แจ้งเกิด จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ สถาบันสอนวิชาชีพศิลปิน หนุนธุรกิจเพลงอนาคต

26 กรกฎาคม 2565

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เล็งเห็นโอกาสขับเคลื่อนธุรกิจเพลงในอนาคต สบช่องเปิด“จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่” สอนวิชาชีพศิลปินด้วยมาตรฐานระดับโลก เชื่อช่วยหนุนอุตสาหกรรมเพลงให้มีความหลากหลาย และก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์ได้

ในปัจจุบันวงการดนตรีมีศิลปินเกิดใหม่ได้ตลอดเวลาบนโลกออนไลน์ เพราะเด็กรุ่นใหม่มีความสามารถ มีอิสระ และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวมากขึ้นแต่การจะเป็นศิลปินมืออาชีพนั้น จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพรอบด้าน

 

ล่าสุด จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มองเห็นโอกาสในการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพลงในอนาคต  จึงเปิด “จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่” (GMM Academy) เพื่อสอนวิชาชีพศิลปินด้วยมาตรฐานระดับโลก และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมเพลงให้มีความหลากหลาย สามารถก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์ได้

นางสาวนรมน ชูชีพชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “แนวคิดของจีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เราเชื่อว่า อาชีพศิลปิน เป็นอาชีพที่สามารถเติบโตได้ และปัจจุบันมีเด็ก รุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ มีความสามารถจำนวนมาก ถ้าได้ทำงานกับผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านนี้โดยเฉพาะ จะช่วยพัฒนาและส่งเสริมให้ไปไกลกว่าเดิมมาก จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ จึงสร้างหลักสูตรเฉพาะทางที่พร้อมพัฒนา ขัดเกลาศิลปินไปในแบบที่เหมาะกับตนเองทั้งสไตล์เพลง คาแรคเตอร์  จนพร้อมที่จะออกสู่ตลาด  เมื่อออกไปแล้วเรายังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นมืออาชีพ เป็นซุปเปอร์สตาร์  มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนและมีฐานแฟนคลับ  

แจ้งเกิด จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ สถาบันสอนวิชาชีพศิลปิน หนุนธุรกิจเพลงอนาคต

เราจำลองบรรยากาศการเรียนเหมือนโรงเรียน มีรุ่นพี่รุ่นน้อง  มีการสอบวัดผลหลักสูตรโดยคณะครูผู้สร้างศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจากคลาสเรียนร้อง เต้น โชว์  และดนตรี เราเสริมด้วยกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้าง แรงบันดาลใจและฝึกฝนประสบการณ์ด้านอื่นๆ เช่น มีคลาสพิเศษโดยพี่ๆศิลปิน ทั้งยังได้มีโอกาสทำโชว์ ดูงาน และร่วมกิจกรรมต่างๆของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่เพิ่มเติมด้วย 

นอกจากนี้เรามีแผนพาร์ทเนอร์กับสถาบัน คณะดนตรี  โรงเรียน มหาวิทยาลัย เพื่อเฟ้นหาศิลปินรุ่นใหม่ และเสริมกำลังในการพัฒนาคนเข้าสู่วงการเพลงมากขึ้น มุ่งหวังให้ จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เป็นประตูสู่โอกาสสร้างอาชีพศิลปิน เป็นอาชีพที่ก้าวหน้า มั่นคง อีกทั้งเป็นช่องทางที่ชัดเจน เดินเข้ามาได้ง่าย สำหรับคนที่สนใจเส้นทางอาชีพนี้ เราเปิดรับทุกเซ็กเมนต์ไม่ว่าจะเป็น ป๊อป ไอดอล, ร็อค, อินดี้ ลูกทุ่ง และ ไทดอล เพียงแค่น้องๆทุกคนที่มีฝันเดินเข้ามาที่ จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เราพร้อมที่จะส่งเสริม และพัฒนาทุกคนให้กลายเป็นเพชรเม็ดงามที่ฉายแสงอยู่ในวงการดนตรีอย่างแท้จริง”

แจ้งเกิด จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ สถาบันสอนวิชาชีพศิลปิน หนุนธุรกิจเพลงอนาคต

นายธนบูลย์ คูรอย ผู้อำนวยการฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปิน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)   เปิดเผยว่า“ จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เราต้องการพัฒนาศิลปินให้ได้มาตรฐานสากลระดับโลก การจะไปสู่ขั้นตอนนั้นได้ต้องประกอบไปด้วย บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ รวมไปถึงทีมงานที่เก่ง พรั่งพร้อมไปด้วยประสบการณ์

 

ที่สำคัญหลักสูตรการเรียนการสอนต้องได้มาตรฐานสามารถพัฒนาศักยภาพของคนให้ออกมาได้อย่างมีคุณภาพ แบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ส่วนแรกสำหรับศิลปินฝึกหัดเพื่อปูพื้นฐานและพัฒนาไปสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพ ส่วนที่สองสำหรับศิลปินทั่วไป หรือกลุ่มศิลปินฝึกหัดที่มีผลงาน เดบิ้วท์แล้ว จะเห็นได้ว่าสถาบันของเราวางหลักสูตรให้ศิลปินได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา 

 

ซึ่งทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบออดิชั่นและได้เข้ามาอยู่ใน จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ จะได้รับการสอนในหลักสูตรที่มีคุณภาพจากคณะครูที่พร้อมจะมอบความรู้ และทักษะต่างๆ  ที่เป็นมาตรฐานระดับโลกให้กับน้องๆทุกคน เรามีเป้าหมายว่า ทุกคนที่จบจากจีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ จะต้องเป็นศิลปินมืออาชีพที่เก่งเทียบเท่าศิลปินระดับสากล และยั่งยืน”

 

ด้านนายวิทวัส วีระญาโณ (ครูเจ)  VOCAL MASTER เปิดเผยว่า“หลักสูตร VOCAL เป็นการสอนให้รู้จักเสียง และวิธีการจัดการเสียงของตัวเองเพื่อดึงมาใช้ได้อย่างเต็มที่และดีที่สุด รวมทั้ง ทักษะด้านดนตรี ทักษะด้านอื่นๆ เช่น ความเป็นมืออาชีพเมื่อทำงานร่วมกับผู้อื่น ความมีระเบียบวินัยในตัวเอง และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ การจะเป็นศิลปินมืออาชีพไม่ใช่เก่งเพียงอย่างเดียวแต่ต้องรู้จักรักษามาตรฐาน รักษาระดับความเป็นมืออาชีพ เพื่อจะได้เดินบนเส้นทางสายนี้ได้อย่างยาวนาน”

 

นางสาวอภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง (ครูเจด้า) PERFORMANCE MASTER  เปิดเผยว่า หลักสูตร PERFORMANCE ประกอบด้วยการพัฒนาการเต้น การเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงทักษะด้านอื่นๆที่จำเป็นในการเป็นศิลปิน อาทิ การพัฒนาจุดแข็ง เรียนรู้จุดด้อยของตัวเอง ทักษะการสื่อสาร และการดูแลตัวเอง เป็นต้น

 

"เราเชื่อว่าในเมืองไทยไม่มีหลักสูตรไหนที่ทำได้แบบนี้ อยากให้น้องๆ เชื่อว่า สิ่งใดที่ได้มายากเราก็ต้องทุ่มเท การเป็นศิลปินมืออาชีพและอยู่ในวงการได้อย่างยั่งยืนก็เช่นกัน นอกจากมีทักษะด้านการร้องเพลงและการเต้นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความคิด  ทัศนคติ และการรักในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตต่อไป”