thansettakij
thansettakij
UPOVเคลียร์  11ข้อสงสัย  ไทยป้องพันธุ์พืช

UPOVเคลียร์ 11ข้อสงสัย ไทยป้องพันธุ์พืช

08 ส.ค. 63 | 03:31 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ส.ค. 63 | 10:32 น.

“ยูปอฟ” เคลียร์ 11 ข้อสงสัยไทยชี้ไทยมีอำนาจปกป้องพันธุ์พืชหลักไว้ได้สูงสุด 10 ปี หลังจากนั้นต้องปล่อยเสรี กมธ. CPTPP ตั้งการ์ดเล็งออกร่าง พ.ร.บ.ความหลากหลายทางชีวภาพฯ และร่างกฎกระทรวง ป้องพันธุ์-แบ่งปันผลประโยชน์ต้องไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้จากการขายทั่วโลก

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในปีนี้ไทยไม่สามารถยื่นหนังสือแสดงเจตจำนง เพื่อขอร่วมเจรจาความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP ได้ทัน หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลง CPTPP สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติขยายเวลาการพิจารณาฯเพื่อให้เกิดความรอบคอบออกไปถึงวันที่ 10 กันยายน 2563 ซึ่งเลยเวลาที่ CPTPP จะพิจารณาเปิดรับสมาชิกใหม่ในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 และคงต้องรอยื่นปีหน้าหากไทยยังยืนยันที่จะขอเข้าร่วมเจรจา สร้างความโล่งอกให้กับภาคประชาชนที่จะได้มีเวลาในการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง เฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ CPTPP บังคับให้ประเทศสมาชิกต้องเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่(UPOV 1991) ที่หวั่นจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรไทย ขณะที่สร้างความกังวลใจให้กับภาคธุรกิจที่ความล่าช้าจะส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันในการทำการค้า การลงทุนของไทยลดลง

นายวีระกร คำประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลง CPTPP เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แจ้งในที่ประชุมครั้งล่าสุดว่า ไทยไม่ได้เสนอเรื่อง CPTPP เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อให้ความเห็นชอบในการไปยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงขอเจรจา CPTPP ต่อนิวซีแลนด์ (ประเทศผู้รักษาสนธิสัญญา CPTPP) อย่างเป็นทางการ ซึ่งปีนี้การประชุมรัฐมนตรีการค้า CPTPP จัดแค่ครั้งเดียว (5 ส.ค.63) แต่อีกด้านหนึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ไทยจะมีเวลาเตรียมความพร้อมหากวันหนึ่งต้องเข้าร่วม

ล่าสุดไทยได้มีหนังสือไปถามข้อความกังวลต่าง ๆ รวม 11 ข้อกับทางเจ้าของอนุสัญญายูปอฟ ซึ่งได้ตอบกลับมาเป็นจดหมายเปิดผนึกละเอียด และชัดเจน โดยสนธิสัญญา UPOV 1991 ที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 15-17 และความหลากหลายทางชีวภาพ หากในกรณีเอกชน (ไทย/ตปท.) จะนำพันธุ์พืชของไทยไปใช้ต้องขออนุญาตแล้วต้องมีการแบ่งปันผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ร่างพ.ร.บ.ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. .... มีทั้งหมด 8 หมวด 73 มาตรา ทาง กมธ.ได้ติงเรื่องบทลงโทษที่น้อยเกินไป คือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ต้องเขียนปรับแก้ใหม่ต้องไม่ต่ำกว่าผลประโยชน์ที่ทางบริษัทได้รับจากการนำพันธุ์ของไทยไปใช้แบ่งปันผลประโยชน์รายได้ต้องไม่ต่ำกว่า 50% ของมูลค่าที่จำหน่ายทั่วโลก อย่างนี้ถือว่าจะยุติธรรม”

นายวีระกร กล่าวว่า ข้อหนึ่งที่ไทยได้สอบถามไปที่ยูปอฟว่า หากไทยไม่นำพันธุ์ข้าวเข้ามาเป็นข้อเจรจาใน CPTPP ได้หรือไม่ ทางยูปอฟ ตอบมาว่า ผู้ที่จะมาเป็นสัญญาภาคีของ UPOV 1991 เมื่อเข้าเป็นสมาชิก คุณต้องระบุพันธุ์พืชไม่ต่ำกว่า 15 ชนิด ที่ขอให้การคุ้มครอง นับตั้งแต่วันที่เข้าร่วม เมื่อครบ 10 ปีแล้ว ก็จะต้องเข้าอยู่อนุสัญญา UPOV

ข้อ 2 เรื่องการขยายพันธุ์ เกษตรกรสามารถขยายพันธุ์ปลูกได้ แต่ต้องไม่กระทบสิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์ อย่างมีนัยสำคัญ คำว่า “มีนัยสำคัญ” ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรร่างกฎกระทรวง ว่าเกษตรกรรายย่อย ต้องมีคำจำกัดว่า ต้องมีพื้นที่เท่าไร ต้องออกกฎหมายมาคุ้มครองเกษตรกรไทย ซึ่งในข้อนี้เขียนไว้ว่าชาติสมาชิกภาคีสามารถออกกฎหมายเปิดช่องไว้ มีข้อยกเว้นได้ แต่ต้องไม่กระทบกับผลประโยชน์ของนักปรับปรุงพันธุ์ 

หน้า 11 ฐานเศรษฐกิจ  ฉบับที่ 3,599 วันที่ 9 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • economy