April 21, 2019
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  1,674.10  -0.90  -0.05%         Value  36,009.90  Mil.Baht         SET50  1,113.14  -0.90  -0.08%         Value  22,208.36  Mil.Baht         SET100  2,458.75  -1.46  -0.06%         Value  28,874.46  Mil.Baht         sSET  796.49  -0.67  -0.08%         Value  2,005.83  Mil.Baht         SETCLMV  1,063.24  +3.46  +0.33%         Value  9,777.32  Mil.Baht         SETHD  1,247.34  +1.87  +0.15%         Value  10,137.17  Mil.Baht         SETTHSI  1,070.93  +0.05  +0.00%         Value  19,610.78  Mil.Baht         SETWB  1,019.53  -2.31  -0.23%         Value  6,940.37  Mil.Baht         mai  368.48  +1.02  +0.28%         Value  692.23  Mil.Baht             AGRO  414.42  -1.51  -0.36%       AGRI  192.49  +1.92  +1.01%       FOOD  11,863.72  -53.84  -0.45%           CONSUMP  113.11  +0.06  +0.05%       FASHION  706.80  +1.12  +0.16%       HOME  29.23  +0.12  +0.41%       PERSON  301.43  -1.41  -0.47%           FINCIAL  193.24  -0.20  -0.10%       BANK  518.53  -0.38  -0.07%       FIN  3,917.81  -11.32  -0.29%       INSUR  11,813.00  -1.34  -0.01%           INDUS  127.31  +1.35  +1.07%       AUTO  490.88  -0.44  -0.09%       IMM  48.18  +0.07  +0.15%       PAPER  2,869.39  0.00  0.00%       PETRO  1,239.00  +18.58  +1.52%       PKG  3,345.47  -43.46  -1.28%       STEEL  29.36  +0.05  +0.17%           PROPCON  138.34  +0.07  +0.05%       CONMAT  11,171.32  +2.65  +0.02%       PROP  296.38  +0.45  +0.15%       PF&REIT  222.47  +0.39  +0.18%       CONS  95.09  -0.76  -0.79%           RESOURC  222.75  -0.16  -0.07%       ENERG  25,399.62  -17.85  -0.07%       MINE  9.97  0.00  0.00%           SERVICE  520.60  -0.07  -0.01%       COMM  41,550.75  +23.11  +0.06%       HELTH  5,799.17  -6.64  -0.11%       MEDIA  56.99  -0.38  -0.66%       PROF  157.84  -0.59  -0.37%       TOURISM  690.83  +2.85  +0.41%       TRANS  393.95  +0.11  +0.03%           TECH  166.24  -1.07  -0.64%       ETRON  1,573.75  -42.51  -2.63%       ICT  158.50  -0.60  -0.38%       TFEX       SET50 Index Futures       S50J19  1,110.4  -3.3  2        S50K19  -  -  -        S50M19  1,107.6  -0.1  70,518        S50U19  1,103.5  -0.1  5,278        S50Z19  1,103.1  -  1,064        S50H20  1,099.9  -0.3  391      Sector Index Futures       BANKM19  -  -  -        COMMM19  -  -  -        ENERGM19  -  -  -        FOODM19  -  -  -        ICTM19  -  -  -      Single Stock Futures       AAVM19  4.34  -  2,004        ADVANCM19  191.48  -0.50  137        AMATAM19  22.30  +0.11  1,763        AOTM19  69.35  +0.67  2,344        APM19  7.70  -0.05  516        BAM19  -  -  200        BANPUM19  16.35  +0.31  2,392        BAYM19  37.72  +0.25  6        BBLM19  206.50  -0.10  183        BCHM19  17.70  -  1,306        BCPM19  -  -  100        BDMSM19  25.80  +0.23  622        BEAUTYM19  6.84  -0.16  4,154        BECM19  8.72  +0.24  6,933        BEMM19  10.25  -0.11  4,149        BHM19  178.25  -0.81  174        BJCM19  51.00  +0.46  375        BLAM19  29.60  +0.38  223        BLANDM19  1.61  -  1,917        BTSM19  11.60  -0.04  3,054        CBGM19  62.45  -0.85  1,389        CENTELM19  43.70  +0.02  3        CHGM19  1.94  +0.01  2,646        CKM19  -  -  100        CKPM19  5.25  +0.09  2,309        CPALLM19  76.40  +0.20  312        CPFM19  -  -  100        CPNM19  76.25  -  101        DELTAM19  75.00  -0.50  1        DTACM19  54.05  -0.25  4        EARTHM19  -  -  -        EGCOM19X  295.50  +2.50  72        EPGM19  6.63  +0.08  7        GLOBALM19X  -  -  400        GLOWM19  -  -  -        GPSCM19  61.88  -0.12  357        GUNKULM19  3.17  +0.05  6,045        HANAM19  32.61  -0.37  282        HMPROM19  -  -  400        ICHIM19  3.71  -0.02  517        INTUCHM19  59.07  -  22        IRPCM19  5.75  -0.02  1,485        ITDM19  2.38  -0.03  3,238        IVLM19  48.03  +0.43  1,175        JASM19  5.63  +0.01  1        KBANKM19  190.55  -2.40  719        KCEM19  26.33  -0.79  412        KKPM19  -  -  220        KTBM19  18.60  -0.02  176        KTCM19X  39.60  +0.24  11        LHM19  -  -  100        LPNM19  -  -  100        MAJORM19  26.49  -0.01  6        MINTM19  37.48  -0.27  202        MTCM19  49.98  -1.02  202        PLANBM19  7.00  +0.05  2,001        PSHM19  18.89  -0.20  405        PTGM19  11.03  +0.10  5,233        PTTM19  48.80  -  2,245        PTTEPM19  132.50  +0.90  199        PTTGCM19  70.75  +0.57  1,807        QHM19  2.99  +0.03  2,281        RATCHM19  -  -  100        ROBINSM19  -  -  110        SM19  3.14  -  2        SAMARTM19  7.47  -0.08  20        SAWADM19  55.49  -0.50  573        SCBM19  129.39  +1.00  932        SCCM19  462.05  +0.45  73        SIRIM19  1.39  +0.02  1,566        SPALIM19  -  -  1,400        SPCGM19  -  -  -        STAM19  13.12  +0.02  122        STECM19  25.33  -0.07  1,034        STPIM19  7.11  -0.26  2,513        TASCOM19  17.25  -  552        TCAPM19  53.00  +0.05  102        THAIM19  12.90  +0.18  682        THCOMM19  7.43  +0.01  312        TISCOM19  84.97  -0.51  161        TMBM19  2.01  -  120        TOPM19  73.42  +1.03  3,187        TPIPLM19  2.03  -0.02  1,444        TRUEM19  5.18  -0.09  2,973        TTAM19  5.42  +0.05  66        TTCLM19  8.34  +0.34  22        TTWM19  -  -  -        TUM19  18.88  +0.17  103        TVOM19  -  -  100        UNIQM19  -  -  500        VGIM19  9.10  -0.33  1,522        VNGM19  -  -  -        WHAM19  4.16  +0.02  10,202      GF10 Futures       GF10J19  19,320  -  6,874        GF10M19  19,400  -10  3,171        GF10Q19  19,480  -  5,187      GF50 Futures       GFJ19  19,330  -10  155        GFM19  19,420  -  49        GFQ19  19,460  -30  93      Gold Online Futures       GOM19  1,282.50  -0.50  2,762      GOLD-D       GDM19  1,282.30  -3.20  2      USD Futures       USDJ19  -  -  -        USDK19  -  -  -        USDM19  31.79  -  37        USDU19  31.75  +0.03  70      BB3 Futures       BB3M19  -  -  -        BB3U19  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5M19  -  -  -        TGB5U19  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3J19  -  -  -        RSS3K19  -  -  -        RSS3M19  -  -  -        RSS3N19  -  -  -        RSS3Q19  -  -  -        RSS3U19  -  -  -        RSS3V19  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DJ19  53.70  +0.60  32        RSS3DK19  53.80  +0.70  32        RSS3DM19  53.60  -  34        RSS3DN19  53.30  +0.40  38        RSS3DQ19  52.60  -0.60  64        RSS3DU19  52.60  -0.60  58        RSS3DV19  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume       S50M19C1125  9.0  -0.5  258        S50M19C1175  1.8  -0.2  224        S50M19C1100  20.3  -0.7  199        S50M19C1150  3.8  -0.2  156        S50M19C1075  40.0  -  24      Most Active Put Volume       S50M19P1075  6.5  -  604        S50M19P1125  26.7  +0.4  363        S50M19P1100  13.3  -0.2  336        S50M19P1050  3.2  +0.1  246        S50M19P1025  1.3  -0.2  211      ---     ขอเชิญผู้ลงทุนร่วมสัมมนาพิเศษ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 14 ของ TFEX ความท้าทายปีนี้จะเป็นอย่างไร นวัตกรรมอะไรที่จะเพิ่มโอกาสทำกำไรใน TFEX พบคำตอบในงานนี้ อังคารที่ 23 เม.ย. 2562 เวลา 13.00-16.30 น. ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ สำรองที่นั่ง www.TFEX.co.th    ---     ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนผู้ลงทุนขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงร่วมกิจกรรมห้องเรียนนักลงทุน@ขอนแก่น สัมมนาความรู้การลงทุน พร้อมรับคำปรึกษาจากกูรูด้านการลงทุน 27 เม.ย. นี้ 9:00-16:00 น. ม.ขอนแก่น www.set.or.th/education สอบถาม 02 0099 999 ฟรี    ---    

ร้านอาหารติดลบ30% กำลังซื้อวูบ จี้ผู้ประกอบการปรับตัว

23 Aug 2018
อ่าน 121 ครั้ง
 

กำลังซื้อฝืดฉุดธุรกิจร้านอาหาร 2.4 แสนล้านบาททรุด เผยตัวเลข 7 เดือนแรกยอดหด 30% ผู้เชี่ยวชาญแนะปรับแผนสู้ศึก “แบรนด์ใหญ่” ต้องแข็งทั้งนโยบาย-แผนงาน “แบรนด์เล็ก” สร้างแบรนดิ้ง ขณะที่ “ออนไลน์” คือโอกาส

แม้ว่าภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในเมืองไทยซึ่งมีมูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านบาทจะมีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็พบว่า กลับไม่มีการเติบโต โดยเฉพาะในสาขาเดิมที่เปิดให้บริการ ส่งผลให้ในรอบ 7 เดือน (มกราคม-กรกฎาคม 2561) ธุรกิจร้านอาหารมีการเติบโตลดลง 20-30% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงสำหรับการแข่งขันในยุคปัจจุบัน และอาจจะสูงสุดในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายแบรนด์ด้องมีการปรับทัพและแผนงานใหม่เพื่อรักษาการเติบโต
ปรับตัวรับธุรกิจอาหารหดตัว

นายสุภัค หมื่นนิกร ผู้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร และผู้เชี่ยวชาญธุรกิจร้านอาหารแฟรนไชส์มากว่า 20 ปี เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารในเมืองไทยอย่างหนัก โดยพบว่าตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคมที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตลดลง 20-30% บางแบรนด์มีตัวเลขเติบโตติดลบถึง 50% ทำให้ 5 เดือนนับจากนี้ ผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก กลาง และใหญ่ต่างจะต้องมีการปรับแผนงานเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด โดยจะมีการทำตลาดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวสินค้าใหม่ แคมเปญโปรโมชันต่างๆ

ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจอาหารที่ยังสามารถเติบโตได้แม้จะเป็นตัวเลขหลักเดียว แต่ถือว่ายังสวนทางกับอีกหลายเซ็กเมนต์ที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบไปด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ร้านอาหารที่เน้นเจาะกลุ่มครอบครัวไม่ว่าจะเป็น เอ็มเคสุกี้ โออิชิ ฟูจิ ร้านอาหารจีน และร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน ทั้งนี้เป็นผลมาจากสภาพสังคมไทยไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นแบบใด ดีหรือไม่ดี แต่ว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญ จะเห็นได้จากช่วงเทศกาลทั้งปีใหม่ สงกรานต์ วันแม่ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มักจะเห็นร้านอาหารที่เน้นเจาะกลุ่มดังกล่าวต่างมีลูกค้ากันเต็มร้าน ซึ่งร้านดังกล่าวจะมีกลุ่มครอบครัวมาทานอาหารเฉลี่ย 1 ครั้งต่อสัปดาห์

mp36-3394-1รองลงมาคือกลุ่มร้านอาหารตามที่เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 15-25 ปี ซึ่งพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว จะไม่มีแบรนด์ลอยัลตีมากนัก แต่จะเน้นร้านอาหารตามกระแสที่เป็นที่นิยม โดยเฉพาะจากช่องทางออนไลน์ ทำให้ร้านอาหารตามกระแสมีรูปแบบที่มาเร็วไปเร็ว ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้ทันสมัยตลอดเวลา และสุดท้ายกลุ่มธุรกิจร้านอาหารเฉพาะทางที่มีความเป็นนิชอย่างร้านเพื่อสุขภาพที่ยังมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะอยู่

“ธุรกิจร้านอาหารในปีนี้กลุ่มที่มาแรงแน่นอนว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้แต่เป็นตัวเลขหลักเดียว และหากแบรนด์ไหนสามารถเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลักนั้นถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก”
แบรนด์ใหญ่ต้องไม่หยุดนิ่ง

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กลุ่มธุกิจร้านอาหารขนาดใหญ่หรือร้านอาหารที่มีชื่อให้สามารถอยู่ได้ในสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว คือ 1. ต้องมีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน มีงบลงทุน แผนงานและการทำตลาดอย่างมีระบบ ขณะที่เชนร้านขนาดใหญ่เริ่มต้นธุรกิจกับแบรนด์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ต้องมองเห็นเทรนด์ตลอดจนมีการศึกษาสภาพอย่างเป็นระบบ ทำให้ลดความเสี่ยงของการขาดทุนลงได้

2.คือการมีบุคลากรมืออาชีพ ตั้งแต่ระดับบริหารไปจนถึงพนักงานหน้าร้าน โดยเฉพาะในระดับผู้บริหารที่จะต้องมีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงานหน้าร้านหรือที่เรียกว่า down to earth เพื่อให้พนักงานหน้าร้านมีขวัญและกำลังใจ ตลอดจนมีความรักในองค์กรอย่างแท้จริง และ 3. มีเมนูที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ขณะที่เมนูอื่นๆมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตรงความต้องการของลูกค้า จะต้องมีการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ มีเอกลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันท่วงที ซึ่งทั้งหมดคือสูตรสำเร็จของแบรนด์ใหญ่ที่แบรนด์เล็กควรเอาเป็นแบบอย่าง

cafe-768771_960_720
แบรนด์เล็กเร่งสร้างแบรนดิ้ง

นายสุภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่แบรนด์เล็กแม้จะต้องแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่ค่อนข้างเป็น Red Ocean แล้ว แต่ทว่า ยังมีช่องให้ผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถเติบโตได้ในสภาวะดังกล่าว โดยจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนดิ้งให้แข็งแกร่งและมีเรื่องราวน่าสนใจ (Story) มีเอกลักษณ์ รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับพนักงานหน้าร้าน จนนำไปสู่การบริการลูกค้าที่ดี และการพัฒนาเมนู โปรโมชัน เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งมองว่าสิ่ง ที่ทำให้แบรนด์ร้านอาหารขนาดเล็กยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเหมือนแบรนด์ ใหญ่ๆ ทั่วไป เนื่องจากยังขาดข้อสังเกตในการดึงจุดเด่นของร้านที่ประสบความสำเร็จแล้วมาใช้กับร้านของตัวเอง
ร้านอาหารออนไลน์ฮอท

ขณะที่การบริการในรูปแบบดีลิเวอรี (Delivery) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าจับตามองสำหรับผู้ประกอบการที่มียอดขายลดลง และต้องการเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น โดยที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายเริ่มหันมาเปิดให้บริการดีลิเวอรีเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีธุรกิจร้านอาหารเปิดใหม่อย่างการขายอาหารออนไลน์ ที่เพียงมีหน้าร้านในช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ก็สามารถทำยอดขายได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจมาแรงที่น่าจับตามอง

“ในอดีตการมีร้านรถเข็น 1 ร้าน ต้องใช้เงินลงทุนกว่า 2 หมื่นบาท ขณะที่ร้านรูปแบบคีออสก็ต้องมีเงินทุนหลักแสน แต่การเปิดขายอาหารตามสั่งออนไลน์ผ่านรูปแบบการบริการดีลิเวอรีมีต้นทุนเพียง 5,000 บาทสำหรับค่าอุปกรณ์เบื้องต้นก็สามารถเปิดร้านได้ ซึ่งมีข้อดีคือการไม่มีค่าใช้จ่ายเช่าพื้นที่ และลงทุนต่างๆทำให้สามารถนำเม็ดเงินส่วนต่างมาเพิ่มในส่วนของวัตถุดิบที่มีคุณภาพในการผลิตได้มากกว่า ทำให้มีข้อได้เปรียบกว่าธุรกิจร้านอาหารแบบเดิม”

090861-1927-9-335x503

บิ๊กเนมเร่งปรับเกมรุกตลาด

ปัจจัยลบที่รุมเร้าทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อและการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ต้องเร่งปรับตัว รวมทั้งหาทางออก แนวทางหนึ่งที่พบว่าหลายแบรนด์เลือกที่จะเดินหน้าคือ การขยายตลาดไปต่างประเทศ

โดยนายสุรชัย ชาญอนุเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด หรือ เคที ผู้บริหารร้าน “ซานตาเฟ่สเต๊ก” กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารในเมืองไทยที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากการเข้ามาของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทปรับแผนด้วยการหันไปขยายธุรกิจซานตาเฟ่สเต๊กในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดหลัก ผ่านกลยุทธ์แฟรนไชส์ ล่าสุดได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มโซเพีย ของกัมพูชา ( SOPHEAVORN INVESTMENT Co.,LTD. )บริษัทชั้นนำในการลงทุน ของประเทศกัมพูชา เพื่อซื้อแฟรนไชส์ร้านซานตาเฟ่สเต๊ก ไปเปิดเฉพาะที่เมืองพนมเปญเท่านั้น ระยะ
เวลานาน 10 ปี โดยสาขาแรกจะเปิดที่ศูนย์การค้าอิออน กัมพูชา พร้อมทั้งวางเป้าหมายในการขยายสาขาในกรุงพนมเปญเป็น 10 แห่ง ภายในปี 2563

สุรชัย ชาญอนุเดช สุรชัย ชาญอนุเดช

พร้อมกันนี้ยังได้ขยายไลน์ธุรกิจอาหารเพิ่ม เพื่อเสริมพอร์ตร้านในเครือให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น โดยได้เปิดร้านเหม็ง เป็นร้านอาหารอีสานส้มตำเป็นหลัก ซึ่งเริ่มเปิดทดลองมาได้ระยะหนึ่งแล้วที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ได้รับการตอบรับที่ดี จึงได้ปรับมาเป็น “เหม็งนัวนัว” ร้านอาหารประเภทส้มตำอาหารอีสานโดยในปีนี้จะเปิดอีก 1 แห่งที่ซีคอนบางแค โดยลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทต่อสาขา พื้นที่เฉลี่ย 250 ตารางเมตร และเป้าหมายต่อไปคือ 3 แห่งต่อปี เน้นเปิดในศูนย์การค้าชานเมืองเป็นหลัก เจาะกลุ่มครอบครัวและวัยรุ่น อย่างไรก็ตามบริษัทวางเป้าหมายการเติบโตในสิ้นปีนี้ที่ 15% หรือปิดรายได้ราว 1,900 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มีปิดรายได้ที่ 1,650 ล้านบาท โดยในช่วง 8 เดือนแรกปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเติบโต 10% ตามเป้าหมาย ขณะที่ตลาดรวมร้านอาหารโตเพียง 5% เท่านั้น

ขณะที่ก่อนหน้านี้เครือยักษ์ใหญ่อย่าง “ซีอาร์จี” หรือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ก็ได้ออกมาปั้นโมเดลใหม่ในการรุกตลาดร้านอาหารในชื่อ “ฟู้ด เฮฟเว่น” ซึ่งเป็นศูนย์รวมอาหารแบรนด์ชั้นนำในเครือซีอาร์จี สาขาแรกที่โลตัส บางใหญ่ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัว โดยคัดเมนูยอดฮิตในราคาที่เข้าถึงง่าย กับร้านอาหารทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ เปปเปอร์ ลันช์ ,โยชิโนยะ และคัตสึยะบนพื้นที่ 380 ตารางเมตร ที่นั่งรองรับลูกค้าได้ 170 ที่นั่ง

ทั้งนี้ปัจจุบันซีอาร์จี มีแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารในเครือ 12 แบรนด์ มีสาขาทุกแบรนด์รวมกันกว่า 914 แห่ง ซึ่งในครึ่งปีหลังซีอาร์จีจะเปิดอีก 60-70 แห่ง และคาดว่าจะมีสาขารวม 1,000 แห่งในสิ้นปีนี้ พร้อมกับมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม โดย TOP 5 ที่ทำรายได้สูงสุดของซีอาร์จีได้แก่ เคเอฟซี, มิสเตอร์ โดนัท, อานตี้ แอนส์, โอโตยะ และเปปเปอร์ ลันช์ ซึ่งมีรายได้รวมกันกว่า 75-80%

โปรโมทแทรกอีบุ๊ก-6

อย่างไรก็ตามนอกจากแบรนด์หลักข้างต้นแล้วผู้บริโภคยังได้เห็นการขยับตัว ปรับทัพรูปแบบต่างๆ ของผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งเล็ก-ใหญ่มากมาย เพื่อให้ฝ่าฟันกับแนวโน้มขาลงไปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น “บาร์บีกอน” ที่แม้จะสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้พร้อมกับรักษาระดับการเติบโตได้เป็นอย่างดี แต่ทว่ายังเข็นโปรโมชันแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นผู้ นำในตลาดปิ้งย่าง ทั้งโปรรีฟิลที่ยาวนาน 6 เดือน, การจับมือทางธุรกิจ (Collaboration) กับพันธมิตร อย่างสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เปิดตัว “มาชิตะรสซอสบาร์บีคิว” สร้างสีสันใหม่ให้แก่วงการ

ขณะที่กลุ่ม “มูเกนได” ก็เดินหน้ารุกธุรกิจร้านอาหาร จ่อปั้น 3 แบรนด์ใหม่ทั้งกลุ่มสเต็ก อาหารจีน อาหารไทย ในปี 2562 พร้อมกับเดินหน้าขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยมี “มูเทกิ” เป็นเรือธง โดยล่าสุดได้เปิดรับผู้สนใจเข้าลงทุนในรูปแบบของแฟรนไชส์มากขึ้น หลังกระแสตอบรับดี พร้อมปั้นรายได้สิ้นปีโกยทะลุ 300 ล้านบาท โดยเริ่มต้นสาขาแรกที่เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และจะเปิดอีกแห่งที่เซ็นทรัล ภูเก็ต เพื่อเป็นการรองรับการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารอีกด้วย

 

รายงาน  หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ปีที่ 38 ฉบับ 3,394 วันที่ 23-25 สิงหาคม 2561

e-book-1-503x62-7


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij