“เปิดประเทศ” กอบกู้เศรษฐกิจ ดึง“แรงงาน”สู่ระบบ

24 ต.ค. 2564 เวลา 5:20 น. 521

คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย... ว.เชิงดอย

+++ สถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานตัวเลข ณ วันที่ 20 ต.ค.2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 8,918 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอก 3 รวม1,782,989 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 1,811,852 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 79 ราย เสียชีวิตสะสม 18,486 ราย หายป่วยเพิ่ม 10,878 ราย หายป่วยสะสมระลอกเดือนเมษายน  2564 จำนวน 1,662,433 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 103,507 ราย …สถานการณ์โควิดสำหรับประเทศไทยถือว่า “ดีขึ้น” ตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำกว่าหมื่นคน ขณะที่ผู้รักษาในแต่ละวันก็มากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ ส่วน “ผู้เสียชีวิต” ก็ลดลงต่ำกว่าหลักร้อย ขอให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตลดลงเรื่อยๆ ก็จะเป็นผลดีต่อสถานการณ์ของประเทศ 
 

+++ 1 พ.ย.2564 นับถอยหลังเหลืออีกไม่กี่วันจะถึงกำหนด “เปิดประเทศ”  ทาง พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนเปิดประเทศ โดยมีรูปแบบการเข้าประเทศ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1. การเข้าสถานที่กักกันตามที่ราชการกำหนดไม่ว่าจะไทยหรือต่างชาติ วัคซีนไม่ครบ ไม่จำกัดประเทศ ไม่ว่าจะ 7 วัน 10 วัน หรือ 14 วัน แล้วแต่กรณี 2. การเข้าพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว ตามเงื่อนไขที่กำหนดวัคซีนครบ ไม่จำกัดประเทศ โดยพื้นที่ต้องมีความพร้อม เช่น ความครอบคลุมการได้รับวัคซีน สถานการณ์การระบาดที่ควบคุมได้ และระบบสาธารณสุขในพื้นที่รองรับได้ และ 3.การเข้าราชอาณาจักร โดย “ไม่กักตัว” ฉีดวัคซีนครบไม่จำกัดประเทศ 

+++ ส่วนแนวทางการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ได้แก่ 1. เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และมาทางอากาศเท่านั้น 2.มีเอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม 3. มีผลตรวจยืนยันไม่พบเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง 4.ทำประกันสุขภาพอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ 5. มีใบจองที่พัก 6.เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นที่กำหนดและตรวจหาเชื้อ โดยวิธี RT-PCR ในวันที่ 0-1 และ 7. เมื่อผลการตรวจหาเชื้อ ไม่พบเชื้อ สามารถเดินทางไปต่อได้ โดยไม่ต้องกักตัว


+++ สำหรับการ “เปิดประเทศ”  ก่อนหน้านั้นไทยเราก็ได้นำร่องมาเป็นระยะในบางจังหวัด ประกอบด้วย ระหว่างวันที่ 1-31 ต.ค.64 เปิดพื้นที่นำร่องใน 4 จังหวัดแล้ว ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ และ พังงา โดยให้ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง จากนั้นระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย.64 เปิดเพิ่มเป็น 17 จังหวัด จะเสนอให้ปรับการตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 เป็นแบบ RT-PCR และครั้งที่ 2 แบบ ATK ณ จุดที่กำหนด ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.64 เปิดเพิ่มเป็น 33 จังหวัด จะเสนอให้ตรวจหาเชื้อ 1 ครั้ง แบบ RT-PCR และระยะที่ 3 (ตั้งแต่ 1 ม.ค.65) เปิดเพิ่มเป็น 45 จังหวัด จะเสนอให้ตรวจหาเชื้อ 1 ครั้ง แบบ RT-PCR หรือ ATK …นี่คือแผนที่มีการกำหนดไว้ ก็ขอให้เป็นไปตามแผน อย่ามีอะไรมาทำให้ “สะดุดหยุดลง” เพราะการ “เปิดประเทศ” จะเป็หนทางให้ไทยสามารถกอบกู้เศรษฐกิจกลับคืนมาให้ฟื้นตัวได้ จากภาคการท่องเที่ยว ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบต่าง ๆ ช่วยดึง “แรงงาน” นับล้านๆ คน ให้กลับเข้าสู่ระบบมีการทำ ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างรายได้ เม็ดเงินก็จะหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ การดำรงชีวิตของคนไทยก็จะกลับมาดั่งเดิม แม้จะต้องระมัดระวัง “เชื้อโควิด-19” อยู่ก็ตาม แต่เราก็ต้องปรับตัวอยู่กับมันให้ได้…

+++ ไปปิดท้ายกันที่ ความสำเร็จของนักธุรกิจและนักอุตสาหกรรมวัย 70 ปี เจ้าพ่อเนสกาแฟ ประยุทธ มหากิจศิริ (เจ้าสัวเป้า) ดีใจมากที่ได้ออกสินค้าแบรนด์ใหม่ P80 เพื่อสุขภาพของคนทั้งโลกและคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งได้รับรางวัลการันตีมากมายจากต่างประเทศแม้แต่ “สถาบันวิจัย ADSI” ชื่อดังทั่วโลกโดย โปรเซสเซอร์ กุนเทอร์ บอนน์ ซึ่งเป็นสถาบันรับรองด้านยาและเภสัชโภชนาแห่งประเทศออสเตรีย ที่ยืนยันจากงานวิจัยว่า P80 (ลำใยสกัดเข้มข้น) ที่สกัดจากเมล็ดลำใยทั้งผล มีสาร Polysaccharide สามารถห่อหุ้มตัวไวรัส ไม่ให้เกาะเยื่อบุในร่างกายได้ และที่สำคัญที่สุดฝังลึกอยู่ในหัวจิตหัวใจของเจ้าสัวก็คือ การช่วยส่งเสริมเกษตรกรลำไยได้มีช่องทางและมั่นใจในอาชีพหลักของตัวเองว่า นี่คือผลไม้เศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้ประเทศไทย โดยเฉพาะฉายาใหม่ “เจ้าพ่อ P80  หรือ เจ้าพ่อลำไย” นอกเหนือจากที่ทุ่มเงินกับงานวิจัยเป็นเม็ดเงินมากกว่าพันล้านบาท ให้สินค้าหลักจนเป็นที่มาของงานเขียน “มหัศจรรย์แม่ลำไย” ตอนนี้มี 4 เวอร์ชั่นแล้วได้แก่ ไทย, จีน, อังกฤษ, เกาหลี


+++ ขณะนี้ คุณประยุทธ มหากิจศิริ อยู่ในช่วงที่กำลังแนะนำสินค้าตัวใหม่มาแรงให้คนไทยทั้งประเทศได้ลิ้มลองในชื่อ “ลองก้า” ( Longa ) ลำไยซ่า ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  รสชาติดี อร่อย สดชื่น ในราคาเพียง 20 บาท/ขวด รับรองไม่ผิดหวังในรสชาติ เพราะสินค้าเครื่องดื่มตัวนี้ส่งไปจำหน่ายที่ประเทศจีนแล้ว 1 ล้านขวด ล่าสุดทั้ง “เจ้าพ่อลำไย” ตัวจริง และ “เจ้าสัวน้อยรุ่นใหม่ไฟแรง” อย่าง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ยังปลื้มปริ่มบอกว่า โดนใจทุกกลุ่มผู้บริโภคแน่นอน เอา...ใครที่สนใจลองได้เลย ของเขาดีจริงๆหรือ สามารถติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ที่www.p80thailand.com , LINE: @p80th หรือ โทรสอบถามได้ที่ 080-8000000, 062-3715668 , 091-5595517