
คนอเมริกัน หวั่นน้ำมันแพงหนักกว่าสงครามอิหร่าน สะท้อนพิษเงินเฟ้อบีบครัวเรือน
ผลสำรวจอ้างอิง Statista ชี้ชาวอเมริกันกังวลราคาน้ำมันแพงมากกว่าสงครามอิหร่าน เหตุกระทบค่าครองชีพโดยตรง ท่ามกลางเงินเฟ้อยังฉุดกำลังซื้อหนัก
KEY
POINTS
- ผลสำรวจชี้ว่าชาวอเมริกันกังวลเรื่องราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากสงคราม มากกว่าความเสี่ยงด้านการทหารโดยตรง
- ความกังวลนี้รุนแรงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อที่กดดันค่าครองชีพของครัวเรือนอเมริกันอยู่แล้ว ทำให้ผลกระทบจากราคาน้ำมันยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์
- ประเด็นราคาพลังงานเป็นข้อกังวลร่วมกันของผู้สนับสนุนทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน แม้จะมีความเห็นต่างกันในเรื่องอื่นๆ ของสงคราม
ผลสำรวจล่าสุด Statista สะท้อนให้เห็นว่าชาวอเมริกันจำนวนมากไม่ได้กังวลเรื่องการส่งทหารเข้าสู่สงครามตะวันออกกลางมากที่สุด แต่กลับให้น้ำหนักกับ “ราคาน้ำมันและเชื้อเพลิง” ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบค่าครองชีพและรายจ่ายในชีวิตประจำวันโดยตรง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจครัวเรือนสหรัฐ
คนอเมริกันค้านหนักสงครามตะวันออกกลาง
ข้อมูลจาก Statista อ้างอิงผลสำรวจของ Pew Research Center และ Economist/YouGov ระบุว่า การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐในอิหร่านเผชิญกระแสต่อต้านตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง โดยหลังสงครามดำเนินมากกว่า 2 เดือน ชาวอเมริกัน 44% “คัดค้านอย่างหนัก” ต่อสงคราม ขณะที่อีก 16% “ค่อนข้างไม่เห็นด้วย”
ขณะเดียวกัน 51% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า การตัดสินใจเข้าสู่สงครามกับอิหร่านเป็น “การตัดสินใจที่ผิดพลาด” และสูงถึง 70% ต้องการให้รัฐบาลสหรัฐเร่งเจรจาหาทางยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด
กังวลราคาน้ำมันแพงมากกว่าสงคราม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างความกังวลสูงสุดกลับไม่ใช่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือการสูญเสียกำลังพล แต่เป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยผลสำรวจของ Pew Research Center ในช่วงปลายเดือนมีนาคม พบว่า 45% ของชาวอเมริกัน “กังวลอย่างมาก” ว่าสงครามจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น และอีก 24% ระบุว่า “กังวลมาก” ต่อภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
เงินเฟ้อกดดันค่าครองชีพ
รายงานระบุว่า ภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อทำให้ครัวเรือนอเมริกันจำนวนมากเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพอยู่แล้ว การเกิดวิกฤตใหม่ที่ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นจึงยิ่งกระทบกำลังซื้อและสถานะทางการเงินของประชาชนโดยตรง
จุดที่น่าสนใจคือ ความกังวลเรื่องราคาน้ำมันเป็นประเด็นร่วมของทั้งผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีมุมมองต่อสงครามแตกต่างกัน โดย 79% ของชาวเดโมแครตกังวลเรื่องราคาพลังงาน ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันมีสัดส่วน 59% ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในทุกหัวข้อของการสำรวจ
หวั่นสงครามขยายวงกว้างนอกตะวันออกกลาง
ส่วนประเด็นที่เห็นความแตกต่างทางการเมืองชัดเจนที่สุด คือ ความกังวลว่าสงครามอาจขยายวงออกนอกตะวันออกกลาง โดย 70% ของผู้สนับสนุนเดโมแครตแสดงความกังวลเรื่องนี้ ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันมีเพียงครึ่งหนึ่งที่มองว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญ
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สำหรับชาวอเมริกันจำนวนมาก ผลกระทบทางเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะราคาพลังงาน ยังคงเป็นประเด็นที่จับต้องได้และสร้างแรงกดดันมากกว่าความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในเวทีโลก แม้สงครามอิหร่านจะมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพระหว่างประเทศก็ตาม







