“ออโต้บอท” จับมือทิเนโค่ย้ำสมาร์ทโฮม บุกตลาดเครื่องดูดฝุ่น

14 ต.ค. 2564 เวลา 11:25 น. 45

โรบอท เมคเกอร์ จับมือบิ๊กเนมสมาร์ทโฮม “ทิเนโค่” นำเข้า 2 รุ่นสุดไฮเทค เสริมแกร่งตลาดเครื่องดูดฝุ่น มั่นใจเติบโต 100% พร้อมเดินหน้า IPO ใน 2 ปี

นายธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด หรือ ‘ออโต้บอท’ (AUTOBOT) ผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 4 ปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยคาดว่าจะมียอดขาย 250 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน  40%

 

ล่าสุด ‘ออโต้บอท’ ขยายพอร์ตผนึกกำลังแบรนด์ระดับโลก ‘ทิเนโค่’ (TINECO) ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ในครัวเรือนระดับพรีเมี่ยม เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความสะดวก สบาย ทันสมัย คุณภาพเยี่ยม และราคาสมเหตุสมผล โดยการขยายพอร์ตสินค้ากลุ่ม Wet & Dry Vacuum Cleaner จากทิเนโค่ มั่นใจดันยอดขายโตขึ้น 100% จากปีนี้ และจะสามารถเติบโตแตะ 500 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้

 

โดยทิเนโค่ เป็นผู้เล่นแถวหน้าในตลาดเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ กลุ่ม Wet & Dry Vacuum Cleaner เป็นแบรนด์ระดับโลกมีมากกว่า 25 ปี ได้พัฒนาเครื่องดูดฝุ่นให้มีความแตกต่าง บวกกับสุดยอดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย จนทำให้ทั่วโลกให้การยอมรับ สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และตรงกลุ่มลูกค้าของเรา โดยออโต้บอท ได้เซ็นสัญญาความร่วมมือเป็น Exclusive Distributor แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

“ออโต้บอท” จับมือทิเนโค่ย้ำสมาร์ทโฮม บุกตลาดเครื่องดูดฝุ่น

“ความร่วมมือครั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสามารถแก้ pain point ของลูกค้า โดยบริษัทมุ่งนำเสนอสินค้าที่พัฒนาขึ้นเอง รวมถึงสินค้าที่เกิดจากการเป็นพาร์ทเนอร์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้า และเป็นส่วนต่อยอดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Gadget ทำความสะอาด

 

ซึ่งบางจุดจะไม่สามารถใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้ หรือเป็นงานที่ไม่สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่น-ดูดน้ำไร้สายอย่างเดียวได้จบ แต่เป็นงาน Heavy Duty หนักๆ เช่น งานในห้องครัวที่มีความมันหรือคราบเลอะจากการทำอาหาร, บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง, บ้านที่มีเด็กต้องมีเลอะมีเปียก หรือบ้านที่มีลูกเล็กที่ต้องการความสะอาดมากกว่าปกติ ก็สามารถช่วยทุ่นแรงการทำงานบ้าน อีกทั้งยังครอบคลุมกลุ่มร้านอาหาร คาเฟ่ และออฟฟิศสำนักงาน”

ธรรมสร มีรัตน์

เบื้องต้น บริษัทนำเข้า “ทิเนโค่” วางจำหน่าย 2 รุ่นได้แก่

 

• TINECO รุ่น Floor One S3: สุดยอดเครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำแบบไร้สายไฮเทคโนโลยี เครื่องเดียวทั้งดูดฝุ่นและขัดถูพื้น ครบจบในตัว สามารถเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานแบบเรียลไทม์ผ่านโมบายล์แอปพลิเคชัน โดดเด่นด้วยระบบอัจฉริยะ (ai) ที่สามารถเซ็นเซอร์วัดความสกปรกของพื้นได้เองพร้อมคำนวนการทำความสะอาดแบบอัตโนมัติ

 

 แสดงผลผ่านจอแอลอีดี มาพร้อมระบบ Self-Cleaning ทำความสะอาดตัวเอง หมดกังวลเรื่องแปรงขัดสะสมเชื้อโรค สะอาด ปราศจากสิ่งตกค้างในแปรงขัด ครบทุกฟังก์ชั่น การันตีคุณภาพด้วยรางวัลนวัตกรรมชั้นนำโลกและการออกแบบ อาทิ CES 2020 Innovation Award และ Reddot winner 2020

 

• TINECO รุ่น iFloor 2: เครื่องดูดฝุ่นถูพื้นแบบไร้สาย ในราคาที่เข้าถึงง่าย คุณภาพมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ ตัวช่วยสำคัญที่จะขจัดปัญหาเลอะเทอะ และลดความยุ่งยากในการทำความสะอาด ด้วยระบบ 3-in-1 ดูดถูขัดเก็บฝุ่นในครั้งเดียว สามารถทำความสะอาดพื้นผิวได้หลากหลาย อาทิ ไม้เนื้อแข็ง ไวนิล ลามิเนต เสื่อน้ำมัน กระเบื้อง หินอ่อน ฯลฯ มาพร้อมถังคู่แยกน้ำสะอาดและน้ำใช้แล้ว และทำความสะอาดแปรงได้ด้วยระบบแฮนด์ฟรี

 

นายธรรมสร  กล่าวอีกว่า ออโต้บอทมีแผนเปิดสาขาในรูปแบบ Standalone shop ตามหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด  โดยตั้งเป้าหมายที่จะเปิด 10 สาขาในไตรมาส 4/64 และ ไตรมาส 1/65  โดยนำร่องเปิดสาขาแรกที่หาดใหญ่ ภายในเดือนตุลาคมนี้ และขอนแก่น ในเดือนพฤศจิกายน โดยจะมีสินค้าให้เลือกครบครันตลอดจนการบริการหลังการขายต่างๆ เพื่อช่วยเสริมโมเมนต์ของลูกค้าที่ต้องการความประทับใจและสัมผัสสินค้าก่อนการซื้อจริง

“ออโต้บอท” จับมือทิเนโค่ย้ำสมาร์ทโฮม บุกตลาดเครื่องดูดฝุ่น

สำหรับภาพรวมในปีหน้า ซึ่งยังคงเป็นปีที่ท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 โดยสินค้ากลุ่มนวัตกรรมเพื่อการทำความสะอาดยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน WFH และครอบครัวที่มีเด็กอยู่บ้านเรียนออนไลน์ เทรนด์ของสินค้ากลุ่มทำความสะอาดจึงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และมีโอกาสเติบโตในระยะยาว

 

สินค้าหลักที่ทำยอดขายให้กับ ออโต้บอท คือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นคิดเป็นยอดขาย 80%  โดยคาดว่าจะมีการเติบโตราว 50% หรือมียอดขายราว 250 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 40% ประกอบกับการได้พันธมิตรอย่าง ทิเนโค่ เข้ามาเติมพอร์ตสินค้าในเซ็กเมนต์ Wet & Dry Vacuum Cleaner มั่นใจว่าจะสามารถดันยอดขายให้ถึง 500 ล้านบาทตามที่วางไว้ สอดรับกับแผนที่จะเข้า IPO ภายในอีก 2 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง