
ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ 'ยิม เลียก-เบน สมิธ-เฉินจื้อ-ก๊ก อาน' 1.3 หมื่นล้าน คดีสแกมเมอร์
ศาลแพ่งมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ชั่วคราว 4 คดีใหญ่ขบวนการสแกมเมอร์ 'ยิม เลียก-เบน สมิธ-เฉินจื้อ-ก๊ก อาน' รวมมูลค่ากว่า 13,074 ล้านบาท หลังอัยการยื่นคำร้องตามความเห็น ปปง. หวั่นโอนย้ายทรัพย์หนีคดี พร้อมเปิดทางคืนเงินผู้เสียหายตามกฎหมาย
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายวิทยา นิติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีฉ้อโกงประชาชนในเครือข่ายสแกมเมอร์ (Scammer) ว่า ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณา รวม 4 คดีสำคัญ มูลค่ารวมประมาณ 13,074 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดิน หลังพิจารณาคำคัดค้านของผู้มีส่วนได้เสียแล้วเห็นว่า ไม่มีน้ำหนักเพียงพอหักล้างว่าทรัพย์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับความผิด
ต่อมา พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ซึ่งศาลไต่สวนพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดไว้ชั่วคราว ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
สรุป 4 คดีสำคัญ มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัด
1. คดีเครือข่ายนางสาวแตงไทยฯ กับพวก รวมถึง MR.LEAK YIM และ MR.SMITH BEN
- มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 12,123 ล้านบาท
2. คดีนายเฉิน จือ กับพวก
- มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 345 ล้านบาท
3. คดีนายก๊ก ฮาน กับพวก
- มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 560 ล้านบาท
4. คดีนายเอื้ออังกูรฯ กับพวก
- มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 46 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวไม่เหมาะสมต่อการเก็บรักษา หรืออาจก่อภาระต่อทางราชการ เช่น รถยนต์หรือเรือยอร์ช เลขาธิการ ปปง. อาจมีคำสั่งให้นำออกขายทอดตลาด และเก็บรักษาเป็นเงินแทนได้ ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ
อย่างไรก็ตาม หากปรากฏว่ามีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน ปปง. จะรวบรวมพยานหลักฐานและส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้นำเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวคืนหรือชดใช้แก่ผู้เสียหาย แทนการตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

