svasdssvasds

แฟชั่น-สมาร์ทวอตช์แรงดันตลาดนาฬิกา4.8หมื่นล.โต

29 มี.ค. 2562 เวลา 9:40 น. 2.6k

แฟชั่น-สมาร์ตวอทช์แรงสุดขั้ว ปลุกตลาดนาฬิกา 4.8 หมื่นล้านโตพรวด แบรนด์ดังเร่งส่งคอลเลก ชันใหม่ จับตา “รอนนี่-อินโนเวชั่น” ปูพรมสินค้าดักนิวเจน ฟากค้าปลีกยักษ์ “โรบินสัน” ประเดิมจัดงานแฟร์ ปลุกยอดขายไตรมาสแรกโต 6%

ภาพรวมตลาดนาฬิกากว่า 4.8 หมื่นล้านบาทของเมืองไทยเริ่มดีดตัวกลับมาอีกครั้ง หลังจากตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเติบโตเพียง 1-2% ซึ่งปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ตลาดเติบโตนอกจากเรื่องของดีไซน์ ความนิยมมีเพิ่มลดตามธรรมชาติของตลาดแล้ว การเข้ามาของนาฬิกาในกลุ่ม Smart Watch ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญผลักดันให้ภาพรวมตลาดนาฬิกามีการเติบโตที่ดีขึ้น ทั้งจากแบรนด์เดิมที่หันมาปรับทัพรับการแข่งขัน การนำเสนอกลยุทธ์รูปแบบใหม่ๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ รวมไปถึงการเพิ่มไลน์สินค้าให้หลากหลาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ ไม่เพียงผู้ประกอบการเท่านั้น หากแต่ค่ายค้าปลีก ที่เดิมมีขาประจำในการจัดงานวอทช์แฟร์อย่างกลุ่มเซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ปีนี้ “โรบินสัน” ก็ขอเอี่ยวจัดงานนี้ด้วย

นายรอนนี่ โกรเวอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอนนี่ อินเตอร์-เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากต่างประเทศ อาทิ Knot ,Daniel Wellington, We-wood, Victoria, See By Chloe, Calvin Klein Jeans, Diadora, Hey Dude และ Knott เป็นต้น เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดนาฬิกาเมืองไทยในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลการสำรวจในปีที่ผ่านมา พบว่า สินค้าลักชัวรีที่คนไทยนิยมซื้อสูงสุดคือนาฬิกา โดยมีสัดส่วนมากถึง 21% จากภาพรวมการจับจ่าย สินค้าลักชัวรี ขณะที่พฤติกรรมการจับจ่ายของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปหันมามองหารูปแบบดีไซน์นาฬิกาที่มีความแปลกและแตกต่างไม่เหมือนใคร

แฟชั่น-สมาร์ทวอตช์แรงดันตลาดนาฬิกา4.8หมื่นล.โต

ล่าสุดได้ชูแบรนด์น้องใหม่น็อต (Knot) ที่มีโพสิชันเป็นแบรนด์นาฬิการะดับพรี เมียม จากญี่ปุ่น ที่เน้นการชูจุดเด่นด้านดีไซน์ความโดดเด่นของผลิต ภัณฑ์กับคอลเลกชันที่หลากหลาย ด้วยตัวเรือนกับสายกว่า 1 หมื่นรูปแบบ มา บุกตลาดแฟชั่นประเทศไทย เน้นดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันยังเป็นการตอบโจทย์เทรนด์แฟชั่นตามยุคสมัย และรองรับความต้องการของผู้บริโภค ก่อนจะนำเข้าแบรนด์ใหม่จากต่างประเทศมาทำตลาดเพิ่มเติมในปีนี้อีกราว 2-3 แบรนด์เพื่อเสริมแกร่งให้กับพอร์ตสินค้าของบริษัทให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

แฟชั่น-สมาร์ทวอตช์แรงดันตลาดนาฬิกา4.8หมื่นล.โต

ขณะที่นายธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินโนเวชั่น อีทีซี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวของ TicWatch และ TicPods ในไทย เปิด เผยว่า จากแนวโน้มตลาดสมาร์ท วอตช์เมืองไทยมีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่ตํ่ากว่า 20-30% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากคนเริ่มใช้ในการออกกำลังกายและใช้ประกอบการสื่อสารเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การตอบโจทย์เทรนด์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ของสมาร์ทวอตช์ก็คืออีกหนึ่งแรงผลักดันที่ทำให้ตลาดนาฬิกาในกลุ่มนี้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา

แฟชั่น-สมาร์ทวอตช์แรงดันตลาดนาฬิกา4.8หมื่นล.โต

“การที่ผู้เล่นในตลาดแบรนด์แฟชั่นระดับบนหันมาแตกไลน์ในกลุ่มสมาร์ทวอตช์มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มองว่าจะเป็นการกระตุ้นภาพรวมสมาร์ทวอตช์ให้คึกคักมากขึ้น ซึ่งในส่วนของบริษัทเองมีจุดเด่นคือการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย มีฟังก์ชันการใช้งานภาษาไทย และอยู่ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ตั้งแต่ 5,900-9,900 บาท ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถแข่งขันได้”

ล่าสุดบริษัทจึงมองเห็นช่องทางการเติบโตดังกล่าวจึงได้นำเข้าสมาร์ทวอตช์ ภายใต้แบรนด์ TicWatch เข้ามาทำตลาดเป็นครั้งแรกในไทยเมื่อ 9 เดือนที่ผ่านมา โดยปีนี้มีแผนนำเข้าสมาร์ทวอตช์มาทำตลาดในไทยเพิ่มอีก 6 รุ่นใหม่ ล่าสุดได้เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ S2 และ E2 เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง โดยเน้นจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าอายุ 25-45 ปี (เจนวาย) และกลุ่มคนใช้ชีวิตในเมือง ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก เพื่อรองรับเทรนด์ปัจจุบันที่คนใช้สมาร์ทวอทช์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนประชากร 10 คนอาจจะมีคนใช้สมาร์ทวอตช์ 3 คนแต่ปัจจุบันแนวโน้มดีขึ้น 10 คนอาจจะมีคนใช้สมาร์ทวอตช์เพิ่มขึ้นเป็น 7 คนแล้ว และตั้งเป้าในปีนี้จะสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1 หมื่นเรือนเฉลี่ยยอดขายเดือนละ 1,000 เรือน

นอกจากนี้ยังมีค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด หรือซีเอ็มจี ที่เปิดแผนงานในกลุ่มนาฬิกาด้วยการจัดตั้งหน่วย “ซีเอ็มจี แฟชั่น วอตช์” 3 แบรนด์เพื่อรุกตลาดนาฬิกาแฟชั่นโดยนำร่อง 3 แบรนด์ได้แก่ 1. ฟูร์ล่า (FURLA) จากอิตาลี 2. ดีวัน มิลาโน่ (D1 Milano) จากอิตาลี และ 3. เพอรี่ เอลิส (Perry Ellis) จากอเมริกา ก่อนจะขยายให้ครบ 6 แบรนด์ภายในปีนี้ พร้อมกับขยายช่องทางการจำหน่ายพร้อมทั้งรุกเข้าสู่ออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ในเครืออย่างเจดี ดอทซีโอดอททีเอช เริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ และเตรียมขยายสู่ซีโอแอลออนไลน์กับโรบินสันออนไลน์ด้วย ก่อนขยายสู่มาร์เก็ตเพลสนอกเครือ โดยตั้งเป้าหมายที่จะมีวอตช์สเตชันให้ครบ 50 แห่งภายในปี 2563 และยังมีช่องทางเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าอีก 13 แห่ง เพื่อรองรับเทรนด์การเติบโตของตลาดนาฬิกาโดยเฉพาะในกลุ่มแฟชั่นของเมืองไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีสาขาทั้งในรูปแบบช็อปและคีออส 34 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะก้าวขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดผู้จำหน่ายมัลติแบรนด์วอตช์ในไทย ทั้งในแง่ของจำนวนแบรนด์และยอดขายรวมภายในสิ้นปีนี้

“ตลาดรวมนาฬิกาในไทยที่ผ่านมาเติบโต 4% โดยกลุ่มบน ราคาระดับ 50,000 บาทขึ้นไป โต 6% กลุ่มกลาง ราคา 5,000-30,000 บาท โตมากที่สุด 8% และกลุ่มเบสิก ราคาตํ่ากว่า 3,000 บาทลงมา โตเล็กน้อย ซึ่งการเติบโตที่มาแรงของกลุ่มแฟชั่นถือเป็นปัจจัยหลักในการรุกสร้างตลาดของบริษัทในปีนี้” นางสาวปาริชาติ ฉัตรวัฒนดิลก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด กล่าว

แฟชั่น-สมาร์ทวอตช์แรงดันตลาดนาฬิกา4.8หมื่นล.โต

เออร์ลินดา เพชรพิสิฐ

ขณะที่นางเออร์ลินดา เพชรพิสิฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมการเติบโตของธุรกิจนาฬิกาของโรบินสันในปีที่ผ่านมามีการเติบโต 4% เกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ทำให้นักช็อปมีกำลังซื้อ มีการจับจ่าย โดยนาฬิกาเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นสินค้าที่เป็นได้ทั้งของสะสม และซื้อเพื่อการลงทุนในระยะยาว ดังนั้นในไตรมาสแรกนี้โรบินสันจึงเดินหน้ารุกตลาดนาฬิกาด้วยการเพิ่มไลน์สินค้านาฬิกาเข้ามาวางจำหน่ายกว่า 10 แบรนด์ พร้อมเพิ่มพื้นที่ขายในเคาน์เตอร์ ทั้งกลุ่มสปอร์ตฟังก์ชัน และสมาร์ทวอตช์ พร้อมเพิ่มช่องทางการขายผ่านออนไลน์

ล่าสุดบริษัทจัดงาน “ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR” เอาใจกลุ่มวอจช์เลิฟเว่อร์ ตั้งแต่วันนี้-2 เมษายนนี้ ณ แฟชั่นไอส์แลนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช่วงเวลาที่มีคุณค่าคือ...ทุกเวลาที่ได้สัมผัส” นำเสนอนาฬิกากลุ่มไฮเอนด์ แฟชั่น แฟชั่นลักชัวรี สมาร์ท วอตช์ ทั้งนิว คอลเลกชัน, ลิมิเต็ด อิดิชั่น, เอ็กซ์คลูซีฟ ไอเทม และสินค้าอินเทรนด์ มาให้สัมผัสและเลือกช็อปกว่า 120 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น GRAND SEIKO และ SEIKO, MAURICE LACROIX, MIDO และ CASIO ลดสูงสุด 10-50% ซึ่งการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะกระตุ้นยอดขายกลุ่มนาฬิกา ในไตรมาสแรกให้โตได้กว่า 6% 

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3456 ระหว่างวันที่ 28 - 30 มีนาคม 2562

แฟชั่น-สมาร์ทวอตช์แรงดันตลาดนาฬิกา4.8หมื่นล.โต

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด