
‘แอนลีน’รักษาแชมป์ ทุ่มงบรีลอนช์แบรนด์
แอนลีน ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท รีลอนช์นมโฉมใหม่ กอดตำแหน่งผู้นำเบอร์ 1 ตลาดนมสำหรับผู้ใหญ่ในไทย มูลค่า 2,500 ล้าน หวังดันยอดขายเพิ่ม 15-20%
นายพอล แอนดรูว์ ริชาร์ดส กรรมการผู้จัดการ กลุ่มประเทศไทย-อินโดจีน-ฟิลิปปินส์ บริษัท ฟอนเทียร่า แบรนด์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ได้ทุ่มงบประมาณมากกว่า 300 ล้านบาท ทำการรีลอนช์นมแอนลีนใหม่ ด้วยการปรับโฉมนมแอนลีนทั้งโลโกและบรรจุภัณฑ์ พร้อมกับการปรับสูตรใหม่ “Anlene MovMax” (แอนลีน มอฟแม็กซ์) นอกจากสูตรใหม่แล้ว แอนลีนยังเปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ล่าสุด “WeAreMore เราเป็นได้มากกว่ากรอบกำหนดของสังคม เป็นได้มากกว่าที่ใครคิด เราเป็นมากกว่าแอนลีนที่คุณเคยรู้จัก และทำให้คุณเป็นได้มากกว่า” ซึ่งจะมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุกแบบ 360 องศา เพื่อตอกยํ้าแบรนด์ และเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นและมากขึ้น พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน และ ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ (พุทธิอร) ไพบูลย์สุวรรณ
โดยได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งสื่อโทรทัศน์ สื่อโฆษณานอกบ้าน สื่อออนไลน์และดิจิตอล รวมถึงมีการแจกผลิตภัณฑ์ให้ทดลอง ทั้งการจัดชิมทั้งในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ตามอาคารสำนักงานต่างๆ โดยตั้งเป้าแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคกว่า 2 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทยังมีแผนในการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุม และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยนมผงและนมยูเอชทีแอนลีน มอฟแม็กซ์หลากหลายขนาด โดยเจาะทั้งช่องทางร้านสะดวกซื้อ และร้านโชวห่วยทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน แอนลีนยังวางแผนเดินสายทำกิจกรรมตรวจสุขภาพการเคลื่อนไหวให้ผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ อีก 2 แสนคน ภายในปีนี้ด้วย
สำหรับการรีลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ได้มีการวางจำหน่ายในหลายประเทศในภูมิภาคนี้แล้ว ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าแอนลีนจะมีอัตราการเติบโต 15 -20% ในแต่ละประเทศภายในสิ้นปีนี้ สำหรับประเทศไทย ผลิตภัณฑ์นมสำหรับผู้ใหญ่มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 2,500 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตขยายตัว ณ ปัจจุบันที่ 5% โดยแอนลีนมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดที่ประมาณ 40%
“ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบริโภคผลิตภัณฑ์นมมีความนิยมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์นมสูงขึ้นเฉลี่ย 4-5% ทุกปี โดยเฉพาะประเทศไทยที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องของโภชนาการ และสุขภาพมากยิ่งขึ้น วัดได้จากการที่ประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแอนลีน โดยมียอดจำหน่ายสูงที่สุดใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา ลาว และกัมพูชา เรามองว่า ประชากรในภูมิภาคเอเชียให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา และสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาเติมเต็มเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และนี่เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับแอนลีน เราจึงตั้งเป้าเป็นผู้นำทางด้านโภชนาการเพื่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนให้มีสุขภาพดีและสมดุล หรือ “Healthy Living’ ภายใน 3-5 ปี และครองแชมป์ตลาดนมสำหรับผู้ใหญ่อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคต่อไป”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,342 วันที่ 22 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายพอล แอนดรูว์ ริชาร์ดส กรรมการผู้จัดการ กลุ่มประเทศไทย-อินโดจีน-ฟิลิปปินส์ บริษัท ฟอนเทียร่า แบรนด์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ได้ทุ่มงบประมาณมากกว่า 300 ล้านบาท ทำการรีลอนช์นมแอนลีนใหม่ ด้วยการปรับโฉมนมแอนลีนทั้งโลโกและบรรจุภัณฑ์ พร้อมกับการปรับสูตรใหม่ “Anlene MovMax” (แอนลีน มอฟแม็กซ์) นอกจากสูตรใหม่แล้ว แอนลีนยังเปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ล่าสุด “WeAreMore เราเป็นได้มากกว่ากรอบกำหนดของสังคม เป็นได้มากกว่าที่ใครคิด เราเป็นมากกว่าแอนลีนที่คุณเคยรู้จัก และทำให้คุณเป็นได้มากกว่า” ซึ่งจะมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุกแบบ 360 องศา เพื่อตอกยํ้าแบรนด์ และเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นและมากขึ้น พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน และ ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ (พุทธิอร) ไพบูลย์สุวรรณ
“ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบริโภคผลิตภัณฑ์นมมีความนิยมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์นมสูงขึ้นเฉลี่ย 4-5% ทุกปี โดยเฉพาะประเทศไทยที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องของโภชนาการ และสุขภาพมากยิ่งขึ้น วัดได้จากการที่ประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแอนลีน โดยมียอดจำหน่ายสูงที่สุดใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา ลาว และกัมพูชา เรามองว่า ประชากรในภูมิภาคเอเชียให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา และสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาเติมเต็มเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และนี่เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับแอนลีน เราจึงตั้งเป้าเป็นผู้นำทางด้านโภชนาการเพื่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนให้มีสุขภาพดีและสมดุล หรือ “Healthy Living’ ภายใน 3-5 ปี และครองแชมป์ตลาดนมสำหรับผู้ใหญ่อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคต่อไป”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,342 วันที่ 22 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






