
จีนเปิดคลัสเตอร์ AI วิทยาศาสตร์ 6 หมื่นชิป ปูฐานเร่งค้นพบใหม่
จีนเดินหน้าเสริมอำนาจคอมพิวต์ เปิดใช้งานคลัสเตอร์ปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่สุดของประเทศที่เจิ้งโจว ใช้ชิป 60,000 ตัว เชื่อมเครือข่ายซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติ หวังเร่งวิจัยยา พลังงาน วัสดุใหม่ รับตลาด AI for Science โตแรง
KEY
POINTS
- จีนเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิทยาศาสตร์ (AI4S) ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างเป็นทางการที่มณฑลเหอหนาน
- คลัสเตอร์ดังกล่าวติดตั้งหน่วยประมวลผล AI จำนวน 60,000 ตัว เพื่อเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ เช่น การพัฒนายาใหม่ และวัสดุศาสตร์
- เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติ ทำให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยสามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลขั้นสูงได้
จีนประกาศเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิทยาศาสตร์ หรือ AI for Science (AI4S) ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์แกนกลางเครือข่ายซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติ เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน
นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับ AI จากการใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วไปไปสู่การเป็นเครื่องมือเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในระดับประเทศ
รายงานจากรัฐบาลมณฑลเหอหนานระบุว่า คลัสเตอร์ดังกล่าวติดตั้งหน่วยประมวลผลเฉพาะทางสำหรับ AI จำนวน 60,000 ตัว รองรับภารกิจคำนวณขั้นสูงที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการจำลองโมเลกุล การค้นคว้ายาใหม่ การพัฒนาวัสดุศาสตร์สมัยใหม่ การวิจัยพลังงานสะอาด ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งเดิมต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการประมวลผล
ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่การไม่ได้เป็นเพียงศูนย์ข้อมูล AI แบบแยกส่วน แต่ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติของจีน หรือ National Supercomputing Network ทำให้มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม สามารถเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวต์ระดับสูงผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้วยตนเอง
เมื่อรวมกำลังกับเครือข่ายระดับชาติทั้งหมด จีนจะมีทรัพยากรประมวลผลในระบบมากกว่า 3 ล้านหน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU cores และมากกว่า 200,000 หน่วยเร่งประมวลผล AI และกราฟิก หรือ GPU/AI accelerators สะท้อนยุทธศาสตร์เร่งสะสม “อำนาจคอมพิวต์” เพื่อเป็นฐานแข่งขันเทคโนโลยีในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันพัฒนา AI ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทั่วโลก
อีกหนึ่งจุดเด่นของคลัสเตอร์นี้คือการใช้เทคโนโลยีเครือข่ายความเร็วสูงภายในประเทศที่เรียกว่า scaleFabric ซึ่งพัฒนาโดย Sugon เพื่อรองรับการเชื่อมต่อและถ่ายโอนข้อมูลระหว่างชิปจำนวนมหาศาลด้วยค่าความหน่วงต่ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโมเดล AI และระบบคำนวณสมรรถนะสูงให้สามารถรองรับงานวิจัยหลายประเภทได้พร้อมกัน
รัฐบาลเหอหนานยังประเมินว่า การเปิดใช้งานคลัสเตอร์ AI4S ครั้งนี้จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้จีนเข้าสู่ตลาด AI for Science ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่า ตลาดดังกล่าวมีมูลค่า 4.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 (ราว 147,550 ล้านบาท) และมีแนวโน้มขยายตัวแตะ 26.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2032 (ราว 852,475 ล้านบาท) จากความต้องการใช้ AI ลดต้นทุนและย่นระยะเวลาการวิจัยในภาควิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมขั้นสูง
การเดินหน้าครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนชิปหรือขยายดาต้าเซ็นเตอร์ แต่สะท้อนการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับชาติของจีน เพื่อผลักดันการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ และการสร้างความได้เปรียบเชิงอุตสาหกรรมในยุคที่พลังประมวลผลกลายเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ไม่ต่างจากพลังงานและข้อมูล
ที่มา รัฐบาลเหอหนาน







