thansettakij
thansettakij
ขาด 0.01 : ดับฝันเกียรตินิยมอันดับ 1 เหตุคะแนนเว็บส่วนกลาง “ต่ำกว่า”เว็บโครงการ

ขาด 0.01 : ดับฝันเกียรตินิยมอันดับ 1 เหตุคะแนนเว็บส่วนกลาง “ต่ำกว่า”เว็บโครงการ

12 ก.ย. 69 | 23:00 น.

ขาด 0.01 : ดับฝันเกียรตินิยมอันดับ 1 เหตุคะแนนเว็บส่วนกลาง “ต่ำกว่า”เว็บโครงการ : คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย... นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ 6 ฉบับ 4235

KEY

POINTS

  • นักศึกษาพลาดเกียรตินิยมอันดับ 1 เนื่องจากเกรดเฉลี่ยขาดไป 0.01 เพราะข้อมูลคะแนนในเว็บไซต์โครงการพิเศษ (3.50) สูงกว่าเว็บไซต์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นข้อมูลทางการ (3.49)
  • ความผิดพลาดเกิดจากการบันทึกข้อมูลเกรดในเว็บไซต์ของโครงการผิดพลาดจากเกรด B เป็น B+ ใน 1 รายวิชา ทำให้เกรดเฉลี่ยที่แสดงผลสูงกว่าความเป็นจริง
  • ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง โดยชี้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ผิด เนื่องจากเว็บไซต์โครงการมีคำเตือนชัดเจนว่า ข้อมูลไม่เป็นทางการและนักศึกษาต้องยึดข้อมูลจากเว็บไซต์ส่วนกลางเป็นหลัก

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารอยู่แค่ปลายนิ้ว และช่วงชิงความนิยมกันด้วยความรวดเร็วของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความรวดเร็วก็คือ ความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารนั้น ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบที่สำคัญต่อบุคคลหรือประโยชน์สาธารณะ  

สำหรับคดีปกครองน่าสนใจที่นายปกครองนำมาฝากในวันนี้ เป็นเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลผลคะแนนสอบของนักศึกษา เพื่อให้ได้รับทราบอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนที่ผลสอบอย่างเป็นทางการจะออกมาในภายหลัง และเกิดปัญหาว่า เกรดเฉลี่ยที่ปรากฏในเว็บไซต์ของโครงการพิเศษฯ ที่นักศึกษารายนี้ศึกษาอยู่ ไม่ตรงกับเกรดเฉลี่ย ที่ปรากฏในเว็บไซต์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นข้อมูลทางการ เป็นเหตุให้นักศึกษารายนี้ไม่ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 เนื่องจากมีคะแนนขาดไป 0.01

จึงได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการลงข้อมูลที่ผิดพลาดดังกล่าว เรื่องราวจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันเลยครับ

คดีนี้ ... ผู้ฟ้องคดีเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรโครงการพิเศษของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมื่อศึกษาครบตามหลักสูตรแล้ว ผู้ฟ้องคดีได้ตรวจสอบผลสอบหรือคะแนนจากเว็บไซต์ของโครงการฯ แล้วพบว่า ตนได้เกรดเฉลี่ยสะสม 3.50 โดยไม่ได้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัย (E - service)

 

โดยอ้างว่า ตนไม่เคยได้รับแจ้งมาก่อนว่า ต้องตรวจสอบผลสอบจากเว็บไซต์ส่วนกลาง ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เป็นทางการของมหาวิทยาลัยด้วย ทำให้เข้าใจมาโดยตลอดว่า ตนได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 แต่มหาวิทยาลัยกลับอนุมัติให้ได้รับปริญญาเกียรตินิยม อันดับ 2  

ผู้ฟ้องคดีได้ไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่โครงการฯ และได้รับแจ้งว่า เว็บไซต์ของโครงการฯ ระบุเกรดเฉลี่ยสะสมของผู้ฟ้องคดีไม่ถูกต้อง 1 รายวิชา โดยบันทึกข้อมูลผิดพลาดจากเกรด B เป็น B+ (ตรวจสอบพบว่ามีการนำ Username ของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วมาเข้าสู่ระบบ) ส่งผลให้ผู้ฟ้องคดีมีเกรดเฉลี่ยสะสมจริง 3.49 ไม่ใช่ 3.50 และหากผู้ฟ้องคดีจะเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้ได้เกรด A ในการดึงเกรดเฉลี่ย ก็ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากจะเกินกำหนดเวลาเรียนของผู้มีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ตนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จากการที่ไม่ได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 จึงยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยดังกล่าวต่อศาลปกครอง เพื่อสั่งให้มหาวิทยาลัยดำเนินการให้ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 และชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

คดีมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่า ... การที่มหาวิทยาลัยโดยสภามหาวิทยาลัย ไม่อนุมัติปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 แต่อนุมัติปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 2 ให้แก่ผู้ฟ้องคดี เป็นการกระทำละเมิดที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีหรือไม่ ? 

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อในเอกสารปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ที่ผู้ฟ้องคดีได้รับหลังจากสมัครเข้ารับการศึกษา เป็นเอกสารซึ่งมีความสำคัญที่นักศึกษาต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ที่กำหนดไว้ในเอกสารดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของนักศึกษา โดยในเอกสารได้แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีและนักศึกษาทุกคนทราบว่า มีหน้าที่ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการฯ จากเว็บไซต์ของโครงการฯ และ Facebook ของโครงการฯ หรือประกาศต่าง ๆ หน้าสำนักงาน  

หากข้อมูลข่าวสารใดที่ทางโครงการฯ ได้แจ้งในเว็บไซต์ของโครงการฯ หรือติดประกาศไปแล้ว นักศึกษาจะอ้างว่า ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวไม่ได้ ฉะนั้น ผู้ฟ้องคดีจึงมีหน้าที่ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามวิธีการที่กำหนดไว้  

กรณีผลคะแนนของผู้ฟ้องคดีที่ประกาศในเว็บไซต์ของโครงการฯ ซึ่งมีข้อความที่ระบุเป็นหมายเหตุว่า “ข้อมูลหน้านี้ไม่สามารถใช้อ้างอิงหรือเป็นหลักฐานใด ๆ ได้ ส่วนข้อมูลที่เป็นทางการตรวจสอบได้จาก E - service ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น”

จะเห็นได้ว่า ผลคะแนนที่ระบุในเว็บไซต์ของโครงการฯ เป็นเพียงผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ และต้องถือผลคะแนนที่เป็นทางการจากเว็บไซต์ส่วนกลาง โดยผู้ฟ้องคดีต้องติดตามผลคะแนนจากเว็บไซต์ส่วนกลางอีกครั้ง   

ดังนั้น เมื่อเว็บไซต์ส่วนกลางระบุว่าในวิชาที่พิพาท ผู้ฟ้องคดีได้เกรด Bซึ่งตรงกับคะแนนดิบของอาจารย์ประจำวิชา และใบรับรองผลการศึกษาของฝ่ายทะเบียน ทำให้ผู้ฟ้องคดี มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.49 ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์การได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 2 ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1  

การที่ผู้ฟ้องคดีได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 2 นั้น จึงเป็นการออกคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และไม่จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี  ทั้งนี้ หากเห็นว่า เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยมีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็จะต้องดำเนินการเป็นรายกรณีไป 

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นที่ยกฟ้อง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 799/2569) 

สรุปได้ว่า … แม้เว็บไซต์ของโครงการฯ จะแสดงเกรดเฉลี่ยสะสมของผู้ฟ้องคดีเป็น 3.50 แต่เว็บไซต์ดังกล่าวได้ระบุเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อมูลไม่สามารถใช้อ้างอิง หรือเป็นหลักฐานได้และให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากระบบ E - service ของมหาวิทยาลัย  

เมื่อผลคะแนนในระบบ E - service ระบุว่า ผู้ฟ้องคดีได้เกรด B ในรายวิชาที่พิพาท ซึ่งสอดคล้องกับคะแนนดิบของอาจารย์ประจำวิชาและใบรับรองผลการศึกษา ทำให้มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.49 ผู้ฟ้องคดีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 1 การที่มหาวิทยาลัยอนุมัติปริญญาเกียรตินิยมอันดับ 2 จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นการกระทำละเมิดที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน  

อย่างไรก็ดี จากกรณีดังกล่าวยังถือเป็นข้อพึงระวังของโครงการฯ ในการลงคะแนนของนักศึกษาและการป้องกันกรณีที่มีผู้ใช้ Username ของผู้อื่นเข้าถึงระบบการลงข้อมูลคะแนนได้
(ปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355)  

คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,235 วันที่ 13 - 16 กันยายน พ.ศ. 2569