thansettakij
thansettakij
คลอด 3 โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 7 หมื่นล้านบาท

คลอด 3 โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 7 หมื่นล้านบาท

25 ก.ย. 69 | 23:00 น.

คลอด 3 โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 7 หมื่นล้านบาท : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,239

KEY

POINTS

  • ครม.เตรียมพิจารณา 3 โครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน วงเงินรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท ภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย
  • โครงการหลักใช้งบ 5 หมื่นล้านบาท เพื่ออุดหนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคครัวเรือน 1 ล้านหลังทั่วประเทศ ในอัตรา 50,000 บาทต่อครัวเรือน
  • อีกสองโครงการเป็นการลงทุนโดย กฟน. และ กฟภ. เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เช่น ติดตั้ง Smart Meter และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า

การพิจารณาถึงการใช้เงินภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดย 2 แสนหลังจะนำมาใช้สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ กำลังเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายเฝ้าถวิลหาว่าจะออกมาในรูปแบบใด

จากการตรวจสอบพบว่า มี 3 โครงการเด่นที่ยื่นเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ รวมวงเงินประมาณ 70,809.40 ล้านบาท ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย โครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคครัวเรือน 

รับผิดชอบโดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย วงเงินงบประมาณ 50,000 ล้านบาท ที่จะใช้สำหรับสนับสนุนเงินทุนแก่ประชาชนในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน ในอัตราอุดหนุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน สำหรับระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ หรือคิดเป็นกำลังผลิตรวมถึง 5,000 เมกะวัตต์ สามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี

ควบคู่กันนี้ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เสนอโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ เพื่อรองรับพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก และส่งเสริมในการยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงิน 3,144.40 ล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า จากการเข้ามาของโซลาร์รูฟท็อปและรถยนต์ไฟฟ้า ที่จะติดตั้ง Smart Meter พร้อมระบบสื่อสารจำนวน 300,000 ชุด วงเงิน 1,942.50 ล้านบาท และพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะวงเงิน 1,201.90 ล้านบาท เพื่อรองรับการขายไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 90,000 ราย และการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า 110,000 คัน

ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เสนอโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานวงเงินรวม 17,665 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 74 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบจำหน่าย และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่สำคัญ ไม่ว่าการจัดหาและติดตั้ง Smart Meter จำนวน 1,708,500 เครื่อง พร้อมติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดรวม 200 MWh ใน 16 พื้นที่เสี่ยง และสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ 50 แห่ง 

ทั้งหมดจะช่วยรองรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยที่มีศักยภาพสูงได้ถึง 900,000 ราย และรองรับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้ง Solar Rooftop ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงผู้ใช้ไฟฟ้าอัตรา TOU ได้กว่า 800,000 ราย

อย่างไรก็ดี ครม.จะต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรัดกุม ในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ และผู้ประกอบการติดตั้ง ในโครงการอุดหนุน 50,000 ล้านบาท ที่ต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ไม่เปิดช่องให้เกิดการผูกขาดโดยกลุ่มทุนพลังงานรายใหญ่ แต่ต้องสนับสนุนช่างติดตั้งท้องถิ่นและ SMEs ไทยให้มีส่วนร่วมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

อีกทั้ง ระยะเวลาดำเนินโครงการกำหนดไว้เพียง 1 ปี การอนุมัติเงินอุดหนุนโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน จะต้องดำเนินการขนานกันไปอย่างมีเอกภาพ กับ การติดตั้ง Smart Meter และ BESS เพื่อป้องกันภาวะคอขวดและปัญหาเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ที่สำคัญวินัยทางการเงินการคลัง รัฐบาลต้องวางกลไกการติดตามประเมินผลที่วัดผลสัมฤทธิ์ได้จริง เพื่อความคุ้มค่าต่อภาระหนี้สาธารณะของประเทศ 

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,239 วันที่ 27 - 30 กันยายน พ.ศ. 2569