thansettakij
thansettakij
แลนด์บริดจ์ จุดเปลี่ยนการค้าโลก

แลนด์บริดจ์ จุดเปลี่ยนการค้าโลก

04 พ.ย. 66 | 07:17 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 66 | 07:40 น.

แลนด์บริดจ์ จุดเปลี่ยนการค้าโลก บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3937

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) (16 ต.ค.66)  รัฐบาลเศรษฐา รับทราบหลักการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ “แลนด์บริดจ์” โดยมอบกระทรวงคมนาคมดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนต่างประเทศ (Road Show) พัฒนาโครงการดังกล่าว นำมาประกอบการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้ลงทุนในการร่วมลงทุนโครงการ (RFP) ลำดับต่อไป 
 
นับเป็นสัญญาณที่ดีว่า โครงการอภิมหาโปรเจ็กต์  กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนการค้าโลก มาอยู่ที่ไทย ที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สานต่อนโยบายจากรัฐบาล “ประยุทธ์”  แม้การเปิดให้บริการ ไม่ทันสมัยรัฐบาลชุดนี้ นายเศรษฐายังเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้ผลักดัน ให้โครงการก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคต เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเป็นผลดีกับการค้าไทยเชื่อมการค้าโลก คนในพื้นที่จะได้อานิสงส์ ไปด้วย
 
ไทม์ไลน์การดำเนินโครงการ นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ได้เห็นความเคลื่อนไหว แบบ “ควิกวิน” สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เตรียมเดินทางโรดโชว์ ในต่างประเทศที่มีสายการเดินเรือขนาดใหญ่ 10 ประเทศ อาทิ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น และ ฝรั่งเศส 
 

และในครั้งนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมใช้เวทีเอเปคสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 11-17 พฤศจิกายนนี้ ประเดิมโรดโชว์ พร้อมผลักดัน พระราชบัญญัติพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคใต้ ให้แล้วเสร็จในปี 2567 ก่อนเปิดประมูลรูปแบบ PPP ไม่เกินกลางปี 2568 ลงนามเอกชนลงทุนในไตรมาส 3 ของปี 2568 ทยอยเปิดเฟสแรกภายในปี 2573
  
การประมูลจะรวมทุกแพกเก็จ ประกอบด้วย ท่าเรือ นํ้าลึก ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และระบบรถไฟ ซึ่งใช้รูปแบบการลงทุน International Bidding ให้สิทธิ์เอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ลงทุน 100% ส่วนรัฐจะให้สัมปทานพื้นที่ระยะเวลา 50 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าเอกชนรายใดสามารถบริหารพื้นที่ได้น้อยที่สุดตามที่ภาครัฐกำหนดจะได้รับคะแนนการพิจารณาเป็นผู้รับสัมปทานด้วยวงเงินในการลงทุน อยู่ที่ 1,001,206.47 ล้านบาท แบ่งการก่อสร้างเป็น 4 ระยะ มีระยะเวลาก่อสร้างรวม 8 ปี  
 
“แลนด์บริดจ์“ มีการพัฒนาการขนส่งแบบครบวงจร มีท่าเรือนํ้าลึกสองฝั่งทะเล และมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างกันด้วยระบบราง (รถไฟทางคู่) และ มอเตอร์เวย์ ภายใต้แนวคิด “One Port Two Side” และการพัฒนาพื้นที่หลังท่าเรือ ด้วยอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ 
 

จุดก่อสร้างท่าเรือทั้งสองฝั่ง ได้แก่ บริเวณแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ขีดความสามารถรองรับตู้สินค้า ฝั่งละ 20 ล้านทีอียู รวมถึงแนวเส้นทางการพัฒนาระบบเชื่อมโยง ระยะทาง 93.9 กิโลเมตร (กม.) โดยเป็นระยะทางบนบก 89.35 กม. ระยะทางในทะเลสู่ท่าเรือระนอง 2.15 กม. ระยะทางในทะเลสู่ท่าเรือชุมพร 2.48 กม. รวมถึงมอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ ขนาดรางมาตรฐาน (1.435 เมตร) รองรับการขนส่งสินค้า และรางขนาด  1 เมตร เพื่อเชื่อมการเดินทางขนส่งผู้โดยสารในโครงข่ายรวมของประเทศอีกด้วย
 
นี่คือเวทีการค้าโลก ที่กำลังเปลี่ยนทิศมาที่ไทยจาก “แลนด์บริดจ์”!!!