'BDMS' ดิ้นยื่นอุทธรณ์ จ่อคิวอีก 3 คดี-ร.พ.กรุงเทพแพ้ลูกค้าวีไอพี

17 ธ.ค. 2560 เวลา 7:21 น. 334
BDMS ดิ้นอุทธรณ์ หลังแพ้คดีสมาชิกไลฟ์พริวิเลจฟ้องฐานยกเลิกสัญญา-ปิดคลับ กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ปลุกพลังผู้บริโภคที่ถูกนายทุนเอาเปรียบกลับมาฮึดสู้ เผยยังมีสมาชิก อีก 3 กลุ่มฟ้องจ่อคิวตัดสิน

เป็นคดีตัวอย่างครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อศาลแพ่งตัดสินให้สมาชิกโครงการไลฟ์ พริวิเลจคลับ (LIFE PRIVILEGE CLUB) เป็นฝ่ายชนะ หลังเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรณีถูกบอกเลิกสัญญารักษาฟรีตลอดชีวิตจากบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ผู้บริหารโรงพยาบาลกรุงเทพ จับตาอาจจะเป็นบรรทัดฐานให้สมาชิกที่เหลืออีกกว่า 100 ราย เดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม รวมถึงผู้บริโภคอื่นๆ ที่ถูกนายทุนเอาเปรียบ

หนึ่งสมาชิกไลฟ์ พริวิเลจคลับ และเป็น 1 ใน 6 โจทก์ที่ร่วมฟังคำพิพากษาในศาลแพ่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา กล่าวเปิดใจกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า รู้สึกพอใจกับคำพิจารณาคดีของศาลและเคารพต่อคำพิพากษาดังกล่าว

โปรโมทแทรกอีบุ๊ก-1 กลุ่มสมาชิกผู้ถือบัตรที่ได้รับความเสียหายถูกบอกเลิกสัญญาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ โดยกลุ่มแรกจำนวน 31 คน ได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาล ประกอบไปด้วย 3 กลุ่มย่อย โดยกลุ่มแรกได้แก่โจทก์ทั้ง 6 คน ที่ชนะคดี ส่วนกลุ่ม 2 ศาลได้กำหนดสืบพยานและพิจารณาดดีในวันที่ 28 ธันวาคม 2560 และกลุ่ม 3 ศาลได้กำหนดสืบพยานและพิจารณาดดีในวันที่ 29 มกราคม 2561 ขณะที่กลุ่มใหญ่ที่ 2 อยู่ระหว่างการคุ้มครองชั่วคราวของศาลโดยมีกำหนดสืบพยานและพิจารณาคดีในช่วงเดือนมิถุนายน 2561

++BDMS ดิ้นอุทธรณ์
ขณะที่บีดีเอ็มเอสหลังจากรับทราบผลการพิจารณาคดีแล้ว ได้ออกหนังสือลงวันที่ 13 ธันวาคม 2560 เพื่อแสดงเจตนาว่าจะดำเนินการอุทธรณ์ในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งภายในเอกสารระบุว่า “บริษัทได้รับทราบผลคำพิพากษาของศาลแพ่งดังกล่าวแล้ว บริษัทเคารพต่อคำพิพากษาของศาล อย่างไรก็ตาม บริษัทเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก บริษัท จะพิจารณาเกี่ยวกับการใช้สิทธิตาม กฎหมายในการอุทธรณ์คำพิพากษา เพื่อให้ศาลสูงได้พิจารณาและ พิพากษาคดีเป็นที่ยุติและเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการต่อไป”

++หุ้น BDMSร่วง
รายงานข่าวจากตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุคำพิพากษาส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น BDMS 2 วันติดต่อกันคือวันที่ 13 ธ.ค.ปรับตัวลดลงจาก 21.60 บาทต่อหุ้น เหลือ 21.50 และวันที่ 14 ธ.ค.รับตัวลดลงจาก 21.50 เหลือ 21.30 บาท รวมแล้วลดลง 0.30 บาท หรือลดลง 1.39%

ผู้สื่อข่าว “ฐานเศรษฐกิจ”ได้พยายามติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารบีดีเอ็มเอส แต่ได้รับการแจ้งว่าทางผู้บริหารไม่มีนโยบายให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลแต่อย่างใด โดยให้ข้อมูลตามที่ได้ส่งเอกสารถึงสื่อมวลชนและทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น

ทั้งนี้ ศาลแพ่งได้มีการนัดพิจารณาตัดสินคดีระหว่างสมาชิก โครงการไลฟ์ พริวิเลจคลับ กับโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่บริหารงานโดยบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีดีเอ็มเอส ที่มีน.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้บริหารและเจ้าของ ซึ่งปรากฏว่าศาลได้พิจารณาคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ ผบ.928/2560 ระหว่าง นางจุฑาทิพย์ สนิทพันธ์ กับพวกเป็นฝ่ายโจทก์ และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เป็นฝ่ายจำเลย โดยให้ฝ่ายโจทก์ชนะคดีดังกล่าว

โดยศาลแพ่งได้พิพากษาว่า ให้จำเลยปฏิบัติต่อโจทก์ทั้ง 6 คน ตามข้อตกลงของโครงการเอกสิทธิ์ของคุณภาพชีวิตและเปิดสโมสรไลฟ์ พริวิเลจ คลับ กับปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสโมสรดังกล่าวตามแผ่นพับโฆษณา เอกสารหมาย จ.3 และให้จำเลยชำระเงินจานวน 69,589.50 บาท แก่โจทก์ที่ 5 และจำนวน 46,909 บาท แก่โจทก์ที่ 6 พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ของเงินจำนวน 19,469.85 บาท และ 7,216 บาท ตามลำดับ นับแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2560 ซึ่งเป็นวันฟ้องคดีเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ และยังให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม แทนโจทก์ทั้ง 6 คน และค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่โจทก์ทั้ง 6 คน ได้รับการยกเว้นต่อศาลในนามของโจทก์ทั้ง 6 คนโดยกำหนดค่าทนายความให้คนละ 20,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีคนละ 5,000 บาท

บาร์ไลน์ฐาน ++เรียกค่ารักษาย้อนหลัง
ศาลพิจารณาว่า การบอกเลิกสัญญาต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาหรือโดยบทบัญญัติของกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 วรรคหนึ่ง ขณะที่หลักเกณฑ์ที่เข้าข่ายสัญญาประกันภัยนั้นจะต้องเป็นไปตามมาตรา 861 ที่กำหนดว่า “อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจํานวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัย” แต่ตามข้อตกลงของโครงการ ทาง บีดีเอ็มเอสได้ให้บริการสมาชิกโดยการรักษาพยาบาล คลับสุขภาพ และการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจของบีดีเอ็มเอส และยังตรงตามเจตนาของฝ่ายโจทก์ทั้งหมด ที่ต้องการได้รับการบริการดังกล่าว จากการเป็นสมาชิก ไม่ได้ต้องการได้รับค่าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่วินาศภัยเกิดขึ้นแก่สมาชิกในลักษณะของประกันภัยแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ส่วนที่สมาชิกบางส่วนได้รับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลอื่น แล้วทางบีดีเอ็มเอสได้ชำระค่ารักษาพยาบาลให้สถานพยาบาลอื่นแทนสมาชิก หรือสมาชิกสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนแล้วมาเรียกเก็บเงิน ค่ารักษาพยาบาลจากบีดีเอ็มเอสนั้น ถือว่าไม่ได้เป็นการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่เป็นความรับผิดชอบของบีดีเอ็มเอสในการดำเนินการตามโครงการไลฟ์ พริวิเลจ คลับนั่นเอง เพราะไม่ว่าจะรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลของบีดีเอ็มเอส หรือสถานพยาบาลอื่นก็ย่อมเกิดค่าใช้จ่ายสูงอยู่แล้ว

สำหรับโรงพยาบาลกรุงเทพเปิดรับสมัครสมาชิกโครงการไลฟ์ พริวิเลจ คลับในปี 2544 โดยผู้สมัครจะต้องจ่ายค่าสมาชิกเป็นทองคำนํ้าหนัก 200 บาท เพื่อแลกกับสิทธิ์การรักษาพยาบาลตลอดชีพ โดยมีสมาชิกทั้งหมด 3 รุ่น รวม 284 คน ต่อมาโรงพยาบาลกรุงเทพ ประกาศยุติโครงการ ในวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาก่อนจะยกเลิกสัญญากับสมาชิกในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ส่งผลให้สมาชิกออกมาร้องเรียนผ่านสื่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,323 วันที่ 17 - 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-5-503x62

แท็กที่เกี่ยวข้อง