
ประชุมใหญ่รีพับลิกัน ทรัมป์เปิดตัว เจ.ดี. แวนซ์ ชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดี
ในการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน วานนี้ (15 ก.ค.) อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัว “เจ.ดี. แวนซ์” สว. จากรัฐโอไฮโอ ร่วมลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) ใน การประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกัน ที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ว่าเขาตัดสินใจเลือก นายเจ.ดี. แวนซ์ (J.D. Vance) วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอ ร่วมลงชิงชัยตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีนี้
รายงานข่าวระบุว่า นายทรัมป์วัย 78 ปี ที่เพิ่งรอดชีวิตจากการถูกลอบสังหารเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา (13 ก.ค.) ตัดสินใจเลือกนายแวนซ์ โดยกล่าวผ่านโพสต์ทางแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน “ทรูธ โซเชียล” ของตัวเองว่า “หลังการหารือและคิดทบทวนกันมายาวนาน ทั้งยังพิจารณาผู้มีความสามารถมากมายคนอื่น ๆ แล้ว ผมตัดสินใจว่า ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะรับตำแหน่งรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคือ สว. เจ.ดี. แวนซ์ จากรัฐโอไฮโออันยิ่งใหญ่”
ตัวเลือกของทรัมป์คือ เจ.ดี. แวนซ์ แม้ว่าครั้งหนึ่ง สว.หนุ่มผู้นี้จะเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อย่างหนักก่อนจะกลับกลายมาเป็นพันธมิตรที่จงรักภักดี ซึ่งอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดีท่ามกลางความวิตกกังวลของชาวอเมริกันต่อกรณีความสูงอายุของผู้นำทางการเมืองสหรัฐฯ ในเวลานี้
นายแวนซ์ ในวัย 39 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักในระดับประเทศจากการตีพิมพ์บันทึกความทรงจำ “Hillbilly Elegy” เมื่อปี 2016 ก่อนที่เขาจะได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันในปี 2022 และกลายมาเป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นที่สุดของของนโยบาย “ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” (Make America Great Again) ของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะในประเด็นการค้า นโยบายต่างประเทศ และผู้อพยพ
ก่อนเข้าสู่แวดวงการเมือง แวนซ์จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอและยังจบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล เขาเคยเป็นนาวิกโยธินผ่านสมรภูมิอิรักก่อนจะกลับมาทำธุรกิจในแวดวงเวนเจอร์แคปปิตอล
อย่างไรก็ตาม เจ.ดี. แวนซ์ แทบจะไม่มีประสบการณ์การเมืองในระดับประเทศมาก่อน แต่การเข้าร่วมกับทรัมป์ในช่วงเวลานี้ ถือว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีผู้นี้ขณะกำลังหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้คนอเมริกันหันมามองภาพการเมืองของประเทศกันมากขึ้น และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ใกล้เข้ามาทุกที เมื่อพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใครขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯในการเลือกตั้งปลายปีนี้
เจ.ดี. แวนซ์ เพิ่งตกเป็นข่าวและถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย เกี่ยวกับโพสต์ทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ของเขาที่ออกมาชี้ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครตคือ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ (การลอบสังหารทรัมป์ที่เพนซิลเวเนีย) โดยระบุว่า
“แก่นของแผนการหาเสียงของไบเดนก็คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ยึดถือลัทธิฟาสซิสท์ ที่ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งให้ได้” นอกจากนี้ เขายังกล่าวด้วยว่า “วาทกรรมเช่นนั้นเกี่ยวโยงโดยตรงและนำไปสู่ความพยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีทรัมป์”
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจของนายโทมัส แมทธิว ครุกส์ ชายหนุ่มวัย 20 ปีที่ตกเป็นผู้ต้องหาในการลอบยิงทรัมป์และถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯไปแล้วเมื่อวันเสาร์
เห็นได้ชัดว่า การเลือกเจ.ดี. แวนซ์เข้าร่วมชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของทรัมป์ในครั้งนี้ เป็นการปลุกกระตุ้นฐานเสียงผู้สนับสนุนของเขา หลังสว.หนุ่มจากยุคมิลเลนเนียลกลายมาเป็นที่ชื่นชมของกลุ่มสื่ออนุรักษ์นิยมและเป็นผู้ที่ออกมาปะทะกับผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาสหรัฐฯ เป็นประจำ ซึ่งล้วนทำให้แวนซ์ดูคล้ายเป็นผู้นำที่จะช่วยสืบทอดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่อจากทรัมป์ต่อไปได้ในอนาคต นั่นหมายถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2028
อย่างไรก็ตาม การเลือกแวนซ์มาเป็นคู่ชิงชัยของทรัมป์ หมายถึงการที่ชายผิวขาวสองคนพยายามนำพาพรรครีพับลิกันเข้าถึงชาวอเมริกันผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งโจทย์ใหญ่ก็คือพวกเขายังพยายามหาทางเข้าถึงกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นชาวผิวดำและคนเชื้อสายละติน
การประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันจะมีขึ้นเป็นเวลา 4 วัน เริ่มจากวันจันทร์ที่ 15 ก.ค.ถึงวันพฤหัสฯที่ 18 ก.ค. โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายหมื่นคนจากทั่วประเทศเข้าร่วม นี่คือการประชุมที่จะมีขึ้นทุกๆ 4 ปี เป็นที่คาดหมายว่า ทางพรรครีพับลิกันจะประกาศเสนอชื่อผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี "อย่างเป็นทางการ" ในวันพุธ และจะประกาศชื่อผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมฯ






