svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

“ประกันรายได้ยางพารา” ปี 4 เลื่อนไปไม่มีกำหนด

26 พฤศจิกายน 2565

สศก. ส่งหนังสือแจ้งยืนยันอย่างเป็นทางการ “ประกันรายได้ยางพารา” ปี 4 เลื่อนไปไม่มีกำหนด ชาวสวนเคว้ง ยางก้อนถ้วย 6 กิโลฯ 100 “อุทัย” แฉซ้ำพรรคการเมือง อาศัยสบช่องสุญญากาศ ดัน ส.ส.สอบตก ตบเท้าเข้าบอร์ด กยท. ผิดหวังในฐานะ ผู้ร่างกฎหมาย ครั้งนี้ แตกแยกมากที่สุดในวงการยาง

จบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การยางแห่งประเทศไทย  (กยท.) ได้คัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิเข้าบอร์ด  เรียบร้อยแล้ว อย่างไม่เป็นทางการ ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยาง ได้แก่  1.นายเผ่าภัค ศิริกุล 2.นายปวิช พรหมทอง และ  3.นางสาวอรอนงค์ อารินวงศ์ ส่วนตัวแทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ได้แก่ 1.นายศิริพันธ์ ตรีไตรรัตนกูล 2.นายพิเชษฐ ยอดไชย รายชื่อดังกล่าวนี้ คาดว่าจะส่งเข้า ครม.พิจารณาต่อไปในเร็วนี้ ซึ่งผลการเลือกตั้งในครั้งนั้นสร้างความไม่พอใจของแกนนำชาวสวนยางในหลายพื้นที่ กลายเป็นฉนวนทำให้ปัญหาขยายวง ท่ามกลางราคายางตกต่ำต่อเนื่อง ในขณะที่ “ประกันรายได้ยางพารา” ก็เลื่อนมาแล้ว 2 รอบ ครั้งล่าสุด เลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด

 

อุทัย สอนหลักทรัพย์

 

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ความคืบหน้าโครงการประกันรายได้ยางพารา ปี 4 นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) แจ้งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2565 ออกไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งหากมีกำหนดการประชุมใหม่แล้ว จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป ก็เป็นที่ทราบรัฐบาลไม่มีเงิน แล้วตอนนี้ยางก้อนถ้วย เหลือ 6 กิโลฯ 100 หนักสุด

แจ้งเลื่อนไม่มีกำหนด

 

อีกทั้งยังมาเจอการจัดสรรบอร์ดที่ไม่เป็นธรรม ปลุกให้ชาวสวนยางพร้อมใจกันลุกฮือทั้งประเทศ ผมในฐานะเป็นประธานร่าง พรบ.การยางแห่งประเทศไทย วัตถุประสงค์ก็คือ ไม่เอารัฐมนตรีมาเป็นประธานบอร์ดก็เพราะเกี่ยวข้องกับการเมือง เหลื่อมการเมืองเข้าแทรก แม้ว่าตอนนี้จะปลอดรัฐมนตรีก็จริง แต่ซ้ำร้ายไปอีกเอาบุคคลของพรรคที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สอบตกเข้ามาเป็นคณะกรรมการในบอร์ด กยท. และรองผู้ว่าฯ ลามเข้าไปถึงบอร์ด ที่เป็นสัดส่วนของตัวแทนเกษตรกร เป็นการเมืองเต็มตัวกระทบถึงเกษตรกรเดือดร้อน ทำให้ทะเลาะกัน แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ทำให้ความสามัคคีไม่เกิดขึ้นในวงการยางพารา

 

 

เก็บเงินเซสส์

นายอุทัย กล่าวว่า ตั้งแต่มีการตั้งองค์กรยางพารา คราวนี้แตกแยกกันที่สุดแล้ว เรียกว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เห็นอย่างครั้งนี้ โดยเฉพาะเอาคนที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางไม่กี่วัน มานั่งเป็นบอร์ด ส่อไปในทางการเมืองเต็มที่ ทำอย่างนี้ทำให้เละยิ่งกว่าเดิม การเมืองเล่นตั้งแต่กรรมการบอร์ด รองผู้ว่าฯ หนำซ้ำยังเอาประธานบอร์ดอีก ต่อไปเชื่อว่าผู้ว่าการฯ กยท.ก็ต้องเป็นคนของพรรคการเมือง มานั่ง แล้วบ้านเมืองเสียหายมาก โดยเฉพาะ กยท. เป็นองค์กรที่เก็บเงินเซสส์ จากเกษตรกร กก.ละ 2 บาท ถลุงใช้กันสบายเลย ปีละ ไม่ต่ำกว่า 8,000 –10,000 ล้านบาท บอกตรงๆ มองไม่เห็นอนาคตของชาวสวนยางเลย