
เงินโควิดก็ไม่ได้ ยื่นอุทธรณ์คดีก็ไม่ทัน!
เงินโควิดก็ไม่ได้ ยื่นอุทธรณ์คดีก็ไม่ทัน! : คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,767 หน้า 5 วันที่ 20 - 23 มีนาคม 2565
การยื่นคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง กฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นต่อพนักงานเจ้า หน้าที่ของศาล หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ สื่อดิจิทัลอื่นใดหรือโทรสาร และเพื่อประโยชน์ในการนับอายุความ ให้ถือว่าวันที่ส่งคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงานไปรษณีย์ หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ สื่อดิจิทัลอื่นใด หรือโทรสาร เป็นวันที่ยื่นคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง ทั้งนี้ รวมถึงการยื่นเอกสารพยานหลักฐานต่อศาลด้วย
วันนี้ ... นายปกครองมีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการนับระยะเวลาการยื่นคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์คดีต่อศาลทางไปรษณีย์แบบไม่ลงทะเบียนมาฝาก ... ว่าจะนับเหมือนกันกับการส่งทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนหรือไม่ และต่างกันอย่างไร? เรื่องนี้นับว่าสำคัญเพราะมีผลต่อการนับระยะเวลาการฟ้องและการอุทธรณ์คดีต่อศาล ที่หากพ้นกำหนดแค่เพียงวันเดียวก็ทำให้ผู้ฟ้องคดีเสียสิทธิได้นะครับ!
เรื่องนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ... ตนประกอบอาชีพรับจ้าง แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID- 19 ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ โดยผู้ฟ้องคดีได้ให้หลานสาวลงทะเบียนขอรับเงินตามมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา(COVID-19) ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com โดยระบุว่าประกอบอาชีพรับจ้าง และได้ตรวจสอบปรากฏว่าสิทธิของผู้ฟ้องคดีเปลี่ยนเป็นเกษตรกรซึ่งจะได้รับการช่วยเหลือตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้สิทธิครัวเรือนละ 1 คน และน้องสาวของผู้ฟ้องคดีเคยขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรและได้ใช้สิทธิดังกล่าวแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจใช้สิทธิตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกและได้ยื่นขอทบทวนสิทธิ
ต่อมา ผู้ฟ้องคดีทราบว่ากระทรวงการคลังคืนสิทธิให้แก่ผู้ประกอบอาชีพต่างๆ ที่ไม่ใช่เกษตรกรซึ่งผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 15,000 บาท แต่เมื่อตรวจสอบสถานะพบว่าเป็นสีเหลืองมีข้อความว่า “ท่านได้รับสิทธิ แต่เนื่องจากชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อและนามสกุลที่ลงทะเบียนไว้ ผู้ฟ้องคดีจึงได้แก้ไขโดยการเปิดบัญชีธนาคารฉบับใหม่และผูกกับบัญชีพร้อมเพย์จากนั้นสถานะของผู้ฟ้องคดีระบุว่า“อยู่ระหว่างการตรวจสอบวิธี/ข้อมูลการรับเงินที่ท่านแก้ไข” แต่เมื่อตรวจสอบอีกครั้งกลับพบว่าสถานะเปลี่ยนเป็นสีแดง มีข้อความว่า “ท่านได้ยกเลิกการขอทบทวนสิทธิแล้ว”
ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าตนไม่ได้ยกเลิกการขอทบทวนสิทธิแต่อย่างใด จึงยื่นฟ้องกระทรวงการคลังต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 15,000 บาท
คดีนี้ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่า เมื่อกระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้บุคคลที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือทำการขอทบทวนสิทธิได้ในเวลาที่กำหนด อันเป็นกรณีที่กระทรวงการคลังได้กำหนดขั้นตอนในการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ฉะนั้น ผู้ที่ไม่ได้รับเงินจึงต้องดำเนินการขอทบทวนสิทธิตามขั้นตอนที่กำหนดดังกล่าวเสียก่อน โดยไม่สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลได้ทันที
เมื่อหลังจากผู้ฟ้องคดีถูกปฏิเสธสิทธิโดยระบบแจ้งว่าเป็นเกษตรกร ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นขอทบทวนสิทธิผ่านทางเว็บไซต์ ต่อมาปรากฏผลการตรวจสอบสถานะว่ายกเลิกการขอทบทวนสิทธิ ย่อมแสดงว่าผู้ฟ้องคดีไม่ประสงค์ที่จะขอทบทวนสิทธิ จึงถือว่ายังไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนสำหรับการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายก่อนนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ศาลจึงไม่อาจรับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา
ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นทางไปรษณีย์แบบไม่ลงทะเบียน โดยคดีมีประเด็นพิจารณาก่อนว่า ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นภายในกำหนดเวลาหรือไม่?
กรณีนี้ ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อสำนักงานศาลปกครองมีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดีทราบ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายในประเทศ และปรากฏข้อเท็จจริงตามใบตอบรับว่ามีนางบีซึ่งระบุว่าเป็นน้องและอยู่บ้านเดียวกันกับผู้ฟ้องคดีเป็นผู้รับหนังสือไว้แทน จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับแจ้งคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นในวันดังกล่าวแล้ว
(ข้อ 15 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543)
ผู้ฟ้องคดีจึงต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง (ข้อ 49/1 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดฯ) ซึ่งวิธีการส่งที่จะมีผลให้ถือว่าวันที่ส่งแก่เจ้าพนักงานไปรษณีย์เป็นวันที่ยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลได้นั้น ต้องเป็นการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (มาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯประกอบข้อ 13 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาล ปกครองสูงสุดฯ) เมื่อผู้ฟ้องคดีส่งทางไปรษณีย์ธรรมดา (ไม่ลงทะเบียน) จึงต้องถือวันที่คำอุทธรณ์ส่งถึงศาล เป็นวันที่ยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งเมื่อนับเวลาที่คำอุทธรณ์ส่งถึงศาล เป็นกรณีที่พ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งแล้ว ศาลปกครองสูงสุดจึงไม่อาจรับคำอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาได้ (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คร. 408/2564)
สรุปได้ว่า … การยื่นคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง หากส่งทางไปรษณีย์ ... กรณีที่จะมีผลให้ถือว่าวันที่ส่งแก่เจ้าพนักงานไปรษณีย์เป็นวันที่ยื่นคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์ต่อศาลนั้น จะต้องเป็นการยื่นโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเท่านั้น หากส่งทางไปรษณีย์ธรรมดา (ไม่ลงทะเบียน) จะถือว่าวันที่คำฟ้องหรือคำอุทธรณ์ส่งถึงศาล เป็นวันที่ยื่นคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์ต่อศาล ดังนั้น วิธีการและการนับวันจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษาทำความเข้าใจ เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสในการที่จะเข้าสู่กระบวนการอำนวยความยุติธรรมของศาลครับ!
(ปรึกษาคดีปกครองได้ที่ สายด่วนศาลปกครอง 1355 และสืบค้น เรื่องอื่นๆ ได้จาก www.admincourt.go.th เมนูวิชาการ เมนูย่อยอุทาหรณ์จากคดีปกครอง)






