
ปูตินตกลงฟื้นเจรจาสันติภาพ รัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐฯ เริ่มหลัง 10 พ.ย. นี้
ปูตินเห็นชอบรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพสามฝ่ายระหว่างรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ เร็วที่สุดเดือนหน้า คาดเริ่มหลัง 10 พ.ย. ที่อาบูดาบี พร้อมปล่อยตัวอดีตครูชาวอเมริกันเป็นสัญญาณไมตรี
KEY
POINTS
- ประธานาธิบดีปูตินเห็นชอบที่จะกลับมาเจรจาสันติภาพสามฝ่ายร่วมกับยูเครนและสหรัฐฯ หลังหารือกับผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีทรัมป์
- การเจรจาอาจเริ่มต้นได้หลังวันที่ 10 พ.ย. 2569 ในระดับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค โดยอาจจัดขึ้นที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- เป้าหมายหลักคือการหารือแนวทางรับประกันความมั่นคงของรัสเซียและยูเครนหลังสงคราม แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีจุดยืนที่แตกต่างกันในเงื่อนไขสำคัญ
รายงานจากรอยเตอร์สระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้เห็นชอบให้กลับมาเปิดการเจรจาสันติภาพสามฝ่ายกับยูเครนและสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยอาจเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป หลังพบหารือกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่พระราชวังคอนสแตนติน เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา
เครมลินระบุว่า การเจรจารอบใหม่จะดำเนินการในระดับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค และอาจจัดขึ้นที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมุ่งหารือแนวทางรับประกันความมั่นคงของรัสเซียและยูเครนหลังสงครามสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนแตกต่างกันในเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงสันติภาพ
การหารือครั้งนี้ถือเป็นการพบกันระหว่างปูตินกับวิตคอฟฟ์เป็นครั้งที่ 9 โดยเริ่มต้นด้วยการที่รัสเซียปล่อยตัวสตีเฟน ฮับบาร์ด อดีตครูชาวอเมริกันที่ถูกควบคุมตัวในรัสเซีย ซึ่งทรัมป์เคยร้องขอให้ปูตินปล่อยตัว โดยเครมลินนำเสนอการดำเนินการดังกล่าวเป็นสัญญาณไมตรีระหว่างการหารือ
เครมลินชี้ข้อเสนอจากยูเครนยังไม่ตอบโจทย์
การหารือเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของยูเครนและพันธมิตรว่า สหรัฐฯ อาจลดการสนับสนุนยูเครนลง โดยก่อนหน้านี้มีรายงานถึงข้อจำกัดด้านการแบ่งปันข่าวกรองแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการโจมตีของรัสเซีย รวมถึงปัญหาการใช้ระบบสื่อสารทางทหารของยูเครน
วิตคอฟฟ์แจ้งต่อปูตินว่า การหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ผู้นำฟินแลนด์และนอร์เวย์ ตลอดจนผู้แทนยุโรปและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่กรุงออสโลเมื่อวันก่อนหน้า มีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ยูเครนได้นำเสนอแนวคิดและข้อเสนอใหม่สำหรับการเจรจา
อย่างไรก็ตาม ยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยของปูติน ระบุว่า รายละเอียดบางประการจากการหารือดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจของรัสเซีย หลังการประชุมที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่มแรงกดดันให้ยูเครนบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคมว่า ถึงเวลาแล้วที่ยูเครนควรยุติสงคราม มิฉะนั้นอาจเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย ขณะที่ปูตินยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะยอมลดเงื่อนไขหลักของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการควบคุมพื้นที่โดเนตสก์ทางตะวันออกของยูเครน การไม่ให้ยูเครนเข้าเป็นสมาชิก NATO และการผลักดันข้อตกลงสันติภาพโดยรวม แทนการหยุดยิงชั่วคราว
ปูตินเสนอช่วยสหรัฐฯ เจรจาอิหร่าน-หารือโครงการเศรษฐกิจ
นอกจากประเด็นสงครามยูเครน ปูตินยังเสนอความช่วยเหลือแก่ทรัมป์ในการจัดการประเด็นอิหร่าน โดยระบุว่ารัสเซียมีความสัมพันธ์กับอิหร่านมาอย่างยาวนาน และเคยเสนอใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเพื่อช่วยคลี่คลายข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เครมลินระบุว่า ปูตินเห็นว่าการบรรลุข้อตกลงกับเตหะรานเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และจำเป็น
ปูตินยังเสนอความเป็นไปได้ในการจัดส่งปุ๋ยปริมาณมากให้สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอเมริกัน โดยการหารือเกิดขึ้นในช่วงที่ต้นทุนเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลทรัมป์เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน และราคาพลังงานกลายเป็นประเด็นกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน
อีกประเด็นที่มีการหารือคือความเป็นไปได้ในการพบกันที่จีนในเดือนหน้า ระหว่างทรัมป์ ปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยเครมลินระบุว่าปักกิ่งกำลังเตรียมการสำหรับการประชุมที่อาจเป็นครั้งแรกในลักษณะดังกล่าว
คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ผู้แทนพิเศษด้านการลงทุนของปูติน ซึ่งเข้าร่วมการหารือกับวิตคอฟฟ์ด้วย ระบุว่ามีการพูดคุยถึงโครงการเศรษฐกิจร่วมระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ หลายโครงการ รวมถึงบางโครงการที่ใกล้จะสามารถดำเนินการได้ ขณะที่วิตคอฟฟ์นำเอกสารเกี่ยวกับแนวคิดสำหรับข้อตกลงสันติภาพมาให้ปูตินพิจารณา และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ ได้เข้าร่วมการหารือทางโทรศัพท์ในภายหลัง
ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยูเครนเผชิญแรงกดดัน
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครนตึงเครียดมากขึ้น หลังทรัมป์ประกาศข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลกับรัสเซียเมื่อต้นเดือนตุลาคม โดยมีเป้าหมายช่วยลดราคาพลังงานในสหรัฐฯ ขณะที่ยูเครนร้องเรียนถึงปัญหาการแบ่งปันข่าวกรองและการใช้งานระบบดาวเทียม Starshield ซึ่งมีบทบาทสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีระบุว่า การหารือที่ออสโลเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า อีลอน มัสก์ ได้สั่งชะลอการให้บริการ Starlink รุ่นทางทหารที่ยูเครนใช้ติดตามการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่รอยเตอร์ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบรายงานดังกล่าวได้ในทันที
มัสก์กล่าวว่าการตัดสินใจลักษณะนี้เป็นอำนาจของกองทัพสหรัฐฯ หรือประธานาธิบดี ขณะที่ทรัมป์ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการ และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันพุธว่า วอชิงตันไม่ได้ตัดสิทธิ์ยูเครนในการเข้าถึง Starlink
แม้การเห็นชอบให้กลับมาเจรจาสามฝ่ายจะเปิดช่องทางทางการทูตอีกครั้ง แต่การกำหนดเงื่อนไขยุติสงครามยังเป็นโจทย์สำคัญ เนื่องจากรัสเซียและยูเครนยังมีจุดยืนแตกต่างกันในประเด็นดินแดนและหลักประกันความมั่นคง ขณะที่ทิศทางการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจรจารอบถัดไป






