ตรึงราคาปุ๋ยป่วน วงการค้าโอด แบกต้นทุนอ่วม

01 ก.พ. 2564 | 19:00 น.

“ตรึงราคาปุ๋ย” ทำป่วน สมาชิกสมาคมค้าปุ๋ยฯ ร้อง สะเทือนธุรกิจเจ๊ง โอดวัตถุดิบ-ค่าระวางเรือ-นํ้ามันราคาปรับขึ้นยกแผงทำต้นทุนพุ่ง “เปล่งศักดิ์” ให้สมาชิกโหวตใครทำได้ ทำไม่ได้ แจงเป็นรายกรณี ห่วงบีบบังคับ ลามสารเคมีในประเทศขาดแคลนยิ่งวิกฤติกว่า

 

เป็นประจำทุกปี กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  จะเรียกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย เข้าไปหารือเพื่อให้ช่วยลดราคา หรือตรึงราคาปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนในฤดูกาลผลิตใหม่ ล่าสุดได้มีการหารือเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2564 มีเสียงสะท้อนตามมาของผู้ค้าปุ๋ยเคมีถึงผล
กระทบธุรกิจ

 

นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า  ปีนี้ปรับลดราคาปุ๋ยเคมีไม่ได้ เพราะวัตถุดิบราคาปรับขึ้น ค่าระวางเรือก็ปรับตัวสูงขึ้น ราคานํ้ามันก็ปรับตัวสูงขึ้น ตู้สินค้าก็ขาดแคลน ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการและผู้ค้าปุ๋ยเคมีปรับตัวสูงขึ้น  หากจะให้ตรึงหรือลดราคาก็จะกระทบธุรกิจ และอาจกระทบปุ๋ยเคมีเคมีขาดแคลนและไม่เพียงพอใช้ได้ หลายบริษัทในสมาคมขณะนี้ก็ไม่ได้เห็นด้วยที่จะตรึงราคา แต่ตนก็ได้แจ้งกับสมาชิกว่าควรจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไปสักระยะหนึ่งก่อน ถ้าแบกภาระไม่ไหวจริง ๆ จะต้องเข้าไปหารือใหม่กับกรมการค้าภายในใหม่ แต่หลายบริษัทก็ไม่ยอม เพราะบางรายเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ไม่มีสต๊อก ก็เข้าใจได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจให้โหวตเสียง หรือถ้าใครไม่พร้อมจริงก็ให้ทำหนังสือชี้แจงเป็นรายกรณีไป 

การนำเข้าปุ๋ยเคมี

 

“ในภาพรวมของสมาคมก็พยายามช่วยดันนโยบายรัฐบาล แต่จะช่วยได้ระยะเวลานานเท่าไร ตอบไม่ได้ เพราะในฤดูกาลที่จะมาถึงนี้ ประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ก็มีการลดเพดานการผลิตนํ้ามันดิบ เพื่อดึงราคาไม่ให้ตํ่ากว่า 56 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะเดียวกันเรือสินค้าจากประเทศไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป(อียู) ใช้เวลานานกว่าจะวิ่งกลับมา หรือไม่ก็ติดค้างอยู่ที่ปลายทาง ส่วนจีนอยากได้เรือ ได้ตู้คอนเทนเนอร์ก็พร้อมที่จ่ายแพงขึ้นก็ดึงเรือดึงตู้ไปหมด นี่คือปัญหาอุปสรรคประเทศไทยและเป็นอนาคตที่น่าห่วงของสินค้าเกษตรด้วย”

 

นายเปล่งศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในแต่ละปีการใช้ปุ๋ยเคมีของไทยเฉลี่ยจะอยู่ 5 ล้านตันเศษ เพราะ 1.นโยบายรัฐไม่ได้เอื้ออำนวย 2.รัฐไม่ค่อยส่งเสริม จะไปเน้นเรื่องนโยบายเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ในข้อเท็จจริงปุ๋ยเคมีเป็นธาตุอาหารพืช ไม่ใช่สารพิษ ตอนนี้ผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว ซึ่งโดยข้อเท็จริงในภาพรวมของเศรษฐกิจรัฐบาลต้องไปเน้นความปลอดภัยของอาหารพืชต่าง ๆ ควรจะเป็นเกษตรปลอดภัย (Good Agriculture Practices : GAP)  อาทิ ผลไม้, ข้าวโพด,ข้าว มันสำปะหลัง เป็นต้น ดังนั้นประเมินคาดการณ์การใช้ปุ๋ยเคมี ในปี 2564 จะใกล้เคียงกับปี 2563

 

ส่วนนโยบายประกันรายได้เกษตรกร  เป็นการช่วยเกษตรกรถือว่ามีประโยชน์ต่อเกษตรกร แต่ไม่ได้มีส่วนส่งเสริมทำให้ปุ๋ยเคมีมีการซื้อขายมากขึ้น ขณะเดียวกันนโยบายรัฐเองไม่ได้มีเรื่องการส่งเสริมในการใช้ปุ๋ยเคมี 

 

ด้านนายพงษ์เทพ อันตะริกานนท์ นายกสมาคมธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพไทย กล่าวว่า ภาพรวมของปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านมาโตขึ้นแต่ไม่มาก เพราะมีกฎหมายมาควบคุมคุณภาพสูตรปุ๋ยที่ตั้งไว้สูงเกินไปทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้จริง  ปุ๋ยอินทรีย์มีคุณภาพ แต่มีจุดอ่อนไม่มีงบประมาณโฆษณาเพียงพอที่จะจูงใจเกษตรกรต่างจากสารเคมี มีงบประมาณตรงนี้โดยเฉพาะ 

 

ที่มา : หน้า 9 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,649 วันที่ 31 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564