จากISMEDสู่เก้าอี้ผอ.สสว.ภารกิจสร้างประโยชน์เอสเอ็มอี

13 January 2018






จากความรู้ความสามารถ และการที่เป็นคนเอสเอ็มอีมาก่อน ทำ ให้ “สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล” ถูกทาบทามให้มานั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดย ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 แต่งตั้งมีวาระในการทำงาน 2 ปี

“สุวรรณชัย” หรือ “คุณเสือ” เคยเป็นทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บริหารธุรกิจกิจการโรงงานผลิตและส่งออกเสื้อผ้าในนามไทยคาเนตะ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (ATSME) และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม: ISMED ด้วยความรู้ความสามารถที่รํ่าเรียนปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์การบริหาร มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น) ปริญญาโทด้านการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทอีกใบ ด้านวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ

เรียกว่าความรู้แน่น ประสบการณ์เพียบ การเข้ามารับภารกิจครั้งนี้ “คุณเสือ” จึงเร่งเดินหน้างานทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง ตั้งแต่ปลายปี 2560 ด้วยการร่างแผนและคิดสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับเอสเอ็มอี

“คุณเสือ” บอกว่า เขาจะนำสิ่งที่ตัวเองอยากทำและภาครัฐอยากให้ทำ เดินควบคู่กันไป ทั้งการนำงบประมาณปี 2561 มาสานต่อโครงการเชิงคุณภาพ ยกระดับเอสเอ็มอีให้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และอีกหนึ่งโจทย์ที่วางไว้เอง คือ การพาเอสเอ็มอีไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นใน 3 เรื่อง คือ 1.ทรานส์ฟอร์เมชัน ซึ่งจะทำทั้งการพัฒนาบุคลากรการทำบิสิเนส โมเดล และการผลักดันให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ 2. การเชื่อมโยงตลาด ที่ไม่อยู่แค่ตลาดไทย แต่หมายถึงตลาดทั่วโลก ทำให้เอสเอ็มอีไทยปรับตัวมองให้เห็นโอกาสทางการตลาดที่ไร้ขอบเขตและ3. สร้างองค์ความรู้ชุดใหม่ เข้ามาสนับสนุนตลาด ของเดิมเดินหน้าต่อ ของใหม่เติมให้แข็งแกร่งมากขึ้น

สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล



ความเชื่อของผอ.สสว.คนใหม่ คือ “การมีความรู้ทำให้คนอยู่รอด และเติบโต” เพราะฉะนั้นความรู้ที่มีไว้แบ่งปัน แล้วกระตุ้นให้เอสเอ็มอีลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง เป็นการเดินตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ว่าให้ “ระเบิดจากข้างใน”...เราเรียนรู้มาเยอะแล้ว ภาครัฐก็ให้ช่วยเหลือมาเยอะ ต้องมาดูว่า เรามีอะไรบ้างที่เป็นจุดแข็งที่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง แล้วเสริมจุดแข็งนั้นให้แกร่งขึ้น เพื่อพร้อมที่จะระเบิดจากข้างใน การพัฒนารอบนี้ ครอบคลุมไปถึงกลยุทธ์ใหม่ๆ บิสิเนสโมเดลใหม่ๆ ล้อไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจใหม่ๆ ด้วย

“ผมเชื่อว่า การแก้ไขปัญหา เดินทางได้ช้ากว่าการคิดเรื่องใหม่ เพราะฉะนั้นเรามาสร้างจุดแข็งให้คนไทย เอาความเก่งมาใช้ มาต่อยอด มาขยายผล จะได้เดินตามการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น สุดท้ายไม่ว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน มองว่าคนคือหัวใจสำคัญที่สุด แม้กระทั่งคน สสว. ภายในเอง ผมมาถึงก็บอกคนในสสว. ว่าเราเป็นหน่วยงานที่สำคัญมาก เรามีโอกาสจะเป็นพี่เลี้ยง เป็นเพื่อนร่วมทาง เป็นคนที่เอสเอ็มอีพึ่งพาได้ แล้วพาเขาไปสู่อนาคตที่เราปักธงไว้ไกลๆ”

อีกหนึ่งสิ่งที่ “คุณเสือ” ให้ความสำคัญมาก คือ การเชื่อมโยง เพราะการมีคนช่วย การรู้จักเชื่อมโยงจะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงหรือหน่วยงานต่างๆ โดย สสว.จะทำหน้าที่เป็นคนกลาง

วาระการทำงาน 2 ปีที่ได้รับมอบหมาย ดูไม่นานนัก สำหรับการทำโจทย์ใหญ่ระดับประเทศ แต่ “สุวรรณชัย” ก็พร้อมเดินหน้าอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่เขาพยายามผลักดันมากๆ คือ การพัฒนาคนใน สสว.ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น กระตุ้นให้ทุกคนมีความรู้เพิ่มเติม เพื่ออนาคตที่ดี เพราะหากคน สสว. ที่จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้บรรดาเอสเอ็มอี มีความรู้ และเห็นอนาคตของตัวเองแล้ว ก็จะผลักดันให้คนเอสเอ็มอี มีอนาคตไปด้วย แล้วบรรดาเอสเอ็มอีเหล่านั้น ที่อยากมีอนาคตก็จะส่งเสียงกลับมาให้รู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการต่อไปคืออะไร ถือเป็นการยกระดับและเติบโตไปพร้อมๆ กัน

เป้าหมาย 2 ปีในการนั่งทำหน้าที่ตรงนี้ “สุวรรณชัย” มองว่า อยากเห็น สสว.เป็นองค์กรผู้นำเรื่องยุทธศาสตร์และแผนงาน เพราะนั่นคือบทบาทของ สสว. ส่วนเป้าหมายในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี คือ การทำให้เอสเอ็มอีไทยเห็นอนาคตไกลๆ ของตัวเอง...ทุกคนมีปลายทางเหมือนกัน คือ ความสำเร็จ ในฐานะ ผอ. เรากำหนดในสิ่งที่เราทำได้ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของบุคลากรที่จะมาเสริมความแกร่งให้ทุกอย่างเดินหน้าไปสู่ปลายทาง

ผอ.สสว.บอกว่า คนไทย หรือเอสเอ็มอีไทยกลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นเขามีหน้าที่ที่ต้องเร่งกระตุ้นให้ทุกคนกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง กล้าลองผิดลองถูก กล้านำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพของงาน และตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น

นั่นคือเป้าหมายและภารกิจของผู้อำนวยการ สสว.คนใหม่ ที่ชื่อ “สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,330 วันที่ 11 - 13 มกราคม พ.ศ. 2561