กองทุนหมู่บ้านเนื้อหอม แบงก์จีบเป็นตัวแทน-ธ.ก.ส.เดินหน้าตั้ง900แห่ง

31 March 2018






แบงก์เดินหน้าตั้งแบงกิ้ง เอเยนต์ เล็งกองทุนหมู่บ้าน สถาบันการเงินชุมชน ด้านผู้จัดการธ.ก.ส. รับ พร้อมทันทีที่ธปท.ไฟเขียว 900 แห่ง ทดแทนสาขาที่ไม่เพิ่มมาตั้งแต่ปี 59 ยันโมเดลต่างจาก7-11 เน้นให้คำปรึกษา กลั่นกรองลูกหนี้

หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent) ในการรับฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน รับชำระเงิน และจ่ายเงิน (Paying Agent) โดยเพิ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์กานเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้สามารถมีตัวแทนในการรับฝากเงิน รับชำระเงิน และจ่ายเงินได้ จากเดิมที่อนุญาตให้เฉพาะธนาคารพาณิชย์อื่น บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และผู้ให้บริการรับชำระเงินเท่านั้น ซึ่งมีผลไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเปิด-ปิดสาขา การปรับเปลี่ยนรูปแบบสาขา และวันเวลาทำการให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยไม่จำเป็นต้องให้บริการพื้นฐานครบทั้ง 4 ประเภท คือการฝาก ถอน โอน เปิด-ปิดบัญชี ซึ่งในส่วนของการรับถอนเงินและตัวแทนจ่ายเงิน สำหรับผู้ใช้บริการรายย่อย สามารถให้บริการได้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ และไม่เกิน 20,000 บาทต่อวัน

รศ.นที ขลิบทอง
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(สทบ.)



นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ธ.ก.ส.ได้ส่งรายชื่อกองทุนหมู่บ้านฯมา 9 แห่ง เพื่อขอให้คณะกรรมการ (บอร์ด)กองทุนหมู่บ้านฯพิจารณาว่า มีความเหมาะสมในการเป็นแบงกิ้ง เอเยนต์หรือไม่ โดยอยู่ระหว่างการกลั่นกรองคาดจะได้คำตอบหลังเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป้าหมายของธ.ก.ส.มีแผนจะตั้งแบงกิ้งเอเยนต์ให้ครอบคลุม 900 แห่ง แต่ต้องขึ้นกับความพร้อมของกองทุนหมู่บ้านฯในแต่ละแห่งด้วย

ขณะที่ธนาคารกรุงไทย ได้สอบถามการตั้งเป็นแบงกิ้งเอเยนต์ เพื่อทำหน้าที่ด้านการชำระเงินเป็นเคาน์เตอร์เซอร์วิส และธนาคาร ออมสิน มีแผนจะใช้กองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อช่วยแก้หนี้นอกระบบ และสนับสนุนการท่องเที่ยว นอกจากนั้นสถาบันการเงินชุมชนยังมีความพร้อมที่จะเป็นแบงกิ้งเอเยนต์ให้กับธนาคารพาณิชย์อื่นๆด้วย

“กองทุนหมู่บ้านฯตั้งขึ้นมาเป็นปีที่ 17 ปัจจุบันมีมากกว่า 79,000 กองทุน และได้ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนและดำเนินในลักษณะธนาคารย่อยๆ ให้การกู้ยืมสินเชื่อและออมเงินภายในชุมชนกันเองแล้วกว่า 3,000 กองทุน ซึ่งที่ผ่านมาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ก็ใช้กองทุนหมู่บ้านฯเป็นตัวแทนของธนาคารในการทำธุรกรรมตามวัตถุประสงค์ของธนาคารนั้นๆมาระยะหนึ่งแล้ว เช่น ตัวผ่านการปล่อยกู้ให้กับบุคคล”

ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ธ.ก.ส.คงจำนวนสาขาไว้ที่ 1,275 แห่ง มาตั้งแต่ปี 2559 แต่ภารกิจการให้บริการ การให้คำปรึกษากับชาวบ้านเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นการตั้งแบงกิ้งเอเยนต์ จะมาช่วยทดแทนสาขาที่ไม่มีนโยบายเพิ่มขึ้นได้ โดยได้ขอความเห็นชอบธปท.ไปเมื่อปลายปีทีแล้ว ที่จะแต่งตั้งผู้ที่จะมาเป็นแบงกิ้งเอเยนต์ใน 7 กลุ่มเป้าหมายคือ สถาบันการเงินชุมชน สหกรณ์การเกษตร กองทุนหมู่บ้านฯและวิสาหกิจชุมชน

อภิรมย์ สุขประเสริฐ



ทั้งนี้หากธปท.อนุมัติ จะทำให้ธนาคารสามารถตั้งแบงกิ้งเอเยนต์พร้อมกันทั่วประเทศได้ 900 แห่งในปีบัญชีนี้ (1 เมษายน 2561- 31 มีนาคม 2562) เพราะมีรายชื่อครบหมดแล้ว โดยจุดมุ่งหมายก็เพื่อที่จะลดต้นทุนลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา สร้างรายได้กลับไปยังชุมชน เพราะมีทั้งธุรกรรมด้านการเงินและไม่ใช่การเงินโดยช่วงแรกจะเป็นการช่วยธนาคารในส่วนที่ไม่ใช่ด้านการเงิน เช่น การเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้า การให้ข้อมูลข่าวสาร การนัดหมายที่จะไปพูดคุยกับลูกค้าแทนธนาคาร งานตรวจสอบที่ดิน หรือตรวจสอบหลักประกัน เพราะเป็นส่วนงานที่ใช้เจ้าหน้าที่มาก

“โมเดลแบงกิ้งเอเยนต์ของธ.ก.ส. จะต่างจากเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวคือ ธ.ก.ส.จะเน้นงานตรวจสอบที่ดิน ที่ไม่ใช่งานประเมินราคาที่ดิน การให้คำปรึกษาช่วยกลั่นกรองลูกหนี้ ซึ่งเราเชื่อว่า คนในพื้นที่ด้วยกันจะรู้และดูแลกันเองได้ดีกว่า และปกติกองทุนหมู่บ้านฯก็ปล่อยกู้ให้ชุมชนอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดีในส่วนธุรกรรมการเงิน อาทิ การรับชำระค่าบริการ การรับฝากเงินและการรับชำระหนี้ในบางวงเงินธ.ก.ส.ต้องดูความพร้อมของชุมชนหากกองทุนหมู่บ้านฯมีความพร้อมตามพ.ร.บ. สถาบันการเงินประชาชน เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง มีกฎระเบียบที่ดีธนาคารก็จะให้ทำธุรกรรมแทน แต่ทั้งหมดนี้ ต้องรอธปท.ไฟเขียวเสียก่อน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,352 วันที่ 29 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2561


สถาบันการเงิน ธปท. ธ.ก.ส. กองทุนหมู่บ้าน แบงก์