.ย. 67 ให้ผู้ยื่นซองเข้าประมูลขอเข้าดูตัวอย่างข้าวก่อนยื่นของเสนอซื้อ ได้ที่คลังสินค้าแต่ละแห่ง (เว้น 3 มิ.ย. 67) ระหว่าง เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น.
- 10 มิ.ย. 67 ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น.
- 13 มิ.ย. 67 อคส. ประกาศรายชื่อ ผู้เสนอซื้อที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เวลา 19.00 น.
- 17 มิ.ย. 67 เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. ผู้มีคุณสมบัติ ยื่นซองเสนอซื้อ ณ ห้องมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 2 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และเปิดซองเสนอซื้อ ในเวลา 13.00 น.
ข้อสังเกตที่น่าสนใจในเงื่อนไขการประมูลครั้งนี้คือ เป็นการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไป ซึ่งผู้ซื้อจะนำข้าวไปขายในประเทศหรือส่งออกก็ได้ และในขั้นการขอเข้าดูตัวอย่างข้าวก่อนยื่นของเสนอซื้อ ที่จะเปิดให้ผู้ยื่นซองเข้าประมูลขอเข้าดูตัวอย่างข้าวได้ที่คลังสินค้าแต่ละแห่งนั้น
ในข้อ 4.2 ระบุว่า ให้ผู้ประมูลดูตัวอย่างข้าวทางกายภาพด้วยสายตาเพื่อประกอบการพิจารณาเสนอราคาซื้อข้าวในคลังสินค้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำตัวอย่างข้าวออกนอกคลังสินค้า หรือดำเนินการตรวจสอบด้วยวิธีอื่ใดกับข้าวในคลังสินค้า ทั้งนี้ องค์การคลังสินค้าขอสงวนสิทธิ์ในการเปิด - ปิดคลังสินค้าตามความเหมาะสม
สำหรับผู้ชนะการประมูลได้กำหนดไว้ใน TOR ว่าจะต้องทำสัญญาซื้อขายข้าวสารกับ อคส. ภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่แจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผู้เสนอซื้อต้องวางหลักประกันเป็นเงินสด หรือเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารหรือเช็คธนาคาร (CASHIER'S CHEQUE) ที่ออกโดยธนาคารที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
สั่งจ่าย อคส.ในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าข้าวสารที่ได้ตกลงซื้อขาย หากผู้เสนอราคาซื้อที่ได้รับคัดเลือกไม่มาทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนด จะถูกริบหลักประกัน
ในกรณีที่จะนำข้าว 10ปี ส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงถึงมาตรฐานคุณภาพข้าวส่งออกว่า การส่งออกข้าวหอมมะลิไทย มีการกำกับดูแลและควบคุมคุณภาพ โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ.2503 ซึ่งกำหนดมาตรฐานและขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพไว้ชัดเจน ดังนั้น ข้าวหอมมะลิที่จะนำไปส่งออก จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานก่อน หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ก็จะไม่มีการออกใบรับรอง และไม่สามารถส่งออกได้
โดยผู้ประสงค์ส่งออกข้าวหอมมะลิไทย จะต้องยื่นคำร้องต่อกรมการค้าต่างประเทศ ขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทย และต้องแจ้งให้บริษัทผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (บริษัทเซอร์เวย์) ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้า โดยมีพนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าไปสุ่มกำกับการทำงานของผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (เซอร์เวย์เยอร์) และเมื่อผลการตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐาน ก็จะออกใบรับรองให้ผู้ส่งออกไปประกอบพิธีการศุลกากร เพื่อส่งออกข้าวหอมมะลิไทยได้
วิธีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทยเพื่อการส่งออก
รอบแรก
- สุ่มตัวอย่าง ณ สถานที่ส่งออก กรณีสินค้าบรรจุกระสอบ จะสุ่มชักตัวอย่างทุกกระสอบ
- ตรวจทางกายภาพ (ข้าวปลอมปน ,ขนาดความยาวของเมล็ด, สี, สิ่งเจือปน ,ความชื้น)
รอบสอง
- ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์มาตรวจเพิ่มในบางรายการ
- การตรวจความนุ่มโดยการหาค่าอมิโลส
- การตรวจความบริสุทธิ์โดยการสลายเมล็ดข้าวในด่าง
- การตรวจสารตกค้าง ตามความต้องการของผู้ซื้อ
แต่หากผู้ซื้อจะนำข้าวไปขายในประเทศ กรมการค้าภายในก็ได้มีการกำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิบรรจุถุงจำหน่ายในประเทศไว้ชัดเจนเช่นเดียวกัน หากไม่ผ่านมาตรฐาน ก็จะไม่อนุญาตให้ใช้ตรารับรอง หรือหากสุ่มตรวจแล้ว พบว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ก็จะตักเตือน พักใช้ หรือเพิกถอนการใช้ตรารับรองก็ได้
คุณสมบัติทางเคมีและการหุงต้ม มีปริมาณอมิโลส(ค่าความนุ่ม) 13-18% ที่ระดับความชื้น 14% มีอุณหภูมิแป้งสุกต่ำ ซึ่งมีค่าการสลายเมล็ดในด่าง ระดับ 6-7 เมื่อหุงเป็ฯข้าวสวยแล้วเมล็ดข้าวสวยจะอ่อนนุ่ม





