
8 ฮับเบอร์ 1 อาเซียน ฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อม
8 ฮับเบอร์ 1 อาเซียน ฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อม บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3972
ปี 2566 ล่าสุด World Competitiveness Center ของสถาบันการจัดการนานาชาติ (IMD) สวิตเซอร์แลนด์ รายงานผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกในภาพรวม โดยวัดจากสมรรถนะทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพของภาครัฐ ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 30 ของโลก ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่อยู่อันดับ 33
ในจำนวนนี้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ความสามารถในการแข่งขันของไทยอยู่ในอันดับ 3 ของภูมิภาค รองจากสิงคโปร์(อันดับ 4 ของโลก) และมาเลเซีย (อันดับ 27 ของโลก) อันดับ 4 อินโดนีเซีย (อันดับ 34 ของโลก) และฟิลิปปินส์ (อันดับ 52 ของโลก)
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” ประกาศวิสัยทัศน์ Thailand Vision “IGNITE THAILAND : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง (Hub) เมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก และเป็นที่ 1 ของภูมิภาค ทั้งศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ ศูนย์กลางอาหาร ศูนย์กลางการบิน ศูนย์กลางขนส่ง ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล และ ศูนย์กลางทางการเงิน
วิสัยทัศน์ข้างต้นของ นายกฯเศรษฐา ถือเป็นฝันที่อยู่ไม่ไกล ที่ต้องไปให้ถึง ซึ่งในข้อเท็จจริงเวลานี้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือ ฮับของภูมิภาคอาเซียนในหลายสาขาอยู่แล้ว เช่น เป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว โดยปี 2562 ก่อนเกิดโควิดต่างชาติเข้ามาเที่ยวในไทยเฉียด 40 ล้านคน ปี 2566 ล่าสุดหลังโควิดคลี่คลายเข้ามา 28 ล้านคน
นอกจากนี้ ไทยยังเป็นศูนย์กลางอาหาร เป็นหนึ่งในครัวโลกที่สำคัญ โดยปี 2566 ไทยขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 12 ของประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก ขยับดีขึ้นจากปี 2565 ที่อยู่อันดับที่ 15
นอกจากนี้ ไทยยังเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพของภูมิภาค ที่ผู้คนจากตะวันออกกกลาง และจากหลายภูมิภาคของโลกเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก จากมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการรักษาที่ดี ราคาสมเหตุสมผล เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาลมี Service Mind ในการให้บริการ รวมถึงไทยยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินที่สำคัญในภูมิภาคสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปได้ทั่วโลก
อย่างไรก็ดี ประเทศเพื่อนบ้านย่านอาเซียนของไทย ทุกประเทศต่างก็มีโรดแมปที่จะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเช่นกัน เช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการบิน ขณะที่ อินโดนีเซีย เวียดนาม มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต และ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น
ทั้งนี้ การเป็นฮับ หรือ ศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านต่างๆ จะมีผลให้สปอตไลท์ของโลกส่องมาที่ประเทศนั้น ๆ และได้รับผลประโยชน์ทั้งด้านการลงทุน การค้า การท่องเที่ยว ภาคบริการสมัยใหม่ และอื่น ๆ ที่จะหลั่งไหลเข้ามา ช่วยสร้างเงิน สร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ได้อีกมหาศาล
ดังนั้น การที่ไทยจะไปให้ถึง 8 วิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ให้ครบทั้งหมด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การขับเคลื่อนจากทุกรัฐบาลต้องมีความต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐาน เมกะโปรเจ็กต์ สิ่งอำนวยสะดวกต่าง ๆ ต้องเสร็จตามกำหนดระยะเวลา ที่สำคัญที่สุดคนไทยต้องเห็นภาพอนาคตร่วมกัน และลงมือทำตั้งแต่วันนี้







