โลกเดือด ประณาม 'ทรัมป์' สั่งถล่มเวเนซุเอลา รวบ 'มาดูโร-ภรรยา' ขึ้นศาลสหรัฐฯ

03 ม.ค. 2569 | 12:57 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ม.ค. 2569 | 13:10 น.

สถานการณ์โลกส่อเค้าสงครามใหญ่ หลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" สั่งกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบถล่มเวเนซุเอลา รวบตัวผู้นำ "มาดูโร" ส่งฟลอริดา ด้าน "รัสเซีย-คิวบา-โคลอมเบีย" ผนึกกำลังประณาม จี้ "ยูเอ็น" ประชุมด่วน หวั่นกระทบความมั่นคงพลังงานโลกและราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ภายใต้คำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา และจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภรรยา
  • มาดูโรจะถูกนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายยาเสพติดที่ศาลในสหรัฐอเมริกา
  • นานาชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย คิวบา และโคลอมเบีย ออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยมองว่าเป็นการรุกรานที่ผิดกฎหมาย

สถานการณ์ความขัดแย้งในลาตินอเมริกาทะยานสู่จุดวิกฤตสูงสุด หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ต่อเวเนซุเอลาอย่างฉับพลัน

โดยสามารถจับกุมตัว "ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร" และ"นางซิเลีย ฟลอเรส ภรรยา" พร้อมนำตัวขึ้นเครื่องบินออกจากประเทศเวเนซุเอลาแล้ว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหา "ก่อการร้ายยาเสพติด" (Narco-terrorism) บนแผ่นดินสหรัฐฯ

ภาพลิขสิทธิ์ รอยเตอร์ส

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบกลางกรุงการากัส เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีรายงานเหตุระเบิดอย่างน้อย 7 ครั้งดังสนั่นทั่วกรุงการากัส พร้อมกับการปรากฏตัวของเครื่องบินรบที่บินในระดับต่ำ

ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที แต่ส่งผลให้เกิดความโกลาหลไปทั่วเมืองหลวง

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดยอัยการสูงสุด แพม บอนดี ยืนยันว่ามาดูโรและภรรยาจะต้องเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมในนิวยอร์กอย่างเด็ดขาด

โลกเดือด ประณาม 'ทรัมป์' สั่งถล่มเวเนซุเอลา รวบ 'มาดูโร-ภรรยา' ขึ้นศาลสหรัฐฯ

นานาชาติแท็กทีมรุมประณาม "การรุกรานที่อาชญากรรม"

การกระทำครั้งนี้จุดชนวนความโกรธแค้นจากพันธมิตรของเวเนซุเอลาทั่วโลก โดยเฉพาะรัสเซียที่ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นการ "รุกรานด้วยกำลังอาวุธ" ที่โจ่งแจ้ง

รัสเซียระบุว่านี่คือผลจากความเกลียดชังทางอุดมการณ์ที่อยู่เหนือความเป็นจริง พร้อมย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในฐานะซัพพลายเออร์อาวุธรายใหญ่และคู่ค้าทางยุทธศาสตร์น้ำมัน

ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งและเรียกร้องให้ องค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) เปิดประชุมฉุกเฉินเป็นการเร่งด่วนที่สุด

เช่นเดียวกับคิวบาที่ประณามว่าเป็น "อาชญากรรม" และเป็นการบ่อนทำลายสันติภาพในภูมิภาคอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ ทางการอิหร่านก็ได้ร่วมประณามการโจมตีทางอากาศในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

โลกเดือด ประณาม 'ทรัมป์' สั่งถล่มเวเนซุเอลา รวบ 'มาดูโร-ภรรยา' ขึ้นศาลสหรัฐฯ

เบื้องหลังสงครามชิงทรัพยากรน้ำมัน

นักวิเคราะห์มองว่าปฏิบัติการนี้มีความเกี่ยวพันกับ "หลักการทรัมป์" (Trump Corollary) ที่ประกาศว่าสหรัฐฯ ต้องควบคุมอเมริกาตะวันตกทั้งในเชิงการเมืองและเศรษฐกิจ โดยกองทัพสามารถเข้าถึงทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุในภูมิภาคได้

ขณะที่ฝ่ายมาดูโรยืนยันมาตลอดว่า เป้าหมายที่แท้จริงของสหรัฐฯ คือการเข้าควบคุมน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเวเนซุเอลา มากกว่าเรื่องยาเสพติดที่สหรัฐฯ ยกมาอ้าง

ความไม่แน่นอนของอนาคตเวเนซุเอลา ปัจจุบันตำแหน่งของมาดูโรยังคงคลุมเครือ โดยนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ แสดง "หลักฐานการมีชีวิตอยู่" ของผู้นำประเทศ

ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลาประกาศกร้าวจะสู้รบเพื่อต่อต้านการรุกรานจากต่างชาติจนถึงที่สุด