ทุ่ม5พันล.หานํ้าป้อนอีอีซี-อีสท์ วอเตอร์ เล็ง 21 เขตส่งเสริมผลิตนํ้าอุตสาหกรรม

31 May 2018






อีสท์ วอเตอร์ มั่นใจ ป้อนนํ้าให้อีอีซี 20 ปี ไม่มีปัญหา มีแผนลงทุน 5 ปีกว่า 5 พันล้านบาท ใช้ในการจัดหาแหล่งนํ้า พร้อมรุกเข้าสู่ธุรกิจป้อนนํ้าบริสุทธิ์ แทนขายนํ้าดิบ ตั้งเป้า 21 เขตส่งเสริมพิเศษในอีอีซี หลังเจรจากับกลุ่มอมตะ และกัลฟ์ ได้ข้อยุติปลายปีนี้

การบริหารจัดการนํ้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุน โดยล่าสุดทางบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรนํ้าภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ ได้ออกมายืนยันแล้วว่าแหล่งนํ้าและระบบบริหารจัดการ นํ้าที่มีอยู่ สามารถรองรับการพัฒนาอีอีซีไปได้ถึง 10 ปี หรือภายในปี 2570 จะมีความต้องการอยู่ราว 800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จากปัจจุบันมีความต้องการใช้นํ้าอยู่ราว 260 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จากปริมาณนํ้าต้นทุนที่มีอยู่ราว 390 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการใช้นํ้าของอีอีซีในอีก 20 ปีข้างหน้านั้น อีสท์วอเตอร์มีแผนที่จะพัฒนาแหล่งนํ้าต้นทุนเพิ่มเติม โดยในปี 2562 จะเพิ่มประสิทธิภาพการสูบนํ้าจากแม่นํ้าบางปะกงเพิ่มอีก 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มปริมาณความจุอ่างเก็บนํ้าคลองหลวงอีก 40 ล้านลูกบาศก์เมตร และปรับปรุงคลองพานทอง จะทำให้ได้นํ้าดิบอีก 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะทำให้มีปริมาณนํ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นมา 470 ล้านลูกบาศก์เมตร และในปี 2563 จะมีการพัฒนาสระเก็บนํ้าทับมา เพิ่มอีก 27 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2564 จะมีการจัดหานํ้าจากบ่อดินของเอกชนเพิ่มอีก 12 ล้านลูกบาศก์เมตร


โดยในปี 2566 จะมีการจัดสรรนํ้าจากอ่างเก็บนํ้าประแสร์อีก 50 ล้านลูกบาศก์เมตร และในปี 2569 จะพัฒนาอ่างเก็บนํ้าทับมาอีก 20 ล้านลูกบาศก์เมตร และในปี 2571 จะมีการจัดสรรนํ้าจากอ่างเก็บนํ้าประแสร์เพิ่มอีก 70 ล้านลูกบาศก์เมตรดังนั้น ในช่วง 10 ปี(2562-2571) จะมีนํ้าต้นทุนอยู่ที่ 649ล้านลูกบาศก์เมตร และเมื่อถึงปี 2580 จะมีการผันนํ้าจากอำเภอแกลง อีก 70 ล้านลูกบาศก์เมตร การดำเนินงานทั้งหมดนี้จะทำให้มีปริมาณนํ้าเพียงพอที่จะป้อนพื้นที่อีอีซีในอีก 20 ปีได้

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรนํ้าภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า จากการคาดการณ์ความต้องการใช้นํ้าใน 20 ปี ข้างหน้าตามแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี จะขึ้นไปอยู่ในระดับ 800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจากการวางแผนดำเนินงานบริหารจัดการนํ้าบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถป้อนความต้องการใช้นํ้าในพื้นที่อีอีซีได้อย่างเพียงพอ

โดยในแต่ละปีบริษัทจะใช้เงินลงทุนสำหรับการบริหารจัดการนํ้าไว้ราวปีละ 1 พันล้านบาท ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการเพิ่มกำลังการผลิตและสถานีสูบ นํ้า เท่ากับว่าในช่วง 5ปี จากนี้ไปบริษัทจะใช้เงินลงทุนเพื่อป้อนนํ้าให้กับพื้นที่อีอีซีราว 5 พันล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการต่างๆ



อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการดำเนินงานบริษัทจะรุกเข้าสู่ธุรกิจนํ้าเพื่ออุตสาหกรรมมากขึ้น จากปัจจุบันจะเน้นการจำหน่ายนํ้าดิบให้กับนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน และการประปาเป็นหลัก โดยหลังจากนี้ไปจะเป็นการให้บริการนํ้าแบบครบวงจร โดยอาศัยโครงข่ายท่อที่มีความยาว 490 กิโลเมตร เข้าไปตั้งโรงผลิตนํ้าบริสุทธิ์หรือคล้ายๆกับโรงกรองนํ้าทำประปา ให้กับนิคมอุตสาหกรรม หรือโรงงานต่างๆที่มีความต้องการนํ้าบริสุทธิ์ แทนที่จะซื้อนํ้าดิบแล้วไปดำเนินการตั้งโรงกรองนํ้าเอง

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 21 แห่ง ในพื้นที่อีอีซี ที่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประกาศออกมาแล้ว เพื่อรองรับการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเป็นกลุ่มลุกค้าหลักที่บริษัทจะเข้าไปเจรจาในการตั้งโรงกรองนํ้าบริสุทธิ์ให้

โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ จังหวัดระยอง และโรงไฟฟ้าไอพีพี ของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฯที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ที่จะเข้าไปตั้งโรงผลิตนํ้าให้ ในปริมาณรวมกันราว 25 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดจะใช้เงินลงทุนราว  800-900 ล้านบาท คาดจะได้ข้อสรุปลงนามในสัญญาได้ประมาณไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้

                    หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,369 วันที่ 27-30 พ.ค. 2561


อีสท์ วอเตอร์ อีอีซี น้ำ แหล่งน้ำต้นทุน