svasdssvasds

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดคาดอุปสงค์ในจีนจะฟื้นตัว

25 ก.ค. 2561 เวลา 3:11 น. 102
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2561

+ ราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น หลังรัฐบาลจีนประกาศนโยบายทางการเงินเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อลดความตึงเครียดจากปัญหาด้านการค้ากับสหรัฐฯ ประกอบกับการกระตุ้นการลงทุนในประเทศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การสนับสนุนสถาบันการเงินในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลท้องถิ่น การลดภาษีให้กับบริษัทที่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นต้น ทำให้ตลาดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้น

+ สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) รายงานตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ก.ค. ปรับลดลงราว 3.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง โอกลาโฮม่าปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 10

ติดต่อกัน

- กำลังการผลิตน้ำมันดิบในรัสเซียและซาอุดิอาระเบียปรับเพิ่มตามข้อตกลงจากการประชุมของกลุ่มโอเปกและผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อปรับลดอัตราการลดกำลังการผลิตจากระดับร้อยละ 147 เหลือร้อยละ 120 เพื่อชดเชยอุปทานที่ขาดหายไปจากลิเบียและเวเนซุเอลา

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีแรงซื้อจากทวีปอเมริกาและกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ดี อุปทานในทวีปเอเชียยังคงล้นตลาดในขณะที่อุปสงค์ยังคงทรงตัว

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีแรงซื้อจากทวีปแอฟริกา อย่างไรก็ตาม ราคายังคงได้รับแรงกดดันจากอุปทานระดับสูงในภูมิภาค

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 62-722 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 70-75  เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของลิเบียคาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบ Zueitina และ Hariga ซึ่งมีกำลังการขนส่งราว 400,000 บาร์เรลต่อวัน กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ รวมถึง แหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Feel ที่มีกำลังการผลิตกว่า 75,000 บาร์เรลต่อวัน กลับมาทำการอีกครั้ง หลังปิดตัวลงในเดือน ก.พ. 61

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน คาดจะส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน หลังจีนเตรียมประกาศมาตรการภาษีกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเร็วนี้ เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. และมูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่เตรียมจะประกาศภายในสิ้นเดือนนี้

จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ หลังในสัปดาห์ที่ผ่านมาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้นกว่า 5.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 3.7 ล้านบาร์เรล เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันดิบ โดยเฉพาะจากกลุ่มโอเปกปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์ โปรโมทแทรกอีบุ๊ก-6