KEY
POINTS
สถานการณ์ความขัดแย้งในลาตินอเมริกาทะยานสู่จุดวิกฤตสูงสุด หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ต่อเวเนซุเอลาอย่างฉับพลัน
โดยสามารถจับกุมตัว "ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร" และ"นางซิเลีย ฟลอเรส ภรรยา" พร้อมนำตัวขึ้นเครื่องบินออกจากประเทศเวเนซุเอลาแล้ว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหา "ก่อการร้ายยาเสพติด" (Narco-terrorism) บนแผ่นดินสหรัฐฯ
ปฏิบัติการสายฟ้าแลบกลางกรุงการากัส เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีรายงานเหตุระเบิดอย่างน้อย 7 ครั้งดังสนั่นทั่วกรุงการากัส พร้อมกับการปรากฏตัวของเครื่องบินรบที่บินในระดับต่ำ
ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที แต่ส่งผลให้เกิดความโกลาหลไปทั่วเมืองหลวง
ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดยอัยการสูงสุด แพม บอนดี ยืนยันว่ามาดูโรและภรรยาจะต้องเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมในนิวยอร์กอย่างเด็ดขาด
การกระทำครั้งนี้จุดชนวนความโกรธแค้นจากพันธมิตรของเวเนซุเอลาทั่วโลก โดยเฉพาะรัสเซียที่ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นการ "รุกรานด้วยกำลังอาวุธ" ที่โจ่งแจ้ง
รัสเซียระบุว่านี่คือผลจากความเกลียดชังทางอุดมการณ์ที่อยู่เหนือความเป็นจริง พร้อมย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในฐานะซัพพลายเออร์อาวุธรายใหญ่และคู่ค้าทางยุทธศาสตร์น้ำมัน
ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งและเรียกร้องให้ องค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) เปิดประชุมฉุกเฉินเป็นการเร่งด่วนที่สุด
เช่นเดียวกับคิวบาที่ประณามว่าเป็น "อาชญากรรม" และเป็นการบ่อนทำลายสันติภาพในภูมิภาคอย่างร้ายแรง
นอกจากนี้ ทางการอิหร่านก็ได้ร่วมประณามการโจมตีทางอากาศในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
นักวิเคราะห์มองว่าปฏิบัติการนี้มีความเกี่ยวพันกับ "หลักการทรัมป์" (Trump Corollary) ที่ประกาศว่าสหรัฐฯ ต้องควบคุมอเมริกาตะวันตกทั้งในเชิงการเมืองและเศรษฐกิจ โดยกองทัพสามารถเข้าถึงทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุในภูมิภาคได้
ขณะที่ฝ่ายมาดูโรยืนยันมาตลอดว่า เป้าหมายที่แท้จริงของสหรัฐฯ คือการเข้าควบคุมน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเวเนซุเอลา มากกว่าเรื่องยาเสพติดที่สหรัฐฯ ยกมาอ้าง
ความไม่แน่นอนของอนาคตเวเนซุเอลา ปัจจุบันตำแหน่งของมาดูโรยังคงคลุมเครือ โดยนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ แสดง "หลักฐานการมีชีวิตอยู่" ของผู้นำประเทศ
ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลาประกาศกร้าวจะสู้รบเพื่อต่อต้านการรุกรานจากต่างชาติจนถึงที่สุด