T Mark สัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น  เชื่อมโอกาสธุรกิจสู่ความสำเร็จในตลาดสากล

26 August 2018






ตราสัญลักษณ์ T Mark เป็นดั่งสปริงบอร์ดสำหรับผู้ประกอบการไทยรายย่อยและรายใหม่ที่มีสินค้าคุณภาพ ได้มาตรฐานแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เชื่อมโยงโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้การบริหารด้วยเกณฑ์มาตรฐานระดับสากล ทำให้บริษัท สามารถเติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ หนึ่งความเห็นจากคุณณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ จำกัด หรือหนึ่งหน่วยงานจากอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่ได้รับและเข้าร่วมโครงการ T Mark

สำหรับ T Mark หรือ Thailand Trust Mark คือตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพสินค้าที่กำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมคุณค่าของสินค้าและบริการของไทยที่ผลิตในประเทศไทย จัดทำโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2555 ตั้งแต่เดือนมกราคม ดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยในขณะนี้มี
ผู้ประกอบการได้รับตรา T Mark ไปแล้วกว่า 783 บริษัท แบ่งเป็น ประเภทสินค้าและประเภทบริการ โดยกลุ่มสินค้า ประกอบไปด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร 267 ราย กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก 194 ราย กลุ่มอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ 144 ราย กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น 53 ราย กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ 109 ราย กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (สปา)  5 ราย กลุ่มอุตสาหกรรมรักษาพยาบาล 6 ราย และกลุ่มอุตสาหกรรมการศึกษา 5 ราย



คุณณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ จำกัด ฉายถึงภาพรวมของธุรกิจและจุดเริ่มต้นในการเข้าร่วมโครงการ Thailand Trust Mark ได้อย่างน่าสนใจว่า เราเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลไม้แปรรูปอบกรอบเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Wel - B มุ่งมั่นการผลิตด้วยการใช้นวัตกรรมการถนอมอาหารด้วยการเลือกใช้  “Freeze-dried” มาปรับใช้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่รักษาคุณค่าทางอาหารไว้อย่างครบถ้วนมากที่สุด สำหรับประเภทของสินค้ามีให้เลือกอย่างหลากหลายโดยเฉพาะผลไม้ที่ได้รับความนิยมของไทยอย่าง ทุเรียน มังคุด และผลไม้เขตร้อน โดยจัดจำหน่ายทั้งในประเทศตามโมเดิร์นเทรดต่างๆ และส่งออกไปยังต่างแดนกว่า 30 ประเทศ ในระยะเวลาการดำเนินธุรกิจเพียง 8 ปี

“การเข้าร่วมโครงการ Thailand Trust Mark ถือเป็นนโยบายบริษัทเพราะตราสัญลักษณ์ดังกล่าวไม่ได้เข้ามาแค่ การันตี แต่เข้ามาเติมเต็มการพัฒนาธุรกิจให้เกิดความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพตามที่ตลาดสากลกำหนด เป็นเครื่องรับประกันว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Wel - B อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ สะอาดและปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นการเป็นสมาชิก T Mark ยังนำมาซึ่งโอกาสในการติดต่อการค้ากับธุรกิจกับตลาดต่างประเทศและเรื่องราวใหม่ๆ ในเทรนด์ของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน เท่าทันความคิดและกระแสในตลาดโลก”



อย่างไรก็ดีแผนพัฒนาต่อจากนี้  Wel - B พร้อมขยายผลการพัฒนาจากทีม RD ในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น Freeze-dried จากมะพร้าว ลองกองและขนุน ไม่เพียงเท่านั้นยังเข้าถึงกลุ่มตลาดเด็กในผลิตภัณฑ์ Freeze-dried Yogurt Melts Mixed Berry ขณะเดียวกันยังสร้างความร่วมมือในการนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในร้าน Kidzania ตลอดจนความเชื่อมโยงไปสู่ King Power ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ WEL-B MANGO COATED WITH MILK CHOCOLATE หรือ มะม่วงนํ้าดอกไม้ฟรีซดรายเคลือบช็อกโกแลตนม ระดับพรีเมียม ที่สำคัญในปี 2020 บริษัท โจ-ลี่ แฟมิลี่ จำกัด พร้อมขยายภาคการผลิตเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลไม้แปรรูปอบกรอบเพื่อสุขภาพในประเทศและนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

การเดินทางเพื่อตามหาผู้ประกอบการคุณภาพต่อเนื่องมายังอีกหนึ่งบริษัทตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ และได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark เช่นกันอย่าง “บริษัท เอราวัณฟูด จำกัด  (มหาชน)” นำโดย คุณคณานันต์ ตั้งสัมพันธ์ หรือทายาทรุ่นที่ 4 ผู้สานต่อธุรกิจครอบครัว เปิดเผยว่า เราให้ความสำคัญและถือเป็นนโยบายหลักด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน ด้วยหลักการพัฒนาจากภายในสู่ภายนอก ให้ความสำคัญในทุกสัดส่วนอย่างเท่าเทียมกัน เริ่มตั้งแต่ พนักงาน บริษัทฯได้ทำการส่งเสริมให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น สวัสดิการ โบนัส และบ้านพัก ที่สำคัญคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการจัดทำ KM นำเอาเทคโนโลยีมาผนวกใช้ในการทำงาน ส่วนนี้เราได้รับความร่วมมือที่ดีจากทางกรมการค้าระหว่างประเทศเข้ามาเสริม เหตุผลแรกที่เราเลือกพัฒนาบุคลากรเป็นลำดับแรก เพราะเราเชื่อว่า หากบุคลากรเราเป็นคนเก่งมีความรู้ ภาพของการดำเนินธุรกิจและสังคมจะเจริญงอกงามควบคู่กันไปเช่นกัน



ตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมาของ เอราวัณฟูด ได้ทำการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้วยความเข้าถึงอย่างเข้าใจ ทำให้ในปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกผักผลไม้บรรจุกระป๋องชั้นนำของประเทศ
ส่งจัดจำหน่ายต่างประเทศไปแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ยึดหลักแนวคิด “สร้างมูลค่าสร้างงาน” หรือการนำเอาทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า มีมาตรฐานการผลิตที่ได้คุณภาพและปลอดภัยตามหลัก Food Safety เริ่มตั้งแต่ลานรับผลผลิตจากเกษตรกรที่นำผลผลิตทางการเกษตรมาส่งมีจุดชั่งนํ้าหนักที่ทันสมัย ด้านอาคารผลิตและสำนักงานมีระบบการจัดการที่เย็นด้วยเครื่องทำความเย็นเพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิภายในพื้นที่ผลิตให้คงด้วยความสมดุล ภายในแบ่งการผลิตเป็น 2 ส่วน คือ กะทิและผลไม้

สำหรับ “กะทิ” ตัวแทนวัตถุดิบไทยที่ส่งต่อความภาคภูมิใจไปทั่วโลก ทุกกระบวนการคือความละเอียดสูงสุด เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกมะพร้าวคุณภาพดีที่ไม่มีกะลาติดหรือมะพร้าวที่อ่อนจนเกินไป เพื่อเข้าสู่กระบวนการบดมะพร้าวเพื่อให้ได้ขุยมะพร้าวที่ละเอียดและทำการคั้นในอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส จากนั้นใช้เทคนิคทำให้ไขมันของกะทิรวมตัวกับนํ้าด้วยเครื่องไฮโมจิไนเซอร์ เมื่อดำเนินการเสร็จจะมีการตรวจสอบคุณภาพ ฆ่าเชื้อ โดยส่วนนี้มีกำลังผลิตอยู่ที่ 3,000 ลังต่อวัน ด้านฝั่งผลไม้มีขั้นตอนการผลิตที่ละเอียดและขั้นตอนที่สะอาดและปลอดภัย นับตั้งแต่การคัดเลือก ปอก ทำความสะอาดจนถึงการบรรจุภัณฑ์ สำหรับส่วนนี้มีกำลังผลิตอยู่ที่ 1,500 ลังต่อวัน ประกอบด้วย เงาะบรรจุกระป๋อง เงาะสอดไส้สับปะรดบรรจุกระป๋อง ขนุนบรรจุกระป๋อง ลูกตาลบรรจุกระป๋อง กะทิบรรจุกระป๋อง ปลาเกล็ดขาวทอดกรอบบรรจุกระป๋อง ไข่นกกระทาบรรจุกระป๋อง ภายใต้แนวคิด “คัดคุณภาพ..ลูกต่อลูก”  จนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก



“การได้รับตรา T Mark คือหนึ่งก้าวที่สำคัญของ เอราวัณฟูด ในการขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรชั้นนำในด้าน
ผู้ผลิตและส่งออกผักผลไม้บรรจุกระป๋องที่เพียบพร้อมด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การสร้างความร่วมมือและเชื่อมโยงโอกาสในกลุ่มคู่ค้าใหม่ๆ การสร้างองค์ความรู้ผ่านการฝึกอบรมซึ่งถือเป็นฐานของการสร้างความยั่งยืน และการดูแลพนักงานด้วยความเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล การันตีด้วยรางวัล ธรรมาภิบาลดีเด่น 2561 ทั้งหมดนี้คือฟันเฟืองที่ทำให้เราเดินไปอย่างเต็มศักยภาพสู่ 100 ปี เอราวัณฟูด ด้วยความมั่นคง”

นับได้ว่า T Mark ได้เข้าเติมเต็มการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า เสริมความน่าเชื่อถือของแบรนด์หรือตราสินค้าให้กับผู้ประกอบการในการทำตลาดการค้าระหว่างประเทศ เพราะตราสัญลักษณ์ดังกล่าวครอบคลุมใน 4 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1. มีการดำเนินงานตามมาตรฐานแรงงานไทย 2. มีการจัดการด้านการผลิตอย่างครบวงจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3. สินค้ามีคุณภาพได้มาตรฐาน และ 4. มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยทั้งหมดส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ที่สำคัญคือการเชื่อมโอกาสในตลาดใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการผ่านการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อต่อฐานเติมยอดการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนและเป็นหนึ่งในตลาดสากล



สำหรับในปีนี้โครงการฯ ได้พิจารณารายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาได้รับสิทธิ์ในการใช้ตรา T Mark ประจำปี 2561 ใน 2 รอบแรก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ประกอบการรายใหม่ จำนวน 19 บริษัท และผู้ประกอบการ ที่ต่ออายุการใช้ตราสัญลักษณ์ T Mark จำนวน 12 บริษัท

การสมัครเข้าร่วมโครงการ T Mark มีเพียง 3 ครั้ง/ปี เท่านั้น ได้แก่ ต.ค.-ธ.ค / ก.พ.- เม.ย. และ มิ.ย. - ส.ค. ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandtrustmark.com/th

“T Mark ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อบังคับหรือกำหนดให้ปฏิบัติตาม แต่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเติมเต็มทุกธุรกิจให้มีความแข็งแรง สมบูรณ์และพร้อมยืนสง่าในเวทีสากลด้วยความภูมิใจในฐานะผู้ประกอบการชาวไทยที่ได้รับความเชื่อมั่น และเชื่อถือจากผู้บริโภคทั่วโลก”

หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,395 วันที่ 26 - 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561



อาหาร T Mark Thailand Trust Mark