ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองทุนหมื่นล.ช้อนซื้อโรงแรม ต่อยอดธุรกิจ

28 ต.ค. 2563 เวลา 6:21 น. 3.2k

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ท่ามกลางวิกฤตก็มีโอกาสสำหรับกลุ่มทุนใหญ่ อย่าง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอ เรชั่น (AWC) ที่ได้รับการติดต่อจากโรงแรมกว่า 100 แห่ง ในการเสนอขายโรงแรม ทำให้ AWC มองเห็นโอกาสในการจัดตั้งกองทุนเพื่อเข้ามาซื้อโรงแรม ควบคู่ไปการปรับปรุงแผนลงทุน 5 ปี

การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกที่ผ่านมาทำให้บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอ เรชั่น (AWC) ได้รับการติดต่อจากโรงแรมกว่า 100 แห่ง ในการเสนอขายโรงแรม ทำให้ AWC มองเห็นโอกาสในการจัดตั้งกองทุนเพื่อเข้ามาซื้อโรงแรม ควบคู่ไปการปรับปรุงแผนลงทุน 5 ปีของAWC อ่านได้จากการเปิดใจของ นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์คอร์ปอเรชั่น (AWC)

วัลลภา ไตรโสรัส

+จ่อตั้งกองทุนหลักหมื่นล.

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ โรงแรม กว่า 100 ราย สนใจที่จะ เสนอขาย โรงแรมและที่ดินเปล่าให้แก่ AWC ซึ่งก็มีทั้งโรงแรมในกรุงเทพ ภูเก็ต พัทยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของคนไทย มีทั้งที่บริหารเอง และจ้างเชนมาบริหาร เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว 4 ดาว ไปจนถึง5 ดาว เนื่องจากประสบปัญหาการขาดสภาพ

ทำให้ AWC มีแผนจะร่วมมือกับนักลงทุนหลัก อย่างไพรเวท ฟันด์ จากเอเชีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงสถาบันการเงินของไทย เพื่อร่วมกัน จัดตั้งกองทุนในลักษณะ opportunity fund เพื่อมาช้อนซื้อโรงแรม โดยมี AWC จะเข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการกองทุน มูลค่ากองทุนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่จะอยู่ในหลักหมื่นล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสแรกปี 2564

“เรามองเป็นโอกาสที่จะซื้อแล้วบริหารต่อ ซึ่งโรงแรมที่ทางกองทุนจะเข้าไปซื้อ ต้องดูว่ามีศักยภาพในการนำมาพัฒนา เพื่อขายต่อ รวมถึงมีโอกาสที่จะนำมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับกับกลยุทธของ AWC”

ทั้งนี้การลงทุนของ AWC ก็ไปได้ ปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ในระดับต่ำที่ 0.7 เท่า ยังมีโอกาสในการกู้เพื่อนำเงินมาลงทุนอีกมาก โดยใน 100 โครงการที่นำมาเสนอขายจากที่ดูมี 30% หรือราว 30 แห่งที่ AWC สนใจ และคิดว่าเหมาะสมกับการลงทุนของ AWC

อีกทั้งเรายังมองว่าการตั้งกองทุนนี้ ก็จะยังช่วยธุรกิจโรงแรมของคนไทย ที่เดือดร้อน และ ขาดสภาพคล่อง ในขณะนี้ เพราะการขายหนึ่งแห่ง อาจจะอยู่ได้อีกหลายแห่ง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ใช่แค่โควิด เพราะก่อนหน้านั้นโรงแรมที่มาเสนอขายก็ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องอยู่แล้วเดิมด้วยเช่นกัน

 

++รีวิวแผนลงทุน 5  ปี

ในส่วนของแผนลงทุนของ AWC เองปัจจุบันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วรวม 18 แห่ง หลังจากเกิดโควิด-19 ทำให้ในขณะนี้ AWC ต้องปรับปรุงแผนลงทุนในช่วง 5 ปี (2563-2567) ใหม่ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้วางกรอบการลงทุนไว้ 2 ซีนาริโอ ได้แก่

1. ถ้าสถาน การณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยเริ่มกลับมา Pick up หรือกระเตื้องขึ้น ในช่วงต้นปีหน้า และมีทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงปลายปี เราก็ยังคงเดินตามแผน เพียงแต่บางโครงการอาจจะดีเลย์ออกไปจากเดิม 1 ปี จากปี 2567 ขยับไปเป็นปี 2568

2. ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ เราก็จะบริหารการลงทุน โดยจะยังไม่ได้จ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการก่อสร้าง แต่จะไปทำเรื่องของการออกแบบหรือเรื่องใบอนุญาตรอไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าโดยรวมผลกระทบน่าจะอยู่ในช่วง 1-2 ปี ซึ่งคงต้องรอดูสถานการณ์ตลาดในปีหน้าก่อนว่าตลาดพร้อมหรือยัง ถ้าตลาดกลับมาเราก็พร้อมเปิด

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองทุนหมื่นล.ช้อนซื้อโรงแรม ต่อยอดธุรกิจ

อย่างล่าสุด โรงแรมบันยันทรี กระบี่ มูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เดิมจะเปิดในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ก็ขยับมาเป็นเดือนตุลาคมนี้แทน เราดูว่าถ้าในโลเคชั่นไหนตลาดเริ่มกลับมา ก็พร้อมเปิดให้บริการหรือถ้ายังไม่มา เราก็ต้องขยับไทม์ไลน์ในการเปิดให้บริการออกไป เพราะไม่ต้องการให้เกิดซัพพลายเพิ่มในขณะที่ดีมานต์นักท่องเที่ยวยังน้อยอยู่

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองทุนหมื่นล.ช้อนซื้อโรงแรม ต่อยอดธุรกิจ
เช่น โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ จากต้นปี 2564 เป็นปลายปี โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล แม่ปิง เชียงใหม่ (เดิมเป็นโรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง) จะขยับมาเปิดให้บริการเต็มรูปในปี 2565 ส่วนโรงแรมภายใต้แบรนด์ “ริทซ์คาร์ลตัน รีเสิร์ฟ” ในพื้นที่โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ คาดว่าจะเปิดในปี 2566 จากแผนเดิมปี 2565 เป็นต้น

สำหรับการลงทุนในพัทยา โครงการ มิกซ์ยูส ซึ่งจะมีทั้งโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวมีการหารือกับบริษัทเมอร์ลิน เพื่อสร้างทัวริสต์ แอคแทรคชั่น และ AWC คงจะลงทุนในส่วนโรงแรม ส่วนโรงแรม มีแผนลงทุน 3 แบรนด์โรงแรมภายใต้การบริหารของเชนแมริออท คือ เจดับบลิว แมริออท พัทยา, แมริออท มาคีส พัทยา, ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น รวมห้องพักกว่า 1,298 ห้อง

ขณะที่โรงแรมแกรนด์โซเล่ กำลังรีแบรนด์และดึงเชนต่างชาติมาบริหาร คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในเร็วๆ ส่งผลให้โรงแรมในพัทยามีห้องพักทั้งหมดกว่า 1,900 ห้อง และยังมีที่ดินอีกแปลงที่ก็มองการพัฒนาในอนาคตไว้ด้วย เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี

ดังนั้นตามแผนลงทุน 5 ปีนี้ แม้ AWC อาจจะมีการขยับไทม์ไลน์ในการลงทุนหรือเปิดให้บริการออกไปบ้างในช่วง 1-2 ปีนี้แต่การลงทุนก็ยังอยู่ในแผน โดยมีโครงการที่อยู่ในไปป์ไลน์ราว 10 โรงแรม มูลค่าการลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันยังตั้งงบไว้อีกราว 2 หมื่นล้านบาท สำหรับการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพที่เราอาจจะซื้อเข้ามาหรือลงทุนเพิ่มเติม รวมแล้วตามแผน 5 ปีใช้งบลงทุนราว 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีโรงแรมที่อยู่ภายใต้การพัฒนาราว 12 แห่ง

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองทุนหมื่นล.ช้อนซื้อโรงแรม ต่อยอดธุรกิจ

สำหรับมูลค่าสินทรัพย์ของ AWC หลังจากนำสินทรัพย์ 3 จากกลุ่ม ทีซีซี เข้ามารวมเพื่อบริหารจัดการ ตั้งแต่ช่วงต้นปี ก็ทำให้มูลค่าทรัพย์สิน เพิ่มจาก 1 แสนล้านบาท เป็น 1.24 แสนล้านบาท

 

++ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุด

            จากสถานการณ์โควิด โดยรวมทั่วโลกคาดการณ์ผลกระทบจะอยู่ที่ 2 ปี แต่ไทยมีระบบการควบคุมโควิดที่ดีระดับโลก จากที่คุยกับทางเชนโรงแรมที่ AWC ดึงเข้ามาบริหารโรงแรมให้ก็บอกว่าบุ๊กกิ้งพร้อมจะเข้ามาอยู่แล้ว ถ้าไทยพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยว แสดงให้เห็นว่าไทยยังมีจุดแข็งด้าน การท่องเที่ยว ที่ดีอยู่ในระยะยาว

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองทุนหมื่นล.ช้อนซื้อโรงแรม ต่อยอดธุรกิจ

ช่วงที่ธุรกิจถึงจุดตกต่ำสุดคือช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เพราะเป็นช่วงล็อกดาวน์ ทำให้ AWC เริ่มปิดโรงแรมไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม และในเดือนมิถุนายน จึงกลับมาเปิดให้บริการได้ทุกโรงแรม ทำให้ตอนนี้ถือว่าธุรกิจพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว โรงแรมในต่างจังหวัดมีอัตราการเขาพักเฉลี่ยอยู่ที่ 30% ก็ถือเป็นจุดคุ้มทุน เพราะเรามีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ยกเว้นโรงแรมแมริออท หัวหิน มีอัตราเข้าพักสูงสุดอยู่ที่ราว 70% ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนโรงแรมในกรุงเทพฯ มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 10%

อีกทั้ง AWC นำ 2 โรงแรมเข้าสู่ ASQ (ที่พักกักตัว 14 วัน) คือ โรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน และโรงแรม เลอเมอริเดียน กรุงเทพ ซึ่งเปิดมา 3 เดือน อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่งขึ้นมา 20% แต่หากรัฐบาลเปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นก็น่าจะทำให้มีการเข้าพักเพิ่มขึ้น

ผ่านมาแม้จะมีผลกระทบจากโควิด แต่ AWC ไม่มีนโยบายลดพนักงาน แต่ใช้วิธีบริหารจัดการต้นทุนด้านอื่น เช่นการประหยัดพลังงาน ที่ก็ได้ผลที่ดีมาก ดังนั้นเมื่อพนักงานเรายังอยู่เหมือนเดิม เมื่อเปิดโรงแรมเราก็พร้อมทันที รวมไปถึงมีอีกหลายโรงแรมใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น การรักษาบุคคลากรเป็นเรื่องสำคัญ

ขณะที่การตุ้นตลาด โรงแรมในกรุงเทพ ก็จะเน้นการจัดโปรโมชั่นแฟลช เซลล์ อย่างในช่วงกลับมาเปิดโรงแรมช่วงแรกๆก็ขายเริ่มต้นห้องละพันบาทในบางช่วง โดย AWC คุยกับทางเชนโรงแรม ว่าจะรับผิดชอบค่าห้องพักส่วนเกินในราคาที่เชนตั้งราคาไว้เอง ก็มีลูกค้าสนใจมาก เพราะพักโรงแรม5 ดาว

      ส่วนพนักงานเองก็ได้เซอร์วิสชาร์จ ก็ถือว่าช่วยกระตุ้นให้คนไทยเที่ยว ขณะเดียวกันคนไทยที่ช่วงนี้ไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ ก็หันมาเที่ยวในประเทศ โดยเลือกที่พักในแบบยูนีค ทำให้โรงแรมในต่างจังหวัดหลายแห่งก็ได้ลูกค้าจากกรุงเทพเข้าไปพัก เพราะโรงแรมของAWC ก็จะเน้นตลาดระดับกลางไปถึงบน

++ปรับลุคใหม่ 4 ธุรกิจค้าปลีก

สำหรับการดำเนินธุรกิจของ AWC ในปีหน้า นอกจากเปิดโรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ (เดิมเป็นโรงแรมพรพิงค์ เชียงใหม่) ช่วงปลายปีแล้ว เรายังเน้นรีโพซิชั่นนิ่งธุรกิจในส่วนของค้าปลีก 4 แห่ง ได้แก่

1. พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ รีแบรนด์เป็น เออีซี เทรดเซ็นเตอร์ พันธุ์ทิพย์ โฮลเซลล์ เดสซิเนชั่น ที่จะเป็นศูนย์ค้าส่งครบวงจรใจกลางเมือง ที่จะเปิดให้เดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยฟรีค่าเช่าพื้นที่ให้แก่ผู้ผลิตสินค้าและผู้ส่งออก

 2. ตะวันนา บางกะปิ จะปรับเป็นคอนเซ็ปต์อาหารและสตรีทฟู้ด ซึ่งไฮไลท์คือ ครัวคุณต๋อย ที่จะนำร้านอาหารมาให้บริการ และยังขายแบบดีลิเวอรี่ และออนไลน์ด้วย

3. พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน นอกจากมีจุดขายตลาดพระที่ใหญ่ที่สุด เราก็จะเพิ่มเอาเรื่องของศูนย์ความเป็นไทย ของเก่า หรือของโบราณเข้ามาด้วย

4. พันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ เน้นคอนเซ็ปต์แบบล้านนา เป็นแหล่งไดนิ่งใจกลางเมือง

วันนี้เรายังอาจเผชิญกับผลกระทบโควิด แต่การท่องเที่ยวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลาย ธุรกิจก็จะกลับมา ทำให้ AWC จึงมองการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้รวมถึงมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนใหม่ที่จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน

หน้า 21-22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,622 วันที่ 29 - 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC เปิดโรงแรมบันยันทรี กระบี่ ลงทุน 2พันล้านบาท
AWC เดินหน้าลงทุนฝ่าโควิด หวังฟื้นกำไร Q4
ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดันมิกซ์ยูส AWC ดึง แมริออท บริหาร 4 โรงแรมใหม่
ขนหน้าแข้งไม่ร่วง "AWC" โรงแรมกลุ่มเจ้าสัวเจริญ พลิกขาดทุนไตรมาส2

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง