นักท่องเที่ยวจีนยังมองไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย

23 August 2018






นักท่องเที่ยวจีนยังมองไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย...ทั้งปี 2561 คาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีจำนวนกว่า 10.9 ล้านคน

นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยกว่าร้อยละ 27.0 ของกลุ่มตัวอย่าง มองว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่น่าเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดในเอเชีย รองลงมา คือ ญี่ปุ่น และมัลดีฟส์ เป็นต้น

กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทยครั้งแรกส่วนใหญ่จะรู้จักประเทศไทยจากคำแนะนำของบริษัทนำเที่ยวของจีน จากเพื่อน/ญาติที่เคยมาเที่ยวในเมืองไทย และเว็บไซต์ท่องเที่ยว เช่น Mafengwo, TripAdvisor เป็นต้น



นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้ามากที่สุด โดยสินค้าที่มีการซื้อมากที่สุด คือ กลุ่มสินค้าประเภทเครื่องสำอาง/ครีมบำรุงผิว รองลงมา คือ กลุ่มอาหารและผลไม้แปรรูป กลุ่มยารักษาโรค/สมุนไพรไทย เช่น น้ำมันหม่อง เป็นต้น กลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกาย และกลุ่มสินค้าของที่ระลึก

นักท่องเที่ยวจีนยังนิยมชำระค่าสินค้าและบริการด้วยเงินสด อย่างไรก็ดี สัดส่วนการชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่านเครื่องมือทางการเงินของจีนอย่าง Alipay และ WeChat Pay มีการใช้ใกล้เคียงกับเงินสด โดยนักท่องเที่ยวจีนมองว่าการที่ร้านค้าในประเทศไทยให้บริการการชำระค่าสินค้าผ่านเครื่องมือทางการเงินของจีน มีผลต่อการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81.8 เนื่องจากมองว่าช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องแลกเงิน และมีส่วนลดจากร้านค้า

สำหรับทิศทางนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2561 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเที่ยวไทยน่าจะยังมีทิศทางที่ดี แม้จะมีการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ก็ตาม แต่ทั้งปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะมีโอกาสสูงถึง 10.9 ล้านคน เติบโตร้อยละ 11.2 จากที่ขยายตัวร้อยละ 12.0 ในปี 2560 และคาดรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 602,010 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 14.8 จากที่เติบโตร้อยละ 15.8 ในปี 2560



ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2561 นี้ นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีจำนวน 6.86 ล้านคน และมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 30.3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด และด้วยจำนวนของตลาดนักท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ กอปรกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งรวมถึงประเทศไทยจะมีการจับจ่ายซื้อสินค้าค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมมีการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน อย่างการอำนวยความสะดวกเครื่องมือระบบการชำระเงินของจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้สะดวก ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สำรวจพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย โดยได้สรุป ผลสำรวจมุมมองและพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยและวิเคราะห์สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2561 นี้ ดังนี้

ผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในไทย

•นักท่องเที่ยวจีนมองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง ที่น่าเดินทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ในเอเชีย

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง ที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยว ยังหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย (ไม่นับรวมฮ่องกง ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก) แต่จากการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนระหว่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมีจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นทางเลือกมากขึ้น อาทิ ญี่ปุ่น และเวียดนาม เป็นต้น


จากผลสำรวจมุมมองของนักท่องเที่ยวจีนต่อจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ที่น่าเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดในเอเชีย พบว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่น่าเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดในเอเชียคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.0 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ตอบแบบสอบถามได้เลือกประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่น่าเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดในเอเชียทั้งอันดับ 1 - 3 ขณะที่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่น่าเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดในเอเชียรองลงมา คือ ญี่ปุ่น (ร้อยละ 18.8) มัลดีฟส์ (ร้อยละ 14.5) ฮ่องกง (ร้อยละ 14.3) และสิงคโปร์ (ร้อยละ 9.6)

•นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยกับบริษัทนำเที่ยวร้อยละ 53.0 ขณะที่เดินทางมาเองมีสัดส่วนร้อยละ 47.0 ... นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยครั้งแรกรู้จักประเทศไทยผ่านบริษัทนำเที่ยวของจีน และจากเพื่อน/ญาติที่เคยมาเที่ยวในไทย

จากผลสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทยกว่าร้อยละ 53.0 เดินทางมากับบริษัทนำเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวเอง หรือ กลุ่ม FIT มีสัดส่วนร้อยละ 47.0 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม

นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยเป็นครั้งแรกคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 78.0 ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางมาเที่ยวไทย หรือกลุ่ม Revisit คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.0 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม



โดยนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยครั้งแรก ส่วนใหญ่จะรู้จักประเทศไทยจากคำแนะนำของบริษัทนำเที่ยวของจีน จากเพื่อน/ญาติที่เคยมาเที่ยวในเมืองไทย และจากเว็บไซต์ท่องเที่ยว เช่น Mafengwo, TripAdvisor เป็นต้น ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้น นอกจากผู้ประกอบการไทยควรจะทำการตลาดผ่านช่องทางอย่างบริษัทนำเที่ยวและเว็บไซต์ท่องเที่ยวแล้ว อีกช่องทางหนึ่งที่สำคัญ คือ การทำตลาดกับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยด้วยการสร้างความประทับใจและให้มีการบอกต่อหรือแนะนำสิ่งที่ดีกับประเทศไทย

•นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยครั้งแรก ใช้บริการผ่านบริการเว็บไซต์ท่องเที่ยวและบริษัทท่องเที่ยวของจีนสูงถึงร้อยละ 80.0 แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเที่ยวไทยซ้ำใช้ช่องทางที่หลากหลายขึ้น
การเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยทั้งกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวไทยครั้งแรก และกลุ่มที่เคยเดินทางมาเที่ยวไทยส่วนใหญ่จะใช้บริการผ่านบริการเว็บไซต์ท่องเที่ยวตัวกลาง Online Travel Agency หรือ OTA ของจีน เช่น Ctrip Qunar หรือ Fliggy เป็นต้น รองลงมา คือ บริษัทนำเที่ยวของจีน ในการจองที่พักและแพ็คเกจท่องเที่ยวในไทย ซึ่งทั้ง 2 ช่องทางรวมกันมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 80.0 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทยครั้งแรก
แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว แม้ส่วนใหญ่จะมีการใช้บริการผ่าน Online Travel Agency ของจีนและบริษัทนำเที่ยวของจีน โดยมีสัดส่วนรวมกันร้อยละ 53.8 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมาท่องเที่ยวไทยก็ตาม แต่สัดส่วนการใช้บริการผ่านทั้ง 2 ช่องทางน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวไทยครั้งแรก โดยนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยกลุ่มนี้มีการใช้บริการผ่านช่องทางอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการผ่าน Airbnb คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.6 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางเที่ยวไทย

นอกจากนี้ยังมีการใช้บริการผ่าน Online Travel Agency ของต่างประเทศ (เช่น Agoda และ Expedia) และเครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน และเว็บไซต์ของโรงแรมของไทย เป็นต้น ทั้งนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางมาเที่ยวไทยมีช่องทางที่หลากหลาย ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการไทยอาจจะนำมาพิจารณาในการทำตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว

•นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีการใช้จ่ายในการซื้อสินค้า โดยสินค้าที่นักท่องเที่ยวจีนเลือกซื้อสูงสุด คือ กลุ่มสินค้าประเภทเครื่องสำอาง/ครีมบำรุงผิว และกลุ่มอาหารและผลไม้แปรรูป

การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวในไทย จากผลสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวจีนมีการใช้จ่ายในการซื้อสินค้ามากที่สุด โดยสินค้าที่นักท่องเที่ยวจีนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างซื้อระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในไทยสูงสุด คือ กลุ่มสินค้าประเภทเครื่องสำอาง/ครีมบำรุงผิว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.5 รองลงมา คือ กลุ่มอาหารและผลไม้แปรรูป (ร้อยละ 22.7) กลุ่มยารักษาโรค/สมุนไพรไทย เช่น น้ำมันหม่อง เป็นต้น (ร้อยละ 22.2) กลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกาย (ร้อยละ 12.8) และกลุ่มสินค้าของที่ระลึก (ร้อยละ 7.1)
ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนมีการใช้จ่ายในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในไทย รองลงมา คือ ค่าอาหาร ด้วยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนจะมีความชื่นชอบอาหารและผลไม้ในไทย ซึ่งผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในแหล่งที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมพักอาศัยอาจจะมีการทำตลาดจับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน เช่น เมนูภาษาจีน การทำตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน เป็นต้น

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจีนยังมีค่าใช้จ่ายในกลุ่มค่าบริการสุขภาพ เช่น นวด สปา เป็นต้น ค่ากิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมดำน้ำ และกิจกรรมผจญภัยอย่างโหนสลิง เป็นต้น (ค่ากิจกรรมการท่องเที่ยว ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับบริษัทนำเที่ยวจะมีค่าใช้จ่ายในกลุ่มนี้สูงเป็นอันดับ 2 รองจากค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า) และค่าใช้จ่ายในด้านของค่าที่พัก ซึ่งจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเดินทางท่องเที่ยวไทยเอง

•นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยชำระค่าสินค้าและบริการในไทย ผ่านเครื่องมือทางการเงินของจีนสัดส่วนสูงใกล้เคียงกับเงินสด

จากการที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนจะมีการใช้จ่ายเกิดขึ้น ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในไทยนั้น ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีการปรับตัว เห็นได้ว่าที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าเฉพาะทาง โรงแรมและที่พัก รวมถึงร้านค้าปลีกรายย่อย และร้านอาหารในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางท่องเที่ยวจะมีการติดตั้งระบบการชำระเงินของจีน อย่าง Alipay และ WeChat Pay ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินที่เป็นที่นิยมของชาวจีน รวมการทำการตลาดกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยผ่านระบบการชำระเงินของจีน อาทิ การรับบัตรส่วนลดหรือการระบบของสมนาคุณ เมื่อซื้อสินค้าครบตามมูลค่าที่กำหนด เป็นต้น
จากผลสำรวจรูปแบบการชำระค่าสินค้าหรือบริการของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย พบว่า นักท่องเที่ยวจีนในไทยส่วนใหญ่ยังใช้เงินสดในการชำระค่าสินค้าหรือบริการมากที่สุด อย่างไรก็ดี การชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่านเครื่องมือทางการเงินของจีนอย่าง Alipay และ WeChat Pay มีสัดส่วนการใช้ใกล้เคียงกับเงินสด

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามนักท่องเที่ยวจีน เห็นว่า การที่ร้านค้าในเมืองไทยให้บริการการชำระค่าสินค้าผ่านเครื่องมือทางการเงินของจีน มีผลต่อการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 81.8 เนื่องจากมองว่าช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องแลกเงิน และมีส่วนลดจากร้านค้า ขณะที่มองว่าไม่มีผลต่อการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.2 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด

แม้เดือนกรกฎาคม 2561 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีน่าจะยังมีทิศทางที่ดี ทำให้ทั้งปี 2561 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีจำนวน 10.9 ล้านคน

สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2561 น่าจะยังมีทิศทางที่ดี สะท้อนจากผลสำรวจนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยยังมองประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ในเอเชีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นโอกาสการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย จากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอ่อนตัวลงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 0.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน หรือมีจำนวน 9.3 แสนคน ขณะที่การใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวในไทยมีมูลค่าประมาณ 51,380.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน



อย่างไรก็ดี แม้คาดว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอาจจะมีโอกาสชะลอลงเล็กน้อยในเดือนสิงหาคม 2561 แต่ภาครัฐมีการทำตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจีน กอปรกับในส่วนของภาคธุรกิจทั้งโรงแรมและที่พัก รวมถึงธุรกิจค้าปลีกมีการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงของวันชาติจีนในช่วงต้นเดือนตุลาคม ของทุกปี

ทั้งนี้ จากปัจจัยข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเที่ยวไทยน่าจะกลับมาดีขึ้น และทำให้ทั้งปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะมีจำนวนประมาณ 10.9 ล้านคน (เพิ่มขึ้นจากที่คาดว่าจะมีจำนวน 10.6 ล้านคน) เติบโตร้อยละ 11.2 จากที่ขยายตัวร้อยละ 12.0 ในปี 2560 ขณะที่คาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 602,010 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 14.8 จากที่เติบโตร้อยละ 15.8 ในปี 2560 การแข่งขันในตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เข้มข้น ผู้ประกอบการอาจจะต้องปรับตัวรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน อาทิ การอำนวยความสะดวกในการชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยระบบการชำระเงินของจีน การทำตลาดประชาสัมพันธ์ของผู้ประกอบการอาจจะทำผ่านช่องทางดิจิทัล หรือเว็บไซต์ตัวกลางท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้ในการหาข้อมูล เป็นต้น



ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จีน นักท่องเที่ยว เอเชีย