
บิล เกตส์เทหมดหน้าตัก ทุ่มบริจาค 2 เเสนล้านดอลลาร์ ภายใน 20 ปี
บิล เกตส์ มหาเศรษฐีระดับโลก ประกาศเพิ่มการบริจาคเป็น 200,000 ล้านดอลลาร์ใน 20 ปี ชี้มีปัญหาเร่งด่วนมากเกินกว่าจะเก็บทรัพย์สินเอาไว้
มหาเศรษฐี บิล เกตส์ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะเพิ่มการบริจาคเพื่อการกุศลเป็น 200,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 20 ปีข้างหน้า
ในบล็อกโพสต์ของเขา ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์เขียนว่า ได้รับแรงจูงใจจากความท้าทายมากมายที่โลกกำลังเผชิญ เช่น สุขภาพของเด็กและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนคำตักเตือนของแอนดรูว์ คาร์เนกี ผู้ล่วงลับ เกี่ยวกับการสะสมความมั่งคั่ง
ผู้คนอาจพูดอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับผมเมื่อผมจากไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจ คือ คำว่า ‘เขาตายอย่างร่ำรวย’ จะต้องไม่ใช่หนึ่งในนั้น เพราะยังมีปัญหาเร่งด่วนมากมายที่ต้องได้รับการแก้ไข เกินกว่าที่ผมจะเก็บทรัพยากรไว้ ทั้งที่สามารถถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้คนได้
ปัจจุบันเกตส์เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 5 ของโลก ด้วยทรัพย์สิน 168,000 ล้านดอลลาร์ ตามดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก โดยการให้คำมั่นบริจาค 200,000 ล้านดอลลาร์นี้ คาดการณ์ว่ากองทุนบริจาคของเขาจะเติบโตผ่านการลงทุน
มูลนิธิเกตส์ ซึ่งก่อตั้งโดยเกตส์และอดีตภรรยา เมลินดา เฟรนช์ เกตส์ ในปี 2000 ได้บริจาคเงินไปแล้วมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ และหลังจากที่บิล เกตส์บริจาคแทบทั้งหมดของความมั่งคั่งของเขาแล้ว มูลนิธินี้จะปิดตัวลงในสิ้นปี 2045 เขาระบุ
เกตส์เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีเพียงไม่กี่คนที่ออกมาเพิ่มการบริจาคเพื่อการกุศลอย่างเปิดเผย ในช่วงที่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและมหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องประสบกับการตัดงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง แม้ว่าจะเพิ่มการบริจาค แต่เขากล่าวว่า นักการกุศลไม่สามารถชดเชยการตัดงบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศหลายพันล้านดอลลาร์ของสหรัฐฯ และประเทศร่ำรวยอื่นๆ ได้
สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก กำลังตัดงบประมาณช่วยเหลือหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และไม่มีองค์กรการกุศลใด แม้แต่ที่มีขนาดเท่ามูลนิธิเกตส์จะสามารถชดเชยช่องว่างทางงบประมาณที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ได้ ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศที่ร่ำรวยที่สุดของโลกจะยังคงยืนหยัดเพื่อผู้คนที่ยากจนที่สุดของโลกหรือไม่
ในการให้สัมภาษณ์กับ Financial Times เกตส์วิจารณ์ อีลอน มัสก์ เกี่ยวกับการตัดงบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศของสหรัฐฯ โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หน่วยงานที่เรียกว่า Department of Governmental Efficiency ของมัสก์ได้ยุติบทบาทของ U.S. Agency for International Development หรือ USAID ไปโดยพฤตินัย หน่วยงานรัฐบาลกลางนี้ได้จัดสรรเงินจำนวน 42.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 ซึ่งเป็นความช่วยเหลือที่ช่วยชีวิต เช่น บริการด้านสุขภาพ น้ำสะอาด และอาหารทั่วโลก
ภาพของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกที่ฆ่าเด็กที่ยากจนที่สุดในโลก มันไม่ใช่ภาพที่น่าดูนัก
เมื่อต้นเดือนมีนาคม หน่วยงานนี้ประเมินว่าการตัดงบประมาณจะนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง เช่น เด็ก 1 ล้านคนที่เป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรงไม่ได้รับการรักษา และอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคมาลาเรียเพิ่มขึ้นถึง 166,000 ราย
เกตส์ อดีตภรรยา และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ร่วมกันก่อตั้ง The Giving Pledge ในปี 2010 เพื่อเป็นคำมั่นสำหรับมหาเศรษฐีทั่วโลกในการบริจาคมากกว่าครึ่งหนึ่งของความมั่งคั่งของตนในช่วงชีวิตหรือผ่านพินัยกรรม ต่อมาเฟรนช์ เกตส์ ได้ลาออกจากมูลนิธิเกตส์ แต่ยังคงมีองค์กรการกุศลของเธอเอง
มัสก์ได้ลงนามใน The Giving Pledge แล้ว เกตส์บอกกับ New York Times ว่าเขาไม่รู้ว่ามัสก์จะทำตามคำมั่นนั้นหรือไม่
The Giving Pledge มีลักษณะพิเศษคือคุณสามารถรอจนตายแล้วค่อยทำตามคำมั่นก็ได้ ดังนั้นใครจะไปรู้ เขาอาจจะกลายเป็นนักการกุศลที่ยิ่งใหญ่ก็ได้
เขากล่าว ก่อนจะชี้ไปที่บทบาทของมัสก์ในเรื่องการตัดงบช่วยเหลือต่างประเทศ
มัสก์บริจาคเงินไปน้อยกว่า 1% ของความมั่งคั่ง ตามข้อมูลของ Forbes ซึ่งประเมินว่าเงินบริจาคที่มัสก์จ่ายออกไปจริง อยู่ที่ 620 ล้านดอลลาร์จนถึงปี 2023






