
นายกฯ ถกงบประมาณปี 2567 กู้อีก 5.93 แสนล้าน ชดเชยขาดดุล
นายกฯ นัดประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ วันนี้ ถกกรอบงบประมาณปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท จับตากู้เพิ่ม 5.93 แสนล้าน ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า วันนี้ (4 มกราคม 2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หรือ “งบประมาณปี67” ร่วมกับ 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ดังนี้
- กระทรวงการคลัง
- สำนักงบประมาณ
- สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
ทั้งนี้ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2567 – 2570) ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เสนอ โดยกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 เอาไว้ภายใต้แผนฉบับนี้เป็นที่เรียบร้อย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ "ยุบสภา" หลังครม.อนุมัติงบฯปี 67
- ครม.ถกแผนการคลัง-งบฯปี 67 นับถอยหลังภารกิจสุดท้ายรัฐบาลประยุทธ์
สำหรับกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 กำหนดวงเงินรายละเอียดเบื้องต้นไว้ดังนี้
- งบประมาณรายจ่าย 3.35 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นมาจากงบประมาณปี 2566 ที่มีวงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.65 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.2%
- ประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ 2.757 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7%
- การขาดดุลงบประมาณ กำหนดวงเงินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลอยู่ที่ 5.93 แสนล้านบาท อยู่ที่ 3% ต่อ GDP ลดลงจากปีก่อนที่ขาดดุล 6.95 แสนล้านบาท
- ประมาณการ GDP ขยายตัว 3.3 - 4.3%
- มูลค่า GDP อยู่ที่ 19.7 ล้านล้านบาท
- อัตราเงินเฟ้อ 1- 2%
- หนี้สาธารณะคงค้าง 11.8 ล้านล้านบาท
- หนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 61.35%
นายเฉลิมพล กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2567 รัฐบาลยังคงสัดส่วนงบลงทุนไว้ที่ 20% ต่องบประมาณในภาพรวม หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 7 แสนล้านบาท ตามที่กฎหมายการจัดทำงบประมาณกำหนด
อย่างไรก็ตามภายหลังจากประชุม 4 หน่วยงานเสร็จสิ้น สำนักงบประมาณจะนำเสนอผลการประชุมเข้าสู่ที่ประชุมครม. ภายในวันที่ 10 มกราคม 2565 เพื่อให้ที่ประชุมเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณ จากนั้นในวันที่ 12 มกราคม 2566 นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณกับทุกหน่วยงานราชการ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ก่อนให้หน่วยงานต่าง ๆ กลับไปจัดทำคำของบประมาณ และส่งมาให้สำนักงบประมาณผ่านระบบ e-Budgeting ภายในวันที่ 27 มกราคม 2566 ตามขั้นตอนต่อไป





