16 ก.ย. 2564 เวลา 22:34 น. 152

แบรนด์ สตอรีส์ กฤษณ์ ศิรประภาศิริ [email protected]

อุบัติเหตุทางการตลาดเกิดขึ้นได้เสมอ

 

ยิ่งถ้าลูกค้าคุณเป็น “คนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ฯลฯ”

 

ตอนนี้ BRANDS ดังอย่าง H&M NIKE ADIDAS ฯลฯ กำลังปวดหัวจากยอดขายในประเทศจีน “ตก”

 

จีนเป็นตลาดใหญ่ (มากๆ) และเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงถือป็น “ตลาดสำคัญ” ของ BRANDS INTER ยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย

 

ปัญหาเกิดจากกระแสชาตินิยม NATIONALISM ในจีนที่ถูกจุดมาตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่แล้ว PRESIDENT DONAL TRUMP (คศ. 2018) ที่หาเสียงกับ AMERICA FIRST คนอเมริกันต้องซื้อสินค้า MADE IN USA เท่านั้น และเมื่อขึ้นเป็นประธานาธิบดีเต็มตัวสมัยที่แล้ว

 

PRESIDENT TRUMP ก็ข่มเหงรังแกจีนตั้งแต่บีบขึ้นภาษีสินค้าจีน BRANDS สินค้าบางตัว ไม่ค้าขายกับบางบริษัท โดยเฉพาะสินค้า SMART PHONE ดาวรุ่งของจีน BRAND HUAWEI ที่โดนข้อกล่าวสหาจากสหรัฐอย่างรุนแรงว่าขโมยข้อมูล ความลับสหรัฐ เป็น SPY (คศ. 2019) ฯลฯ

 

อีกเรื่องที่ทำให้คนจีนรักชาติไม่พอใจก็คือ ชาติตะวันตก สนับสนุน HONGKONG ในการเรียกร้องประชาธิปไตย เดินขบวนต่อต้านจีน ฯลฯ

 

กระแส “ชาตินิยม” เริ่มเข้มข้น แสดง “พลัง” ทั้งประเทศจีน เมื่อ H&M ห้างยักษ์ INTER จาก SWEDEN ประกาศขึงขังจะไม่ค้าขาย & ทำธุรกิจกับโรงงานฝ้ายในเขต XIN JIANG ด้วยคิดถึง “สิทธิมนุษยชน” (ศศ.2020)

 

UYGHUR ชนมุสลิมกลุ่มน้อยในเขต XIN JIANG ของจีนเป็น “แรงงานทาส” เก็บฝ้าย

 

ชาติที่พัฒนาแล้วยอมรับการกดขี่ข่มเหงรังแก “ชนกลุ่มน้อย” คนด้อยโอกาสไม่ได้ แม้จะไม่ใช่พลเมืองของชาติตนเองก็ตาม “โลกทั้งผองพี่น้องกัน”

‘GO LOCAL’

ก่อนหน้านั้นมีข่าวลือว่า H&M จะไม่ซื้อ “ฝ้าย” จากเขต XIN JIANG อีกต่อไป

 

“เด็กรุ่นใหม่” ของจีนทนไม่ได้ เด็กคอมมิวนิสต์รุ่นใหม่ COMMUNIST YOUTH LEAGUE ออกมาเดินขบวนรณรงค์ให้ชาวจีนต่อต้านสินค้า BRAND NAMES จากต่างประเทศ โดยเฉพาะ “ชาติตะวันตก”

 

เกิดการต่อต้านสินค้า ไม่ใช่แค่ H&M แต่ลามไปถึง BURBERRY (อังกฤษ) UNIQLO (ญี่ปุ่น-ศัตรูเก่า) และ SPORTSWEAR ดังๆ อย่าง NIKE (อเมริกา) ADIDAS (เยอรมัน)

 

กระแส “ชาตินิยม” สว่างไสวทั่วประเทศจีน อเมริกามี AMERICA FIRST ได้ จีนก็มี CHINA FIRST ได้

 

GO LOCAL เราชาวจีนช่วยกันซื้อสินค้า MADE IN CHINA กันเถิด ดารา CELEBRITY จีน เลิกเป็น PRESENTER ของ BRAND ดังต่างประเทศ

 

เดิม “คนจีน” เองไม่เชื่อถือสินค้าทำในจีนเท่าไร แต่นั่นเป็นจีนยุคโบราณแล้ว ตอนนี้ “ผู้บริโภค” ต้องหันกลับมาดูและ “ภูมิใจ” MADE IN CHINA ไม่ใช่ เพราะ “กระแสชาตินิยม” อย่างเดียว แต่ผลิตภัณฑ์จีนสมัยใหม่พัฒนามาไกลด้วย TECHNOLOGY KNOW HOW จากบริษัทต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในจีน (MNC) จีนเองก็ได้ลงทุนใน R&D เป็นเงินมหาศาล

 

สินค้าจีนจึงไม่ “ขี้เหร่” อีกต่อไป แถมพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ไม่เหมือน “ผู้ใหญ่” ในอดีต ที่ยอมเก็บหอมรอมริบอยู่หลายปี เพื่อที่จะซื้อสินค้าคุณภาพ สินค้า BRAND NAME ต่างประเทศ

 

เด็กรุ่นใหม่ ไม่เห็นเหตุผลที่จะจ่ายเงินแพงๆ ยิ่งคนรุ่นใหม่ เบื่อง่าย เปลี่ยนบ่อย

 

ความสำเร็จงดงามในการแข่งขัน TOKYO SUMMER OLYMPIC (2020) ที่เพิ่งจบไป (2021) จีนเกือบได้เป็นเจ้าเหรียญทอง โดนสหรัฐอเมริกาคู่ปรับแซงไป 1 เหรียญในวันสุดท้าย

 

แต่กีฬาหลายประเภทที่จีนเป็นเจ้าสนามก่อให้เกิดความฮึกเหิมยิ่งหนักและยิ่งเพิ่มกระแส “ชาตินิยม”

 

“HENG SAO QIAN JUN”

 

เป็นคำขวัญที่พูดกันทั้งประเทศ แปลได้ว่า “แค่หนึ่งฝ่ามือ ตบทีเดียว ศัตรูเป็นพันกระเจิง” ได้แรงบันดาลใจจากทีมนักกีฬาปิงปองในการแข่ง OLYMPIC ครั้งล่าสุดนี้ ชัยชนะงดงามของชุดกีฬา (SPORTSWEAR) ของ BRAND ดังๆ ของจีนอย่าง LI NING และ ANTA ยอดขายพุ่งกระฉูด ในช่องทางหนึ่งของ ON LINE ALIBABA

 

ยอดขายของ LI NING (BRAND จีนจากนักกีฬาเจ้าเหรียญทอง LI NING “PRINCE OF GYMNASTICS” ในปี คศ. 1984) เพิ่มขึ้น 71.7%

 

ANTA (บริษัทที่มีฐานะการเงินแข็ง ไล่ซื้อ BRAND ต่างประเทศอย่าง FILA ARCTERYX) ยอดขายเพิ่ม 51.3%

 

ขณะที่ NIKE BRAND ดังเจ้าเก่า ยอดขายลดลง 58.9% และ ADIDAS ที่เป็น “เจ้าโลก” ลดถึง 79.4%

 

“GO FOR IT” ของ NIKE เริ่มหมดเสน่ห์

 

“GO LOCAL” สิครับ อาตี๋ อาหมวยพร้อมใจ “ร้องฮ้อ” ฉลอง 100 ปี “พรรคคอมมูนิสต์” กึกก้อง

 

หน้า 14-15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 ฉบับที่ 3,714 วันที่ 16 - 18 กันยายน พ.ศ. 2564