
น้อมใส่เกล้าฯดำเนินตามคำพ่อ
ผมได้นึกย้อนกลับไป กับคำสั่งเสียงครั้งสุดท้าย ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จำได้ว่า วันนั้นตอบได้เพียงว่า “รับใส่เกล้าฯ”...นั่นคือ เราเกษียณไม่ได้ งานยังไม่เสร็จ เสร็จเมื่อไรไม่รู้ ต้องทำตัวเหมือนพระองค์ท่านสอน เหมือนพระมหาชนก ฝั่งทะเลอยู่ข้างหน้า อยู่ที่ไหนไม่รู้ ก็ต้องว่ายไป วันหนึ่งก็ต้องถึงซึ่งนั่นเป็นพรสุดท้าย และวันนี้กลายเป็นคำสั่งเสียสุดท้าย”
“ดร.สุเมธ” บอกว่า ตลอดระยะเวลา 35 ปีเต็มที่ได้ทำงานรับใช้พระองค์ท่าน ได้เรียนรู้การทำงานหลายอย่าง และพระองค์ท่านก็สอนหลายสิ่งหลายอย่างความโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่านั่งทำใจอยู่ 4-5 วัน และยอมรับว่าช่วงนั้นเป็นลูกศิษย์ของพระองค์ท่านที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะไม่ได้ทำตัวให้เข้มแข็ง ท่านเคยสอนเวลาที่หมดกำลังใจว่า “คนเรานั่น จะทำงานใหญ่บนแผ่นดินได้ ก็ต้องทำตัวเสมือนแท่งเหล็กก่อนที่จะถูกตีเป็นมีดดาบ ต้องถูกเผาถูกทุบ ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้าย ก้อนเหล็กที่ไม่มีค่า ก็กลายเป็นมีดดาบ...พระองค์ท่านทรงรับสั่งว่า ใครที่ไม่เคยถูกทุบ ไม่เคยถูกเผาในชีวิต ทำงานใหญ่ให้แผ่นดินไม่ได้
“พระองค์ท่านบอกว่าเราจะครองแผ่นดิน...พระองค์ท่านไม่ได้บอกว่าเราจะปกครองแผ่นดินครองก็คือ ครองเรือน ครองชีวิตครอบครัว เหมือนพระครองสมณเพศ ไม่มีอำนาจอะไรอยู่เลย มีแต่เรื่องจิตใจ ความรัก ความเมตตา และเหนือสิ่งใดคือ ความรับผิดชอบ”
สิ่งที่น่าเสียดาย คือ คนไทยเห็นแต่ภาพไม่ได้มอง แค่เห็นเฉยๆ ถ้ามองจะเห็นอะไรเยอะการที่เสด็จมาอยู่กรุงเทพฯ 4 เดือนก็ไม่ได้พักแค่ประทับอยู่ที่ระเบียง โครงการถนนลอยฟ้าก็เกิดแล้ว แม้กระทั่งยามประชวร ในพระสมองยังคิดถึงเรื่องความเป็นอยู่ของพวกเรา ทางลงปิ่นเกล้าทำเป็นก้นหอย พระองค์ทำงานระหว่างประชวรมากมายก่ายกอง แม้แต่จะผ่าตัดใหญ่ครั้งล่าสุด ยังมีรับสั่งให้นำคอมพิวเตอร์มาติดไว้ที่ข้างเตียง
“เวลานี้ พระองค์ไม่มาสอนเราแล้ว พระองค์ท่านไม่มีเวลามาทำให้ดูแล้วแต่เหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ท่านมองเราจากข้างบน ทำให้ท่านเห็นหน่อยเถอะ ไปแต่ละแห่ง ก็บอกว่า เราจะทำดีถวายพ่อผมก็ต้องถามต่อ วันนี้ทำอะไรบ้าง ตอบได้ไหม ทุกวันเราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าวันนี้ทำอะไรไปบ้าง และทุกครั้งที่เราทำถวายท่าน พวกเราเองก็ได้รับ... ตอนนี้เราต้องเป็นพ่อแม่ที่ส่งต่อแผ่นดินให้กับลูกเรา เขาจะได้อยู่ต่อไป”
ผมก็รับใส่เกล้า และคิดในใจว่า จะปฏิบัติตามคำพรที่พระองค์ทรงให้มา วันไหนหมดแรงสังขารไม่เอื้อ ก็เป็นเรื่องของสังขารเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ตราบใดที่ยังมีชีวิต ผมก็จะขอทำงาน และไม่ใช่ทำงานเพื่อตัวเอง จะทำเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นตามที่พระองค์ได้กำชับไว้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,308 วันที่ 26 - 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560






