thansettakij
thansettakij
ยูเอ็น เตือน 'หายนะเศรษฐกิจ' น้ำมันโลกราคาพุ่ง หลังทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน

ยูเอ็น เตือน หายนะอีกครั้ง น้ำมันโลกราคาพุ่ง หลังทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน

09 ก.ค. 69 | 03:34 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 04:20 น.

โลกผวาอีกครั้ง "เลขาฯ ยูเอ็น" เตือนสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน จ่อ "หายนะเศรษฐกิจ" หลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" ฉีกสัญญาหยุดยิง สั่งปูพรมถล่ม 90 จุดยุทธศาสตร์ ดันราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งแตะ 78.80 ดอลลาร์ ท่ามกลางการตอบโต้เดือด

KEY

POINTS

  • สหประชาชาติ (UN) เตือนว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น อาจนำไปสู่ผลกระทบระดับหายนะต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก
  • ความตึงเครียดปะทุขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารในอิหร่านกว่า 90 จุด
  • สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทันที โดยราคาน้ำมันเบรนท์ทะยานขึ้นสู่ระดับ 78.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกทันที โดยนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ออกโรงเตือนถึง "ผลกระทบระดับหายนะ" ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งผู้คนในภูมิภาค ความมั่นคงโลก และที่สำคัญคือระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ยูเอ็นจี้ลดระดับความรุนแรง หวั่นสงครามลามเศรษฐกิจโลก

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ออกแถลงการณ์เตือนอย่างเร่งด่วนถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

โดยระบุว่าการกลับมาเผชิญหน้าทางทหารอย่างเต็มรูปแบบจะนำไปสู่ "ผลกระทบที่เลวร้ายระดับหายนะ" ต่อทั้งประชาชนในภูมิภาค สันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมถึงระบบเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยด่วนที่สุด

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN)

แถลงการณ์จากเลขาธิการยูเอ็นเน้นย้ำความจำเป็นในการลดระดับความรุนแรงในทันที เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันพุ่งสู่จุดวิกฤตหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าบันทึกความเข้าใจเพื่อการหยุดยิงนั้น "สิ้นสุดลงแล้ว"

ตลาดน้ำมันโลกผวา—เบรนท์พุ่งชน 78.80 ดอลลาร์

คำเตือนนี้ของเลขาธิการยูเอ็นเกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นทันที 1% ขานรับข่าวการโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายทางทหารในอิหร่านกว่า 90 จุด ซึ่งถือเป็นการปิดฉากข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอย่างเป็นทางการ

ราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อสันติภาพนั้น "จบสิ้นแล้ว" โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นสู่ระดับ 78.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบฝั่งสหรัฐฯ (WTI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกันที่ 74.30 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์มองว่าความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของการลำเลียงพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคา เนื่องจากตั้งแต่มีการลงนามหยุดยิงเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา มีเรือถูกโจมตีในบริเวณดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 5 ลำ ซึ่งสร้างความหวาดผวาให้กับการค้าน้ำมันโลกเป็นอย่างมาก

สหรัฐฯ เปิดยุทธการถล่มอิหร่าน 90 จุด

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านประมาณ 90 แห่ง ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการโจมตีให้กว้างกว่าระลอกแรก

เป้าหมายหลัก ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครือข่ายบัญชาการ

โดยเป้าหมายหลักครอบคลุมทั้ง ระบบป้องกันภัยทางอากาศและเครือข่ายบัญชาการ ทรัพย์สินตรวจการณ์ชายฝั่งและเรดาร์ คลังจัดเก็บขีปนาวุธและโดรน ขีดความสามารถทางเรือและโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุม NATO ในตุรกี

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุม NATO ในตุรกี ให้สัมภาษณ์อย่างดุดันว่าการโจมตีนี้เป็นการตอบโต้อิหร่านที่ก่อเหตุถล่มเรือสินค้า พร้อมระบุว่า "เราแค่ต้องปิดงานนี้ให้จบ" และยืนยันว่าทุกครั้งที่สหรัฐฯ ถูกโจมตี จะมีการโต้กลับที่รุนแรงกว่าถึง 20 เท่า

อิหร่านสวนกลับฐานทัพสหรัฐฯ

ด้านรัฐบาลเตหะรานและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ไม่ยอมอ่อนข้อ โดยระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตเพื่อตอบโต้ ซึ่งมีรายงานว่าทางการคูเวตสามารถสกัดกั้นการโจมตีบางส่วนไว้ได้

นอกจากนี้ อิหร่านยังประกาศกร้าวว่าจะใช้ "การจัดระเบียบแบบอิหร่าน" ในการควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่สนใจคำขู่จากวอชิงตัน

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เตือนสหรัฐฯ อย่างชัดเจนว่า "การข่มเหงและการผิดสัญญาจะไม่มีคำว่าฟรีอีกต่อไป" พร้อมทิ้งท้ายว่าหากสหรัฐฯ ยังไม่หยุดดำเนินการที่ไร้จุดหมาย ก็จะยิ่งจมดิ่งลึกซึ้งลงไปในวิกฤตครั้งนี้