thansettakij
thansettakij
"เงินเฟ้อสหรัฐ"ทำไมลงยาก จะเกิดอะไรขึ้นหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยทะลุ 5%

"เงินเฟ้อสหรัฐ"ทำไมลงยาก จะเกิดอะไรขึ้นหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยทะลุ 5%

15 ต.ค. 65 | 03:05 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ต.ค. 65 | 10:07 น.

"กอบศักดิ์" วิเคราะห์ ทำไมเงินเฟ้อสหรัฐลงยาก ฟันธงเฟดยังต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยสูงและแช่ไว้อีกนาน คาดพุ่งแตะ 5% เพื่อดึงให้เงินเฟ้อกลับลงมาที่ 2% ประเมินผลกระทบค่าเงิน -ตลาดหุ้นผันผวนไม่ต่างกับรถไฟเหาะ

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงสาเหตุ ทำไมเงินเฟ้อสหรัฐลงยาก และจะเกิดขึ้นอะไรขึ้น หากเฟดต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงและแช่ไว้นานต่อไป  ดังนี้

 

ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ กับ รถไฟเหาะตลาดหุ้น !!!

 

ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมา 8.2% ดื้อแพ่งไม่ยอมลงมา สูงกว่าที่ตลาดคาดได้นำไปสู่ความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐ
โดยเมื่อข้อมูลดังกล่าวออกมา Nasdaq ตกลงทันที -3.2%
พอผ่านไปไม่นาน ก็ขึ้นมาอย่างรวดเร็วเหมือนรถไฟเหาะ +6.04% 

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากคิดได้ว่าเงินเฟ้อยังสูงมาก ยังไม่ยอมลงมา และเฟดคงไม่เลิกละในการสู้ศึกกับเงินเฟ้อ ทำให้เมื่อคืนนี้ Nasdaq ตกลงในระหว่างวันถึง -4.25% !!!รวมแล้ว 2 วัน ติดลบประมาณ -100 จุด ลงไปต่ำสุดในรอบ 2 ปี  

 

บีบจิตใจของนักลงทุน ที่เข้าโต้คลื่นในตลาด การตกนี้สอดรับกับดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 2 ปี ที่ขึ้นไปที่ 4.5% เพิ่มขึ้น +0.25% สะท้อนมุมมองว่าเฟดต้องเพิ่มยาอีกนิด เพื่อจัดการเงินเฟ้อ ทำให้คาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายเฟด 6 เดือนข้างหน้า ขึ้นไปที่ 4.99% เป็นที่เรียบร้อย !!!
 

 

ทั้งหมดนี้ เมื่อเราไปวิเคราะห์ดูข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐโดยละเอียด
จากตัวเลขที่ประกาศออกมานั้น สะท้อนว่า แม้เงินเฟ้อจะเริ่มทรงตัว ไม่ขึ้นต่อ ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด ในสงครามกับเงินเฟ้อของคุณหมอเฟด คนไข้ไม่ทรุดแล้ว !!!!

 

แต่ว่า โดยรวมแล้ว คนไข้ก็ยังไม่ดีขึ้นมาก เงินเฟ้อคงอยู่ที่มากกว่า 8% เป็นเดือนที่ 3  ลดจากยอดสูงสุดที่ 9.1% มาที่ 8.5% 8.3% 8.2% โดยได้รับผลดี จากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงมาพอสมควร

 

อย่างไรก็ตาม ที่น่ากังวลใจก็คือ  Median CPI และ 16% Trimmed-mean CPI ของเฟดสาขา Cleveland ที่ใช้ในการติดตามการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า โดยหักเอาหมวดที่สวิง ขึ้นเยอะ และลงเยอะ ออกไปก่อน (ทำให้เราเห็นแนวโน้มที่แท้จริงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น) ยังคงอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่อง ไม่ยอมลงมา 

 

สอดรับกับเงินเฟ้อพื้นฐาน หรือ Core Inflation ที่ยังคงเพิ่มขึ้นที่ 0.6% ต่อเดือน ต่อจากเดือนก่อนหน้า ทั้งหมดชี้ว่า ยังมีแรงกดดันต่อเงินเฟ้อสหรัฐอีกพอสมควร แม้ว่าส่วนที่ผันผวน เช่นน้ำมันจะลงมาแล้ว แต่ส่วนที่เป็นแก่นกลางของเงินเฟ้อ ยังคงเพิ่มขึ้น

 

โดยเมื่อลงไปดูในหมวดต่างๆ โดยละเอียด พบว่า หมวดที่ปรับตัวดี ก็คือ หมวดสินค้าพลังงาน ที่ติดลบต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า -2.1% ยกเว้นค่าก๊าซที่ส่งมาตามท่อ หมวดสินค้าทั่วๆ ไป ก็เริ่มทรงตัว 0.0% ไม่เพิ่มแล้ว

 

แต่หมวดที่น่ากังวลใจ ก็คือ หมวดอาหาร ยังเพิ่มต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ +0.8% โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคา Cereals เนื้อสัตว์ต่างๆ ผักสด ผลไม้ น้ำผลไม้ น้ำตาล น้ำสลัด น้ำซุป อาหารเด็ก เป็นต้น  

 

หมวดย่อย รถยนต์ใหม่ เพิ่มที่ +0.7% หมวดย่อยสินค้าในบ้าน อุปกรณ์ เฟอรนิเจอร์อื่นๆ อุปกรณ์ดูแลบ้าน อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ เครื่องกีฬา และเครื่องคอมพิวเตอร์ ยังคงเพิ่มขึ้น 

หมวดการให้บริการ ที่เป็นหมวดใหญ่สุด ที่เกินครึ่งของการใช้จ่ายของคนสหรัฐ ยังเร่งตัวขึ้นจาก 0.4% 0.6% มาเป็น +0.8% ในเดือนนี้  ทั้งนี้ สิ่งที่เห็นจากข้อมูลในหมวดให้บริการ ยังคงเพิ่มขึ้น

 

ในส่วนของการเช่าบ้าน การเช่าที่อยู่อาศัย ส่วนค่าใช้จ่ายในการรับบริการ (Services) ต่างๆ กำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงต้นทุนที่กำลังส่งผ่านมาที่ผู้บริโภค และตลาดแรงงานที่ยังตึงตัว หาคนงานยาก  ค่าบริการที่ยังเพิ่ม ได้แก่ ค่าบริการเก็บขยะ ค่าบริการตรวจสุขภาพ ค่าบริการเดินทาง รถ เรือ เครื่องบิน ค่าบริการตรวจสัตว์เลี้ยง ค่าส่งของ ค่าดูแลเด็กเล็ก ค่าซ่อมเสื้อผ้าต่างๆ 

 

ชี้ต่อไปว่า แม้เงินเฟ้อสหรัฐจะมาถูกทาง  แต่คงต้องอีกระยะ ก่อนเงินเฟ้อจะลงมาอย่างมีนัยสำคัญ ยังจะเป็นปัจจัยกดดันตลาด และนักลงทุนที่คาดหวังข่าวดีเรื่องเงินเฟ้อ ให้ไม่ได้ดังหวังไปอีกระยะต้องรับกับข่าวเรื่อง เงินเฟ้อดื้อ ลงช้า

 

ต้องยอมรับความจริงว่า เฟดยังไม่จบง่าย ในประเด็นนี้ แม้เงินเฟ้อสหรัฐเริ่มลงมาที่ 5-7%  แม้เฟดจะเริ่มลดอัตราเร่งในการขึ้นดอกเบี้ย จาก 0.75% มาที่ 0.5% และ 0.25% แต่เฟดก็คงจะเดินหน้าเรื่องดอกเบี้ยต่อไป จนกระทั่งมั่นใจได้ว่า เงินเฟ้อจะกลับไปที่ 2% !!! ซึ่งก็ยังอีกระยะ กว่าเฟดจึงจะรู้สึกเช่นนั้น 

 

เพราะการจัดการเอาเงินเฟ้อ 5% ลงกลับมาที่ 2% นั้น ยากยิ่งกว่าการที่เงินเฟ้อลงจาก 9% มาที่ 5%  หมายถึง ดอกเบี้ยเฟดที่ต้องขึ้นไปสูงกว่าที่ทุกคนคาด แช่ไว้นานกว่าที่ทุกคนคาด และผลกระทบที่ตามมา ต่อค่าเงิน ตลาด เศรษฐกิจจริง ก็จะมากกว่าที่ทุกคนแอบหวังไว้ในใจ ครับ