thansettakij
thansettakij
อะไรเอ่ยคืออะไร! ฉากที่ 5

อะไรเอ่ยคืออะไร! ฉากที่ 5

อะไรเอ่ยคืออะไร! ฉากที่ 5 : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • บทความนำเสนอเกร็ดความรู้และเรื่องน่าสนใจในรูปแบบคำถาม "อะไรเอ่ย"
  • ให้คำตอบในเรื่องต่างๆ เช่น ที่มาของ "เบเกอร์ 13" (13 ชิ้น), ประโยชน์ของรูบนประตูลิฟต์ และเหตุผลที่แมวชอบเข้าไปในกล่อง
  • สอดแทรกเรื่องเล่าขำขันและมุกตลกต่างๆ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้อ่าน

ข้อสงสัยนี้มีคำตอบง่ายมากจริงๆ แต่ทว่า รกรากเริ่มโดนถอนโคนจนโอนไปเอียงมากันจัง ถ้าจะเล่ากันในแง่มุมทำมาหากิน  สายโทรศัพท์จะเปิดใช้งานอยู่ตลอด ธุรกิจต่างๆ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทุกเมื่อ คล้ายกับวิทยุที่สื่อสารแบบพกพา ปัญหาเดียวคือ การแจ้งให้อีกฝ่ายทราบว่าเราต้องการเริ่มการสนทนาเมื่อใด 

โทมัส เอดิสัน แนะนำว่า ผู้โทรควรพูดว่า “สวัสดี” เมื่อต้องการแจ้งให้อีกฝ่ายทราบว่า พร้อมที่จะพูดคุย สำหรับไทยเรายุคใหม่ เขาชอบใช้ชีวิตที่มันง่ายๆ จึงไม่สนใจการแจกมารยาท กว่าจะนึกได้ว่า “สวัสดี” หมายถึง “ความเจริญรุ่งเรือง” ก็ไม่ทันกินซะแล้ว อย่างเก่งที่ยังมีคนสามารถจะ สวัสดี ก็มีอยู่ เสียดายที่เขาล้วงออกมาสำแดงเฉพาะช่วยในการหาเสียง หลังจากนั้นก็จะ สวัสดี ตอนกลับดึก เพราะว่า “ฆ่าราชการ” คือ “เมียหลวง” ยืนถืออาวุธรออยู่ (ฮา)

รอบนี้ สาววัยขบเผาะ เพราะเค้าชอบกินของขบเคี้ยวหน้าจอเป็นว่าเล่น เธอชอบอ่านหนังสือขำขัน แล้วยกโทรศัพท์เล่าให้เพื่อนฟังว่า มุกนี้น่าสนใจนะเออ เขาเกทับกันว่า ตะเอง ตอนเป็นสาวเรามักจะมีหนุ่มมาจีบเนอะ เราคล้ายกับลูกฟุตบอลเลยนิ

เมื่อเราโตเต่งตึงขึ้นมาอีก เรายังวูบวาบคล้ายกับลูกปิงปองเลยอ่ะ เผลอแป๊ปเดียวเกมพลิก เขาเห็นเราเป็น ลูกกอล์ฟ เขายืนเท่อยู่คนเดียว พอหวดเสียงดังควับ ก็รีบพูดตามหลังทันควันว่า “ไปให้ไกลหลุดจักรวาลนู๊น...” (ฮา)

 

อะไรเอ่ยคืออะไรกันหนอ ที่ทำให้เราต้องถามว่า ทำไมลิฟต์ถึงมีรูเล็กๆ อยู่ทั่วตัว?

คุณเคยสังเกตเห็นรูเล็กๆ บนประตูลิฟต์ไหม? แหม…ทำไมนักถ่ายภาพโป๊จะไม่รู้  ม่-า-ย-ช่-า-ย  ม่-า-ย-ช่-า-ย  รูที่ว่านั้นนั้น เป็นรูที่อาจจะช่วยชีวิตคุณได้ รูนี้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อประตูลิฟต์เปิดไม่ออกและมีคนติดอยู่ข้างใน เพียงแค่เสียบกุญแจเข้าไปในรู ประตูลิฟต์ก็จะเปิดออก ทำให้คนที่อยู่ข้างในสามารถออกมาได้อย่างปลอดภัย คนรูยุคเก๋ากึ๊กนั่งขำ เขานึกอยู่ในใจ ไอ้พวกนี้เค้าไปไหนกันมา สมัยข้าทำรูใครไม่เก่งมันจะโดนกับดัก (ฮา) 

นักสำรวจด้านสุขภาพวาบหวามจนน่าจะเอาไปดองน้ำผึ้ง เขาผู้นั้นไม่มีเขาอยู่บนหัวก็จริง แต่ในหัวเขาน่าจะมีอาการเป็นพิพิธภัณฑ์ เขาเดินตรวจตราวนมาวนไปทุกพื้นที่ที่มีแผนก ทุกโซนที่เขาเดินเหมือน ทาร์ซาน สีหน้าเหมือนกับอดเปรี้ยวจะกินหวาน ไม่ว่าจะเป็น ขนมนมเนย เสื้อผ้าอาภรณ์ อุปกรณ์ของใช้ เดินมาเดินไปก็พูดขึ้นมาง่ายๆ ว่า “ไม่มี” 

พนักงาน ถามลูกค้าระดับสายตรวจถามว่า “ท่านหาอันใดอยู่รึคะ เผื่อว่าเจ้าที่จะช่วยได้บ้าง” ท่านสุภาพน็อตหลุดท่านนั้นทำหน้าตาเฉย เขาบอกเหมือนกับยังไม่มีอะไรจะเกิดขึ้น เขาบอกชัดถ้อยชัดคำว่า “กำลังหาประตูทางออก ไม่รู้ใครปิดเอาไว้รึไง หาทางออกไม่เจอ” (ฮา)

ทำไมถึงมี 13 ใน 13 ชิ้น (เรียกว่า เบเกอร์ 13)? 

เชื่อกันว่า คนทำขนมปังในอังกฤษยุคกลาง คิดค้นวิธีใส่ขนมปังเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น หรือ หนึ่งก้อน เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าพอใจ แม้ว่าการนับไข่ 12 ฟอง จะทำได้ง่าย แต่ขนมอบอาจมีขนาดแตกต่างกันไป เนื่องจากปริมาณการขึ้นฟูของแป้งที่แตกต่างกัน 

นอกจากนี้ ตามข้อมูลจาก Britannica คนทำขนมปังหลายคนไม่มีเครื่องชั่งที่แม่นยำสำหรับชั่งแป้ง การถูกกล่าวหาว่า โกง อาจส่งผลให้ถูกลงโทษ รวมถึงการเฆี่ยนตี เขาว่ากันว่าคนทำขนมปังจึงเผื่อใจไว้และใส่ส่วนผสม 13 (บางครั้งทำออกนอกเส้นทาง 14) เพื่อให้แน่ใจว่า คงจะไม่มีใครร้องเรียน ยกเว้น สำหรับยุคนี้ กินแล้วไม่ร้องเรียน เขาแค่เปลี่ยนจากร้องเรียนมาโชว์ทัวร์ เตร๊ง เตร็ง เตรง เตร้ง (ฮา

คิดเร็ว ถามเร็ว ตอบเร็ว ย้ายโรงเรียนเร็ว 

ครูถามนักเรียนว่า “ใครจะเล่าให้ครูรู้บ้างไหมว่า นักเคมีในช่วงศตวรรษที่ 13 ชีวิต และผลงานของเขามันเป็นอย่างไรกันมั่ง” นักเรียนสายพันธุ์ชะนีตอบทันควันว่า “พวกเขาตายหมดแล้วครับ มีบางคนที่กลับมาเกิดใหม่ เป็นครูอยู่ในห้องพวกเรานี่แหละครับ“”(ฮา)

ทำไมแมวถึงปีนเข้าไปในกล่อง?

Live Science เว็บไซต์ข่าวและบทความด้านวิทยาศาสตร์ยอดนิยมระดับโลก รู้ดีว่าแมวเขาทำเช่นนั้นเพื่อรู้สึกปลอดภัย เขาไม่ใช่แค่แมวบ้าน เขา คือแมวใหญ่ชอบซ่อนตัวในบริเวณซึ่งไม่มีอะไรมาแอบดู เพราะว่าผมเคยเห็นนักถ่ายภาพคาตามาแล้ว สามีแมว เขาเอามือปิดท้ายภรรยาแมว เนื่องจากพวกมะนุดดูแล้วขำ (ฮา) 

ซูซาน บาสส์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Big Cat Rescue ในแทมปา รัฐฟลอริดา บอกกับ Mental Floss ว่า เสือและแมวในศูนย์พักพิงส่วนใหญ่ มักจะกระโดดเข้าไปในกล่องใดๆ ก็ได้ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะให้แมวใช้เป็น เซฟเฮาส์ ได้ เหมือนกับลูกแมวตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านของเรานั่นแหละ ควรระวังเอาไว้ว่า อย่าเอาแตงกวาไปโยนใส่แมวเด็ดเป็นอันว่าใช้ได้

เรื่องเล่าจะขยับเข้าแต่โดนขยายออก 

กรณีนี้มี อิสตรี นางหนึ่ง เธอกำลังจะขึ้นรถไฟฟ้าในช่วงค่ำ ผู้คนเฮละโลทำให้เธอขึ้นบันใดลำบาก เนื่องจากกำลังเอื้อมมือจะรูดซิบตรงกระโปรงด้านหลัง พยายามจะรูดซิบอยู่หลายครั้งแต่ไม่เป็นผล เพราะมี “อัฐบู๊หลุด” อุตส่าห์ดนก้นของอิสตรีจนเธอหงุดหงิด พึมพำรวดเร็วว่า “ถือดีอะไรมาแบกก้นฉัน” เธอกำลังจะเปลี่ยนเป็น “อิฐจะตี” ยังไม่ทันจะยุ่งยากมากเรื่อง “อัฐบู๊หลุด” รีบบอกชัดถ้อยชัดคำว่า “เอ็งถือดีแบบไหนถึงได้ล้วงมารูดกูงเกงข้า” (ฮา)

กราบเท้าทุกท่านที่ขยันอ่านจนจบ จะชวนท่านด้วยความเคารพว่า คราวนี้ผมชวนเล่นเพื่อแบ่งกันคิดว่า เราทั้งหลายคงจะคลายความหมายกันได้แล้วพอสมควรว่า เรื่องที่เอามาประกบให้พบกับหลัก อะไรเอ่ย คือ อะไร ผมเองเอาใจแต่ท่านทั้งหลาย คงจะต้องกรุณาคาดหมายเอาเองไปพลางๆ ก่อนนั้นแล (ฮา)

คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล ฐานเศรษฐกิจออนไลน์