
พาณิชย์ เผยส่งออกไทย ม.ค. 67 โตสูงสุดในรอบ 19 เดือน
ปลัดพาณิชย์ แถลง ภาวะการค้าระหว่างประเทศ เผย ตัวเลขส่งออกไทยเดือน ม.ค. 67 โตเพิ่มขึ้น 10% สูงสุดในรอบ 19 เดือน มีมูลค่า 22,649 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 25,407 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดหวังการส่งออกทั้งปี 67 โต 1-2%
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนมกราคม 2567 การส่งออกไทยในเดือนมกราคม 2567 มีมูลค่า 22,649.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2566 และขยายสูงสุดในรอบ 18 เดือน การนำเข้า มีมูลค่า 25,407 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.6% ขณะที่ดุลการค้ายังขาดดุล 2,757.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
สำหรับกลุ่มสินค้าเกษตร ขยายตัว 14% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 3.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน ซึ่งสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่
- ข้าว ขยายตัว 45.9%
- ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขยายตัว 5.0%
- ยางพารา ขยายตัว 5.5%
- ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 30.1%
- อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 5.2%
- อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 9.1%
- เครื่องดื่ม ขยายตัว 18.6%
- ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 23.3%
- สิ่งปรุงรสอาหาร ขยายตัว 23.3%
- ผักกระป๋องและผักแปรรูป ขยายตัว 33.1%
- ผักสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 15.3%
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 27.0%, น้ำตาลทราย หดตัว 16.2%, ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัว 58.8%
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 10.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน ซึ่งมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ
- เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 32.2%
- เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัว 106.3%
- ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 3.7%
- อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว 21.5%
- เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ขยายตัว 7.6%
- เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 56.3%
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัวได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 4.7%, เคมีภัณฑ์ หดตัว 1.6%, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หดตัว 10.5%, อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด หดตัว 9.5%
นายกีรติ รัชโน กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการส่งออกในปี 2567 การส่งออกไทยยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าตามภาวะเงินเฟ้อโลกที่เริ่มชะลอตัว การได้รับอานิสงส์จากมาตรการรักษาความมั่นคงทางด้านอาหารของหลายประเทศ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีความเข้มแข็ง
ขณะที่ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบทางตรงต่อไทยมากนัก
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคการขนส่งที่เกิดจากความขัดแย้งดังกล่าว ส่งผลในทางอ้อมทำให้อัตราค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจคู่ค้ามีความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนอาจจะยังมีความผันผวน จากทิศทางการปรับเปลี่ยนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก อย่างไรก็ตามก็จะพยายามผลักดันให้มูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2567 โตขึ้น 1-2% ซึ่งในจะต้องมีตัวเลขส่งออกเฉลี่ยกว่า 23,000-24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน





